ความเครียดกับผู้หญิง
ความเครียดที่เกิดกับผู้ชายมักเป็นความเครียดที่เกิดปัจจุบันทันด่วนเกี่ยวกับอันตราย ส่วนผู้หญิงมักจะได้รับความเครียดสะสม และทำให้เกิดโรคที่เกิดจากความเครียดทั้งนี้เนื่องจากเหตุผลคือ
- ผู้หญิงส่วนใหญ่จะทำงานบริการมากกว่าผู้ชาย
เช่น งานบ้านทำให้ผู้หญิงต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ
- ผู้หญิงไทยมักเป็นช้างเท้าหลัง ไม่มีอำนาจพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม หรือเงื่อนไข โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่สามารถปฏิเสธ จะเครียดกำลังสอง เนื่องจากไม่ชอบแล้วยังหนีไม่ได้อีกด้วย ดังนั้นผู้หญิงจึงมีความเครียดสะสมทุกวัน จนหนักเกินกว่าที่จะรับ อาการความเครียดก็ปรากฏ
เมื่อมีความเครียดที่งาน ผู้ชายกลับบ้านสามารถพักผ่อนคลายเครียด แต่ผู้หญิงที่น่าสงสาร ยังต้องกลับมาทำงานบ้าน มารับความเครียด ดังนั้นถ้าไม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ควรจะมีแม่บ้านมาช่วยแบ่งเบา งานบ้าน งานเลี้ยงเด็ก อาหาร ซักผ้ารีดผ้า หากไม่มีใครช่วยงานผู้หญิง จะมีความเครียดเนื่องจากงานมาก เวลาพักน้อย และไม่มีใครช่วยเหล่านี้จะทำให้ผู้หญิงโกรธง่าย ยิ่งสังคมปัจจุบันมีความเท่าเทียมกันผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากกลับบ้านยังต้องทำงานบ้านอีก ต่างกับสมัยอดีตที่ผู้หญิงทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว ความเครียดจึงไม่มาก หากคุณผู้ชายได้อ่านสามารถช่วยคุณผู้หญิง โดยการช่วยงานเท่าที่สามารถทำได้ หรือไม่สร้างงานเพิ่มให้กับผู้หญิง หรืออย่างน้อยก็ให้กำลังใจแก่คุณผู้หญิง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ปล่อยตัวปล่อยใจ ให้หาเวลาวันละครึ่ง-หนึ่งชั่วโมงลืมงานที่ทำ ลืมเวลาอย่ากังวลกับงานที่ไม่ได้ทำ พักผ่อนให้เต็มที่ อาจจะนอนพักในอ่างน้ำ หรืออ่านหนังสือในห้องน้ำหรืออาจจะหามุมสงบจิตนาการหรือฝันกลางวันนั้นเองเพื่อหาความสุข
- ตั้งเป้าหมายใหม่ จัดลำดับงานที่ต้องทำตามความสำคัญ งานบางอย่างที่ไม่รีบก็ไม่ต้องทำรอจนมีเวลาค่อยทำทีหลัง
- ปลดภาระ จัดทำรายละเอียดของงานที่สามารถจะให้ผู้อื่นช่วย เช่น 1งานที่ให้คนอื่นช่วย เช่นล้างจาน ถูบ้าน เก็บที่นอน 2งานที่ให้แต่ละคนรับผิดชอบเอง เช่นการอาบน้ำของเด็ก ล้างถ้วยชามของตัวเอง 3งานที่คุณต้องทำเป็นประจำ 4งานที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำ 5งานที่ทำให้สมาชิกพอใจซึ่งอาจจะไม่ต้องทำก็ได้
- อย่าทำงานหลายอย่างพร้อมกันเนื่องจากผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีความเครียด แต่ถ้าหากมีความสามารถพิเศษสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันโดยที่ไม่เกิดความเครียดก็สามารถทำได้
- อย่าทำทุกอย่างด้วยตัวเอง การรับโทรศัพท์ การเปิดประตูบ้าน ฯลฯให้ถือหลักความสำคัญและลำดับก่อนหลัง
- ให้เรียนรู้วิธีปฏิเสธที่สุภาพ
- ให้หาปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดเมื่อทราบสาเหตุก็สามารถแก้ปัญหาได้