|
ยาที่ใช้รักษาต่อมธัยรอยด์เป็นพิษในประเทศไทยมีด้วยกัน
2 ตัวคือ PTU [propylthiouracil] MMI [methimazole ] ยากลุ่มนี้มีประโยชน์ในการรักษาต่อธัยรอยด์เป็นพิษ
การเลือกใช้ยาขึ้นกับแพทย์แต่ละท่าน MMI มีข้อดีกว่า PTU หลายประการดังนี้
- สะดวกเพราะสามารถให้ยาวันละครั้ง
- สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นไวกว่า
- ใช้ยาจำนวนเม็ดน้อยกว่า
- มีความปลอดภัยมากกว่า
แต่ในบางภาวะจะต้องใช้ PTU ซึ่งให้ผลดีกว่าเช่น การให้ยาในขณะท้อง
การให้ยาขณะให้นมบุตร การให้ยาขณะเกิด thyroid strom
ขนาดยาที่ใช้รักษา
ผู้ป่วยคนไทยใช้ PTU 150 มก/วัน MMI 15 มก/วัน
โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เริ่มเป็นหรือไม่รุนแรง หลังจากหยุดยาจะมีเพียงร้อยละ 50
ที่ไม่กลับเป็นซ้ำ
ผลข้างเคียงของยา
ยาในกลุ่มนี้มีผลข้างเคียงหลายอย่าง
ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ เช่น ไข้ ผื่นคัน ปวดข้อ
โดยพบช่วงแรกของการรักษาและพบมากขึ้นในผู้ป่วยที่รับยาขนาดสูง
ผลข้างเคียงที่สำคัญแต่พบน้อยคือ Agranulocytosis คือภาวะที่มีเม็ดเลือดขาวน้อยกว่า 250 ตัว/มม aplastic
anemia คือภาวะที่ไขกระดูกฝ่อไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดผู้ป่วยจะมีโลหิตจาง
เม็ดเลือดขาวต่ำและเกร็ดเลือดต่ำ hepatitis polyarthritis
การติดตามการรักษา
หลังจากได้รับยาควรไปพบแพทย์ตามนัดโดยทั่วไปแพทย์จะนัดอีก 4-6 สัปดาห์เมื่อคุมภาวะธัยรอยด์เป็นพิษได้แล้วจึงลดขนาดยาลง
โดยทั่วไปจะใช้เวลารักษา1-2 ปีจึงจะหยุดยาได้
หลังหยุดยาจะมีผู้ป่วยมีอาการกำเริบซ้ำของภาวะธัยรอยด์เป็นพิษซึ่งมักจะเกิดใน 3-6
เดือนแรกหลังหยุดยา แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหยุดยาได้ 5 ปีโดยที่ไม่เกิดอาการ
กลับหน้าแรก |