
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
เมื่อผู้ชายเริ่มมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการปัสสาวะ หรือเข้าสู่วัยที่ต้องคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ความกังวลแรกที่เกิดขึ้นคือ "การไปพบแพทย์เพื่อตรวจต่อมลูกหมาก" ซึ่งหลายคนอาจจะอายหรือกลัวว่าจะเจ็บ
ความจริงแล้ว การตรวจวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากในปัจจุบันมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐาน, รวดเร็ว, และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การทำความเข้าใจกระบวนการตรวจทั้งหมดจะช่วยให้คุณเตรียมตัวและเตรียมใจได้ถูกต้อง ซึ่งการตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ คือหัวใจสำคัญของการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด
คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพต่อมลูกหมาก หากคุณ:
มีอาการผิดปกติ: เช่น ปัสสาวะบ่อย, ปัสสาวะติดขัด, ไม่พุ่ง, ต้องเบ่ง, หรือปวดหน่วงท้องน้อย
เข้าสู่ช่วงอายุคัดกรองมะเร็ง:
อายุ 50 ปีขึ้นไป: สำหรับผู้ชายทั่วไป
อายุ 45 ปี (หรือ 40 ปี): สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง (เช่น มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก)
โดยทั่วไป แพทย์จะเริ่มจากขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงการตรวจที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น
สิ่งแรกที่แพทย์จะทำคือการพูดคุย แพทย์จะสอบถามอาการอย่างละเอียด และอาจให้คุณทำแบบสอบถามคะแนนอาการต่อมลูกหมากโตสากล (IPSS) เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการปัสสาวะติดขัด ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต (BPH)
นี่คือการตรวจพื้นฐานที่สำคัญและขาดไม่ได้
ตรวจอย่างไร: แพทย์จะสวมถุงมือและใช้สารหล่อลื่น สอดนิ้วชี้เข้าไปในทวารหนักเพื่อคลำสัมผัสพื้นผิวด้านหลังของต่อมลูกหมาก
เจ็บหรือไม่: ไม่เจ็บ แต่อาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือปวดหน่วงคล้ายอยากปัสสาวะ ใช้เวลาตรวจเพียง 10-20 วินาที
แพทย์ตรวจหาอะไร:
ขนาด (Size): หากโตขึ้น อาจบ่งชี้ถึง BPH
ความเจ็บ (Tenderness): หากกดแล้วเจ็บมาก อาจบ่งชี้ถึง ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis)
พื้นผิว (Texture): หากคลำพบ ก้อนแข็ง หรือผิวขรุขระ จะเป็นสัญญาณที่น่าสงสัยของ มะเร็งต่อมลูกหมาก
PSA คือโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก การเจาะเลือดตรวจค่านี้มีความสำคัญมากในการคัดกรองมะเร็ง
ข้อควรรู้ที่สำคัญ: ค่า PSA สูง ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป!
สาเหตุที่ PSA สูงได้:
โรคต่อมลูกหมากโต (BPH) (ยิ่งต่อมโต ยิ่งสร้าง PSA มาก)
ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis)
การกระทบกระเทือน เช่น หลังการปั่นจักรยานนานๆ หรือการตรวจ DRE
แพทย์จะให้คุณเก็บปัสสาวะเพื่อนำไปตรวจ เพื่อแยกโรคอื่นๆ ออกไป เช่น:
การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI): ซึ่งอาจทำให้มีอาการปัสสาวะแสบขัดคล้ายกัน
เลือดในปัสสาวะ: อาจเป็นสัญญาณของนิ่ว หรือมะเร็ง
หากผลตรวจ DRE หรือ PSA ผิดปกติ หรือมีอาการอุดกั้นที่รุนแรง แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติม:
คุณจะได้ปัสสาวะลงในโถพิเศษที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เครื่องจะวัดความแรง, ปริมาณ, และรูปแบบการไหลของปัสสาวะ เพื่อประเมินว่าต่อมลูกหมากอุดกั้นการปัสสาวะของคุณรุนแรงเพียงใด
อัลตราซาวด์ทางหน้าท้อง: เพื่อดูปริมาณ "ปัสสาวะที่เหลือค้าง" (PVR) ในกระเพาะปัสสาวะหลังจากคุณปัสสาวะเสร็จ
อัลตราซาวด์ผ่านทางทวารหนัก (TRUS): เป็นการสอดหัวอัลตราซาวด์ขนาดเล็กเข้าทางทวารหนัก เพื่อให้เห็นภาพต่อมลูกหมากที่ชัดเจนที่สุด สามารถวัดขนาดได้อย่างแม่นยำ และใช้ในการนำทางเพื่อเจาะชิ้นเนื้อ
นี่คือวิธีเดียวที่จะ "ยืนยัน" การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์จะแนะนำให้ทำในกรณีที่ค่า PSA สูงผิดปกติ หรือตรวจ DRE คลำพบก้อนแข็ง โดยแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านทางทวารหนัก (โดยใช้ TRUS นำทาง) เพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไปตรวจทางพยาธิวิทยา
สรุป: การตรวจต่อมลูกหมากมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การพูดคุยไปจนถึงการตรวจที่จำเพาะเจาะจง อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความอายมาขัดขวางการตรวจสุขภาพ การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก คือโอกาสทองในการรักษาให้หายขาดได้
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว