ข้อเท้าแพลง การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัยข้อเท้าแพลง

เมื่อผู้ป่วยสงสัยว่ามีอาการข้อเท้าแพลงไปพบแพทย์ ในเบื้องต้นแพทย์จะตรวจร่างกายดังนี้

  • ด้วยการคลำรอบข้อเพื่อตรวจว่ามีกระดูกหักหรือไม่ เอ็นเส้นไหนได้รับบาดเจ็บ
  • ตรวจจับ ขยับ และขยับบริเวณข้อเท้าหลายทิศทาง เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวของข้อเท้า และบริเวณที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวด

หากอาการบาดเจ็บมีความรุนแรงมาก แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยสแกนข้อเท้า เพื่อวินิจฉัยอาการจากภาพฉายภายใน ซึ่งจะตรวจสอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับกระดูก กล้ามเนื้อ และเอ็นข้อต่อในข้อเท้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมต่อไป

โดยแพทย์อาจให้ผู้ป่วยตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • การฉายภาพเอกซเรย์ (X-Ray) เป็นการใช้เครื่องฉายรังสีเอกซเรย์ผ่านบริเวณข้อเท้าของผู้ป่วย แล้วฉายภาพโครงสร้างภายในกระดูกข้อเท้าเท่านั้นไม่สามารถบอกเอ็นข้อเท้าว่าได้รับความเสียหายมากน้อย
  • การตรวจ Stress x-rays. โดยการขยับข้อเท้าหลายๆทิศทาง เพื่อตรวจว่าเอ็นข้อเท้ามีการฉีกขาดหรือไม่
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography Scan:CT Scan) เป็นการใช้เครื่อง CT Scan ฉายรังสีเอกซเรย์บริเวณข้อเท้า แล้วให้เครื่องคอมพิวเตอร์ฉายภาพรายละเอียดภายในกระดูกข้อเท้า เนื้อเยื่อ และเอ็นข้อต่อออกมา
  • การสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI Scan เมื่อแพทย์สงสัยว่าเอ็นข้อเท้า กระดูกอ่อน กระดูก อาจจะได้รับบาดเจ็บมากจะทำการตรวจประเมินความเสียหาย

หลักการรักษาข้อเท้าแพลง

ข้อเท้าแพลงส่วนใหญ่สามารถดูแลด้วยตัวเองที่บ้านได้สำหับรับในรายที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิ นและวางแผนการรักษาขั้นตอนการรักษาทั้งได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรงจนถึงรุนแรงแบ่งเป็นสามระยะ

  • ระยะที่ 1 ให้พักการใช้งานของข้อเท้าที่แพลง และการลดบวม
  • ระยที่2 ฟื้นฟูการทำงานของข้อเท้าให้สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ข้อมีความแข็งแรงและยืดหยุน
  • ระยะที่ 3เริ่มออกกำลังกายและมีกิจกรรมปกติหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการบิดข้อเท้าเช่นการเล่นเทนนิส ฟุตบอล

ทั้งสามระยะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์สำหรับรายที่ได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรง ส่วนรายที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจะใช้เวลา 6-12 สัปดาห์

การตรวจรักษาข้อเท้าแพลง

  • แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโดยเฉพาะบริเวณที่มีอาการปวด
  • แพทย์จะตรวจทางรังสีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีกระดูกหัก
  • โรคนี้ใช้เวลารักษา 6-8 สัปดาห์ แต่ภาวะบวมจะหายก่อน
  • แพทย์จะให้พักเท้าให้มากที่สุด อาจจะใส่เผือก หรือใช้ผ้าพันและอาจจะใช้ไม้เท้าช่วยพยุงน้ำหนัก
  • ประคบน้ำแข็งให้กระทำทันที่ที่ได้รับอุบัติเหตุซึ่งจะช่วยลดอาการอักเสบ
  • ใช้ผ้าพันหรือใส่เผือกเพื่อลดอาการบวม
  • ให้ยกเท้าสูงเพื่อลดอาการบวม

หลังจากที่ได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วและอาการเริ่มดีขึ้นก็ให้เริ่มต้นบริหารโดยการ

