siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

คู่มือการตรวจวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมาก (ฉบับสมบูรณ์): ตรวจอะไรบ้าง เจ็บหรือไม่?

เมื่อผู้ชายเริ่มมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการปัสสาวะ หรือเข้าสู่วัยที่ต้องคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ความกังวลแรกที่เกิดขึ้นคือ "การไปพบแพทย์เพื่อตรวจต่อมลูกหมาก" ซึ่งหลายคนอาจจะอายหรือกลัวว่าจะเจ็บ

ความจริงแล้ว การตรวจวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากในปัจจุบันมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐาน, รวดเร็ว, และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การทำความเข้าใจกระบวนการตรวจทั้งหมดจะช่วยให้คุณเตรียมตัวและเตรียมใจได้ถูกต้อง ซึ่งการตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ คือหัวใจสำคัญของการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด


เมื่อไหร่ที่ควรไปรับการตรวจ?

คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพต่อมลูกหมาก หากคุณ:

  1. มีอาการผิดปกติ: เช่น ปัสสาวะบ่อย, ปัสสาวะติดขัด, ไม่พุ่ง, ต้องเบ่ง, หรือปวดหน่วงท้องน้อย

  2. เข้าสู่ช่วงอายุคัดกรองมะเร็ง:

    • อายุ 50 ปีขึ้นไป: สำหรับผู้ชายทั่วไป

    • อายุ 45 ปี (หรือ 40 ปี): สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง (เช่น มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก)


ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมาก

โดยทั่วไป แพทย์จะเริ่มจากขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงการตรวจที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น

1. การซักประวัติและประเมินอาการ (Symptom Score)

สิ่งแรกที่แพทย์จะทำคือการพูดคุย แพทย์จะสอบถามอาการอย่างละเอียด และอาจให้คุณทำแบบสอบถามคะแนนอาการต่อมลูกหมากโตสากล (IPSS) เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการปัสสาวะติดขัด ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต (BPH)

2. การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam - DRE)

นี่คือการตรวจพื้นฐานที่สำคัญและขาดไม่ได้

3. การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen)

PSA คือโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก การเจาะเลือดตรวจค่านี้มีความสำคัญมากในการคัดกรองมะเร็ง

4. การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)

แพทย์จะให้คุณเก็บปัสสาวะเพื่อนำไปตรวจ เพื่อแยกโรคอื่นๆ ออกไป เช่น:


การตรวจเพิ่มเติม (เมื่อผลเบื้องต้นผิดปกติ)

หากผลตรวจ DRE หรือ PSA ผิดปกติ หรือมีอาการอุดกั้นที่รุนแรง แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติม:

5. การตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry)

คุณจะได้ปัสสาวะลงในโถพิเศษที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เครื่องจะวัดความแรง, ปริมาณ, และรูปแบบการไหลของปัสสาวะ เพื่อประเมินว่าต่อมลูกหมากอุดกั้นการปัสสาวะของคุณรุนแรงเพียงใด

6. การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound)

7. การเจาะชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก (Prostate Biopsy)

นี่คือวิธีเดียวที่จะ "ยืนยัน" การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์จะแนะนำให้ทำในกรณีที่ค่า PSA สูงผิดปกติ หรือตรวจ DRE คลำพบก้อนแข็ง โดยแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านทางทวารหนัก (โดยใช้ TRUS นำทาง) เพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไปตรวจทางพยาธิวิทยา

สรุป: การตรวจต่อมลูกหมากมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การพูดคุยไปจนถึงการตรวจที่จำเพาะเจาะจง อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความอายมาขัดขวางการตรวจสุขภาพ การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก คือโอกาสทองในการรักษาให้หายขาดได้

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว