โพแทสเซี่ยม

 

  1. โพแทสเซี่ยม
  2. โพแทสเซี่ยมในเลือดสูง
  3. โพแทสเซี่ยมในเลือดต่ำ
  4. ปริมาณโพแทสเซี่ยมในอาหาร
  5. ภาวะโพแทสเซี่ยมในเลือดต่ำ
  6. ภาวะโพแทสเซี่ยมในเลือดสูง
  7. โพแทสเซี่ยมและความดันโลหิต

หน้าที่ของโพแทสเซี่ยม

โปแทสเซียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายเป็นปกติ เช่น ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โปแทสเซียมช่วยควบคุมสมดุลของอิเล็กโตรไลต์และสมดุลของกรด-เบสในร่างกาย ป้องกันภาวะกรดเกิน (hyperacidity) และยังช่วยควบคุมความดันโลหิตที่สูงและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย และสามารถลดความเสี่ยงของภาวะการอุดตันของเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงสมอง (Stroke) ได้ถึง 30% โพแทสเซี่ยมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่าง เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ร่วมกับเกลือ โซเดียม คลอไรด์ แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยมในการนำไฟฟ้า โพแทสเซี่ยมยังเป็นแร่ที่สำคัญในการบีบตัวของกล้ามเนื้อทั่วไป และกล้ามเนื้อหัวใจ และระบบทางเดินอาหาร โพแทสเซี่ยมยังมีหน้าที่ในการควบคุมความดันโลหิตการที่มีค่าโพแทสเซี่ยมสูงไปหรือต่ำเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่นหัวใจเต้นผิดปกติหรือหยุดเต้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง

โพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญมากในร่างกาย ได้แก่:

  • ช่วยให้กล้ามเนื้อสัญญา
  • รักษาความสมดุลของอิเลคโตรไลท์
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ทำให้หัวใจทำงานได้อย่างถูกต้อง
  • ช่วยในการกำจัดของเสีย
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์และสุขภาพ
  • ส่งออกซิเจนไปยังสมอง
  • การรักษาเสถียรภาพกระบวนการเผาผลาญอาหาร

ความสมดุลของโพแทสเซี่ยม

ร่างกายจะมีความสมดุลของเกลือแร่ ความสมดุลของโพแทสเซี่ยมขึ้นอยู่กับปริมาณของ เกลือโซเดี่ยม และแมกนีเซี่ยม กล่าวคือหากเรารับประทานเกลือโซเดียมมากไปจะทำให้เกลือโปแตศเซี่ยมต่ำลง นอกจากนั้น การอาเจียน หรือถ่ายเหลว เหงื่ออกมาก หรือการขาดสารอาหารจะทำให้เกลือโพแทสเซี่ยมต่ำลง

ร่างกายคนเราปรับสมดุลของโพแทสเซี่ยมโดยได้รับจากอาหารและน้ำดื่ม และสูญเสียทางปัสสาวะ เหงื่อ และทางเดินอาหาร

โพแทสเซี่ยมพบได้ในอาหารหลายประเภท เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ นม

ระดับโพแทสเซียมปกติในเลือด  3.5 – 5.0 mEq/L

ระดับโพแทสเซียมต่ำในเลือด    < 3.5 mEq/L  ซึม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ตะคริว

ระดับโพแทสเซียมสูงในเลือด     > 5.0 mEq/L  เกิดการคั่งของน้ำในร่างกาย หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็วผิดปกต

ความผิดปกติที่พบได้

  • โพแทสเซี่ยมมากเกินไป Hyperkalemia
  • โพแทสเซี่ยมน้อยไป Hypokalemia

 

ภาวะโพแทสเซี่ยมในเลือดต่ำ Hypokalemia

เกิดจากกร่างกายเสียเกลือแร่โพแทสเซี่ยมซึ่งเกิดได้ทั้งทางปัสสาวะเช่นการได้รับยาขับปัสสาวะ หรือทางเดินอาหาร เช่นการเกิดคลื่นไส้หรือ่ายเหลวหากต่ำมากๆจะเกิดอาการ อ่อนแรงกล้ามเนื้อ ไม่มีแรง ท้องอืด หากเป็นมากอาจจะทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดปกติ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากเกิดอาการดังกล่าวจำเป็นต้องรีบให้การรักษา

ความดันโลหิตสูง

มีรายงานว่าหากโพแทสเซี่ยมในเลือดต่ำจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง เมื่อให้เกลือแร่โพแทสเซี่ยมจะทำให้ระดับความดันโลหิตลดลงได้ สำหรับคนทั่วไปไม่แนะนำให้ซื้อรับประทานเองเพราะอาจจะเกิดผลข้างเคียง

โพแทสเซี่ยมและโรคกระดูกพรุน

จากการศึกษาพบว่าการได้รับโพแทสเซี่ยมอย่างเพียงพอจะป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

โพแทสเซี่ยมกับโรคอัมพาต

การได้รับโพแทสเซี่ยมจากธรรมชาติอย่างเพียงพอจะลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง แต่การรับประทานโพแทสเซี่ยมเม็ดไม่ได้ลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

แหล่งอาหารที่ให้โพแทสเซี่ยม

ได้ผลไม้เช่นกล้วย มะนาว ส้ม avocados, cantaloupes, มะเขือเทศ มันฝรั่ง ปลาsalmon, cod,ไก่และเนื้อสัตว์

  • มันฝรั่ง
  • ผักขม
  • เห็ด
  • ถั่ว
  • กล้วย
  • มะเขือเทศ
  • ส้ม
  • แคนตาลูป
  • แตงโม
  • องุ่น
  • พรุน

ขนาดที่ต้องการประจำวัน

ในเด็ก

  • ทารกแรกเกิด - 6 เดือน: 400 mg/day
  • เด็ก 7เดือน - 12เดือน: 700 mg/day
  • เด็ก 1 -3 ปี: 3 grams (3,000 mg)/day
  • เด็ก 4 - 8 ปี: 3.8 grams (3,800 mg)/day
  • เด็ก 9 - 13 ปี: 4.5 grams (4,500 mg)/day

ผู้ใหญ่

  • ผู้ใหญ่มากกว่า 19 ปี: 4.7 grams (4,700 mg)/day
  • คนท้อง: 4.7 grams (4,700 mg)/day
  • ให้นมบุตร: 5.1 grams (5,100 mg)/day

ต่อหน้าที่ 2 | การให้โพแทสเซี่ยมในการรักษาความดันโลหิต | ภาวะโพแทสเซี่ยมสูง | โพแทสเซี่ยมในเลือดต่ำ | ปริมาณโพแทสเซี่ยมในอาหาร

 

 

 



fb google