  • ขยับข้อเท้าให้ทุกทิศทางเช่นหมุนเข้าเท้า กระดกเท้า เหยียดเท้า
  • บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าโดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใช้กระดกเท้า
  • ข้อสำคัญของการบริหารต้องไม่ทำให้เกิดการเจ็บของข้อ

การรักษาข้อเท้าแพลง

หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการรักษาและฟื้นตัว ซึ่งผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอาการให้แน่ชัด ว่ามีอาการรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับกระดูกหรือเนื้อเยื่อส่วนอื่นด้วยหรือไม่ มากน้อยเพียงใด แพทย์อาจมีวิธีการรักษาและแนะนำขั้นตอนปฏิบัติตนดังต่อไปนี้

การใช้อุปกรณ์ช่วย นอกจากการใช้ผ้ายืดพันยึดรอบข้อเท้า แพทย์อาจให้ผู้ป่วยใช้อุปกรณ์แบบสวมพยุงข้อเท้า (Brace) หรือใช้ไม้เท้าCrutchesช่วยพยุงร่างกายในขณะเคลื่อนไหว

การบำบัด หลังอาการบวมและบาดเจ็บหายไป ผู้ป่วยอาจต้องฝึกออกกำลังเคลื่อนไหวร่างกายโดยเฉพาะบริหารบริเวณข้อเท้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของเอ็นและกล้ามเนื้อ และฝึกการทรงตัวให้กลับมาเป็นปกติดังเดิมภายใต้คำแนะนำของแพทย์

การทำหัตถการ หากอาการปวดบวมจากข้อเท้าแพลงไม่คงที่หรือไม่บรรเทาลง แพทย์อาจส่งต่อไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องใส่เฝือกดามบริเวณข้อเท้า หรือใส่เฝือกรองเท้าช่วยเดิน (Walking Boot) จนกว่าอาการของผู้ป่วยจะดีขึ้นและกลับมาเดินได้ตามปกติ

การผ่าตัด

แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการข้อเท้าแพลง หากอาการข้อเท้าแพลงไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการอื่น ๆ หรืออาการข้อเท้าแพลงที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้เอ็น และกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นอย่างรุนแรง

แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดรักษาข้อเท้าแพลงตามความรุนแรงของอาการ เช่น

  • การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopy) ศัลยแพทย์จะผ่าตัดโดยมองผ่านการส่องกล้องบริเวณกระดูก หรือกระดูกอ่อนที่อาจเกิดการแตกหักหรือเสียหาย
  • การผ่าตัดรักษาเส้นเอ็น (Reconstruction) ศัลยแพทย์จะผ่าตัดรักษาเอ็นส่วนที่ยึดตึงและเกิดความเสียหาย โดยแพทย์อาจนำเอ็นข้อต่อหรือเอ็นกล้ามเนื้อในบริเวณใกล้เคียงมาซ่อมแซมเอ็นเนื้อเยื่อส่วนที่เสียหายด้วย

การพักฟื้นหลังการผ่าตัด หลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกายหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยผู้ป่วยควรดูแลตนเองและพักฟื้นร่างกายภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด มาพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อรับการตรวจและติดตามผล บริหารข้อเท้า ออกกำลังกาย หรือทำกายภาพบำบัดตามที่แพทย์แนะนำ

ภาวะแทรกซ้อนของข้อเท้าแพลง

หากเกิดอาการข้อเท้าแพลงขึ้นแล้วปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นได้ เช่น เกิดอาการปวดอย่างเรื้อรัง เกิดภาวะเอ็นข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรัง เสี่ยงเกิดข้ออักเสบเร็วขึ้น เป็นต้น

ถ้ายังปวดอยู่อาจเสี่ยงต่ออาการของข้อหลวม ควรรีบพบแพทย์ นอกจากข้อหลวมยังมีอาการอื่นที่ไม่สามารถรักษาเองได้ เช่น กระดูกอ่อนมีการบาดเจ็บ หรือมีผังพืดเกิดเยอะและขัดภายในข้อ วิธีสังเกตอาการให้ยึดที่อาการปวดเป็นหลัก ถ้าทานยาแล้วอาการปวดไม่ลดลงเลย หรือเป็นมากขึ้นหลังผ่านไป 2-3 วัน ควรให้แพทย์ดูอาการ

