
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) คือหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ เกิดจากเซลล์ภายในต่อมลูกหมากที่เติบโตแบ่งตัวผิดปกติจนควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้แตกต่างและน่ากังวล คือความจริงที่ว่า ในระยะแรกเริ่มที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มักจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย
ในขณะเดียวกัน มะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่ก็มีลักษณะที่ "โตช้ามาก" (Slow-growing) ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างรุนแรง การทำความเข้าใจโรคนี้อย่างถ่องแท้ ตั้งแต่ปัจจัยเสี่ยง, การคัดกรอง, ไปจนถึงการวินิจฉัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณและแพทย์สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดได้
แม้สาเหตุที่แท้จริงจะยังไม่ชัดเจน แต่ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคอย่างมีนัยสำคัญ:
อายุที่เพิ่มขึ้น: เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด พบได้น้อยมากในคนอายุน้อยกว่า 50 ปี
พันธุกรรม (ประวัติครอบครัว): หากมีญาติสายตรง (พ่อ, พี่ชาย, น้องชาย) เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก คุณจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
เชื้อชาติ: ชายชาวแอฟริกัน-อเมริกัน มีความเสี่ยงสูงกว่าเชื้อชาติอื่น
ดังที่กล่าวไปแล้ว ระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นจนเริ่มกดเบียดท่อปัสสาวะ หรือลุกลามไปยังอวัยวะอื่น อาจทำให้เกิดอาการเหล่านี้:
ปัญหาการปัสสาวะ (คล้าย BPH มาก):
ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน
ปัสสาวะลำบาก ต้องเบ่ง หรือปัสสาวะไม่พุ่ง
ปัสสาวะสะดุด ไหลๆ หยุดๆ
สัญญาณอันตราย (อาจบ่งชี้ว่าโรคลุกลาม):
ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีเลือดปนในน้ำอสุจิ
ปวดกระดูก โดยเฉพาะที่หลัง, สะโพก หรือกระดูกซี่โครง
อวัยวะเพศแข็งตัวยาก (Erectile Dysfunction)
ข้อสำคัญ: อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เหมือนกับโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้น ห้ามสรุปเองว่าอาการเหล่านี้ต้องเป็นมะเร็ง และควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
เนื่องจากระยะแรกไม่มีอาการ การ "คัดกรอง" ในผู้ชายที่ยังไม่มีอาการจึงเป็นเรื่องสำคัญ
การคัดกรองทำได้ 2 วิธีหลักๆ และมักทำควบคู่กัน:
การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (DRE): แพทย์จะคลำต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก เพื่อดูว่ามี "ก้อนแข็ง" หรือ "พื้นผิวขรุขระ" ที่น่าสงสัยหรือไม่
การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen):
PSA คือโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก ค่า PSA สูง ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป
ค่า PSA อาจสูงจาก: มะเร็ง, ต่อมลูกหมากโต (BPH), หรือ ต่อมลูกหมากอักเสบ
การแปลผลเบื้องต้น:
< 4 ng/mL: ส่วนใหญ่ถือว่าปกติ (แต่ก็ยังมีโอกาสพบมะเร็งได้ 15%)
4 - 10 ng/mL: "โซนสีเทา" มีโอกาสพบมะเร็งประมาณ 25%
> 10 ng/mL: โอกาสพบมะเร็งสูงขึ้น (มากกว่า 50%)
หากผลการคัดกรอง (DRE หรือ PSA) ผิดปกติ แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม:
อัลตราซาวด์ผ่านทางทวารหนัก (TRUS): เพื่อดูภาพต่อมลูกหมากอย่างละเอียด
การตัดชิ้นเนื้อ (Prostate Biopsy): นี่คือวิธีเดียวที่จะยืนยันการวินิจฉัย แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก (โดยใช้ TRUS นำทาง) เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
การคัดกรองมะเร็งลูกหมากระยะแรกเริ่ม
เมื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็ง สิ่งสำคัญต่อมาคือการประเมิน "ความดุร้าย" ของมะเร็ง
Gleason Score (คะแนนความดุร้าย): พยาธิแพทย์จะส่องกล้องดูเซลล์มะเร็งและให้คะแนน (ตั้งแต่ 6 ถึง 10)
Gleason 6: มะเร็งชนิดโตช้ามาก (ความเสี่ยงต่ำ)
Gleason 7: ความเสี่ยงปานกลาง
Gleason 8-10: มะเร็งชนิดดุร้ายและโตเร็ว (ความเสี่ยงสูง)
ระยะของโรค (Staging):
ระยะที่ 1-2: มะเร็งยังอยู่เฉพาะภายในต่อมลูกหมาก (Localized)
ระยะที่ 3: มะเร็งลุกลามออกมานอกเปลือกต่อมลูกหมาก
ระยะที่ 4: มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ต่อมน้ำเหลือง หรือ กระดูก
การรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งระยะของโรค, คะแนน Gleason, อายุ, และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
การเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance):
สำหรับใคร: ผู้ป่วยมะเร็งความเสี่ยงต่ำ (Gleason 6, PSA ต่ำ) ที่มะเร็งโตช้ามาก
ทำอย่างไร: ยังไม่ทำการรักษาทันที แต่จะนัดตรวจ PSA, DRE, และเจาะชิ้นเนื้อซ้ำเป็นระยะ เพื่อติดตามโรคอย่างใกล้ชิด และจะเริ่มรักษาเมื่อมีสัญญาณว่าโรคดุร้ายขึ้น เป็นการหลีกเลี่ยงการรักษาเกินจำเป็น (Overtreatment)
การผ่าตัด (Radical Prostatectomy):
สำหรับใคร: ผู้ป่วยระยะ 1-2 ที่ต้องการรักษาให้หายขาด
ทำอย่างไร: การผ่าตัดเพื่อนำต่อมลูกหมากทั้งหมดออก
การฉายรังสี (Radiation Therapy):
สำหรับใคร: เป็นทางเลือกแทนการผ่าตัดในระยะ 1-2 หรือใช้ในระยะลุกลาม
ทำอย่างไร: ใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
การบำบัดด้วยฮอร์โมน (Hormone Therapy - ADT):
สำหรับใคร: ผู้ป่วยในระยะที่ 3-4 (ระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย)
ทำอย่างไร: ใช้ยา (ฉีดหรือกิน) เพื่อหยุดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็น "อาหาร" ของเซลล์มะเร็ง
แม้จะป้องกันปัจจัยเสี่ยงหลักอย่างอายุและพันธุกรรมไม่ได้ แต่การดูแลสุขภาพสามารถลดความเสี่ยงได้ เช่น:
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นผัก, ผลไม้
ลดอาหารไขมันสูงและเนื้อแดง
ทานอาหารที่มีไลโคปีน (Lycopene): เช่น มะเขือเทศที่ปรุงสุก
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
สรุป: มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่ซับซ้อน การตัดสินใจตรวจคัดกรอง PSA จึงควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณกับแพทย์ หลังจากได้พิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบคอบแล้ว
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว