ยาปฏิชีวนะ Erythromycin

หากมีอาการดังต่อไปนี้ให้หยุดยาและปรึกษาแพทย์

  • มีอาการใจสั่น มึนศีรษะ หน้ามืดเป็นลม
  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียน แน่นท้อง ตัวเหลืองปัสสาวะเข้ม
  • ท้องร่วง
  • มีปัญหาเรื่องการได้ยิน
  • แน่นท้องหลังรับประทานอาหาร

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา


ขนาดและวิธีใช้ยา

  • โดยทั่วไปผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 250-500 มก. วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง และก่อนนอน
  • เด็กรับประทาน 30-50 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน โดยแบ่งให้ ติดต่อกัน 7-14 วัน
  • ยานี้มีขายในรูปยาเม็ด ขนาด 250 มก. ยาผงแห้งเติมน้ำก่อนใช้ความแรง 125 มก./5 มล. ยาฉีดขนาดบรรจุ 300 และ 500 มก. ต่อขวด

คำแนะนำพิเศษ 

  • ให้รับประทานยาติดต่อกันทุกวันจนหมด ถึงแม้อาการจะหายแล้วก็ตาม หากรีบหยุดยาก่อนอาจเกิดการติดเชื้อขึ้นอีก หากยังมีอาการแสดงของโรคติดเชื้ออยู่หลังจากรับประทานยาหมดแล้วให้พบแพทย์
  • ไม่ควรรับประทานยาพร้อมกับน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม

ก่อนใช้ยาต้องแจ้งแพทย์เรื่องอะไรบ้าง

  • ประวัติแพ้ยาโดยเฉพาะยา erythromycin, azithromycin, clarithromycin, dirithromycin
  • ประวัติการใช้ยาโดยเฉพาะปฏิชีวนะ, ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด, ยาแก้ภูมิแพ้ astemizole,ยากันชัก carbamazepine, ยาช่วยการเคลื่อนไหวของลำไส้ cisapride,ยากดภูมิ cyclosporine,ยารักษาโรคหัวใจ digoxin , ยารักษาหัวใจเต้นผิดปกติ disopyramide,ยารักษาไมเกรน ergotamine, ยาลดความดันโลหิต felodipine , ยาลดไขมัน lovastatin,ยากันชัก phenytoin , pimozide (Orap),ยาแก้แพ้ terfenadine (Seldane),ยาขยายหลอดลม theophylline,ยาคลายเครียด triazolam (Halcion),และ vitamins.
  • ประวัติเป็นโรคตับ หรือตัวเหลืองตาเหลือง
  • ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์

ผลข้างเคียงที่สำคัญของยา Erythromycin

  • ยานี้อาจจะทำให้เกิดการอักเสบของตับโดยที่อาจจะไม่มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง
  • ยานี้อาจจะทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดปกติหากรับประทานร่วมกับยาบางชนิด และจะเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจเต้นผิดปกติในรายที่มีภาวะเกลือโพแทสเซี่ยมต่ำ hypokalemia หรือภาวะแมกนีเซี่ยมต่ำ hypomagnesemia
  • ลำไส้อักเสบชนิด Clostridium difficile-associated diarrhea ซึ่งมักจะเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ
  • มีปฏิกิริยากับยาหลายชนิดซึ่งจะต้องแจ้งแพทย์ว่ารับประทานยาอะไรบ้าง

ข้อควรระวัง

  1. ที่พบได้บ่อย คือ อาจทำให้มวนท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ในกรณีที่ใช้ขนาดสูง (ควรลดขนาดยาลง หรือ  กินยาลดกรดควบด้วย)
  2. อาจทำให้เกิดตับอักเสบ (ดีซ่าน) ซึ่งมักจะเกิดหลังใช้ยาติดต่อกันนาน 10-20 วัน เมื่อหยุดยาก็หายได้ 
  3. ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ เพราะอาจมีพิษต่อตับ
  4. ห้ามใช้ร่วมกับยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง ชื่อ เทอร์เฟนาดีน (Terfenadine) อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนถึงหยุดเต้นได้
  5. อาจแพ้มีผื่นคันได้ ซึ่งพบได้น้อย

ความปลอดภัยของยานี้ในสตรีมีครรภ์

สำหรับสตรีมีครรภ์ ยานี้จัดอยู่ในประเภท B

ข้อห้ามในการให้ยา

  1. รับประทานร่วมกับยา Terfenadine ,astemizole,cisapride, pimozide, ergotamine, or dihydroergotamine

 



fb google