การป้องกันข้อเท้าแพลง

  • อบอุ่นร่างกายให้พร้อมก่อนการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา
  • ระมัดระวังในขณะเดิน วิ่ง ทำกิจกรรม หรือทำงานบนพื้นผิวที่ขรุขระ
  • หยุดพักหรือชะลอการทำกิจกรรม หากเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า
  • สวมใส่ถุงเท้าและรองเท้าที่พอดีกับเท้าและเหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำ
  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าส้นสูง เพราะเสี่ยงต่อการพลาดล้มจนเกิดการบาดเจ็บ
  • ไม่เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่ตนไม่ถนัด หรือไม่เหมาะสมกับตนเอง
  • หมั่นออกกำลังกายเพื่อฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายและการทรงตัว
  • บริหารกล้ามเนื้อและเอ็นส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อรักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
  • หากมีอาการข้อเท้าแพลง หรือสงสัยว่าอาจเกิดข้อเท้าแพลง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อให้การรักษามีประสิทธิผลโดยเร็วที่สุด

การทำกายภาพ

การทำกายภาพบำบัดจะป้องกันข้อติด เพิ่มความแข็งแรงของข้อ และป้องกันปัญหาข้ออักเสบเรื้อรง ซึ่งมีหลักการทำดังนี้

  • ให้มีการเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันข้อติด ควรจะมีการเคลื่อนไหวข้อข้อให้มากที่สุด โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้แรงต้าน
  • เมื่อเดินได้โดยที่ไม่ปวดข้อ ให้เริ่มออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเอ็นข้อเท้า ซึ่งอาจจะใช้ยางยืดดังรูป หรือการยืนด้วยนิ้วหัวแม่เท้า
  • การออกกำลังกายเพื่อการทรงตัว การรงตัวไม่ดีจะเป็นสาเหตุของการหกล้มจึงจำเป็นต้องบริหารการทรงตัว วิธีการก็ง่ายเพียงยืนด้วยเท้าข้างเดียวและหลับตา แต่ต้องมีคนคอยดูแล
  • การบริหารความว่องไว เมื่อสามารถเดินหรือวิ่งโดยที่ไม่มีอาการปวดต่อไปก็บริหารความคล่องแคล้วโดยการวิ่งข้างวิ่งถอยหลัง วิ่งเลข8

การป้องกันข้อเท้าแพลง

  • อบอุ่นร่างกายให้พร้อมก่อนการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา
  • ระมัดระวังในขณะเดิน วิ่ง ทำกิจกรรม หรือทำงานบนพื้นผิวที่ขรุขระ
  • หยุดพักหรือชะลอการทำกิจกรรม หากเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า
  • สวมใส่ถุงเท้าและรองเท้าที่พอดีกับเท้าและเหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำ
  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าส้นสูง เพราะเสี่ยงต่อการพลาดล้มจนเกิดการบาดเจ็บ
  • ไม่เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่ตนไม่ถนัด หรือไม่เหมาะสมกับตนเอง
  • หมั่นออกกำลังกายเพื่อฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายและการทรงตัว
  • บริหารกล้ามเนื้อและเอ็นส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อรักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
  • หากมีอาการข้อเท้าแพลง หรือสงสัยว่าอาจเกิดข้อเท้าแพลง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อให้การรักษามีประสิทธิผลโดยเร็วที่สุด

โรคข้อเท้าและเอ็น

  • http://www.aofas.org/footcaremd/how-to/foot-injury/Pages/How-to-Ankle-Sprain-Strengthening-Exercises.aspx
  • http://www.aofas.org/footcaremd/how-to/foot-injury/Pages/How-to-Ankle-Sprain-Stretching-Exercises.aspx
  • http://www.aofas.org/footcaremd/how-to/foot-injury/Pages/How-to-Ankle-Sprain-Strengthening-Exercises.aspx