siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

มะเร็งต่อมลูกหมาก: คู่มือฉบับสมบูรณ์ (อาการ, การตรวจ PSA, และการรักษา)

มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) คือหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ เกิดจากเซลล์ภายในต่อมลูกหมากที่เติบโตแบ่งตัวผิดปกติจนควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้แตกต่างและน่ากังวล คือความจริงที่ว่า ในระยะแรกเริ่มที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มักจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย

ในขณะเดียวกัน มะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่ก็มีลักษณะที่ "โตช้ามาก" (Slow-growing) ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างรุนแรง การทำความเข้าใจโรคนี้อย่างถ่องแท้ ตั้งแต่ปัจจัยเสี่ยง, การคัดกรอง, ไปจนถึงการวินิจฉัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณและแพทย์สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดได้


ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง?

แม้สาเหตุที่แท้จริงจะยังไม่ชัดเจน แต่ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคอย่างมีนัยสำคัญ:

  1. อายุที่เพิ่มขึ้น: เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด พบได้น้อยมากในคนอายุน้อยกว่า 50 ปี

  2. พันธุกรรม (ประวัติครอบครัว): หากมีญาติสายตรง (พ่อ, พี่ชาย, น้องชาย) เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก คุณจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น

  3. เชื้อชาติ: ชายชาวแอฟริกัน-อเมริกัน มีความเสี่ยงสูงกว่าเชื้อชาติอื่น


อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

ดังที่กล่าวไปแล้ว ระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นจนเริ่มกดเบียดท่อปัสสาวะ หรือลุกลามไปยังอวัยวะอื่น อาจทำให้เกิดอาการเหล่านี้:

ข้อสำคัญ: อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เหมือนกับโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้น ห้ามสรุปเองว่าอาการเหล่านี้ต้องเป็นมะเร็ง และควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย


การคัดกรองและการวินิจฉัย

เนื่องจากระยะแรกไม่มีอาการ การ "คัดกรอง" ในผู้ชายที่ยังไม่มีอาการจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ขั้นตอนที่ 1: การคัดกรอง (Screening)

การคัดกรองทำได้ 2 วิธีหลักๆ และมักทำควบคู่กัน:

  1. การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (DRE): แพทย์จะคลำต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก เพื่อดูว่ามี "ก้อนแข็ง" หรือ "พื้นผิวขรุขระ" ที่น่าสงสัยหรือไม่

  2. การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen):

    • PSA คือโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก ค่า PSA สูง ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป

    • ค่า PSA อาจสูงจาก: มะเร็ง, ต่อมลูกหมากโต (BPH), หรือ ต่อมลูกหมากอักเสบ

    • การแปลผลเบื้องต้น:

      • < 4 ng/mL: ส่วนใหญ่ถือว่าปกติ (แต่ก็ยังมีโอกาสพบมะเร็งได้ 15%)

      • 4 - 10 ng/mL: "โซนสีเทา" มีโอกาสพบมะเร็งประมาณ 25%

      • > 10 ng/mL: โอกาสพบมะเร็งสูงขึ้น (มากกว่า 50%)

ขั้นตอนที่ 2: การวินิจฉัย (Diagnosis)

หากผลการคัดกรอง (DRE หรือ PSA) ผิดปกติ แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม:

  1. อัลตราซาวด์ผ่านทางทวารหนัก (TRUS): เพื่อดูภาพต่อมลูกหมากอย่างละเอียด

  2. การตัดชิ้นเนื้อ (Prostate Biopsy): นี่คือวิธีเดียวที่จะยืนยันการวินิจฉัย แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก (โดยใช้ TRUS นำทาง) เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

การคัดกรองมะเร็งลูกหมากระยะแรกเริ่ม


การประเมินความรุนแรง: Gleason Score และ ระยะของโรค

เมื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็ง สิ่งสำคัญต่อมาคือการประเมิน "ความดุร้าย" ของมะเร็ง


แนวทางการรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งระยะของโรค, คะแนน Gleason, อายุ, และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

  1. การเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance):

    • สำหรับใคร: ผู้ป่วยมะเร็งความเสี่ยงต่ำ (Gleason 6, PSA ต่ำ) ที่มะเร็งโตช้ามาก

    • ทำอย่างไร: ยังไม่ทำการรักษาทันที แต่จะนัดตรวจ PSA, DRE, และเจาะชิ้นเนื้อซ้ำเป็นระยะ เพื่อติดตามโรคอย่างใกล้ชิด และจะเริ่มรักษาเมื่อมีสัญญาณว่าโรคดุร้ายขึ้น เป็นการหลีกเลี่ยงการรักษาเกินจำเป็น (Overtreatment)

  2. การผ่าตัด (Radical Prostatectomy):

    • สำหรับใคร: ผู้ป่วยระยะ 1-2 ที่ต้องการรักษาให้หายขาด

    • ทำอย่างไร: การผ่าตัดเพื่อนำต่อมลูกหมากทั้งหมดออก

  3. การฉายรังสี (Radiation Therapy):

    • สำหรับใคร: เป็นทางเลือกแทนการผ่าตัดในระยะ 1-2 หรือใช้ในระยะลุกลาม

    • ทำอย่างไร: ใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง

  4. การบำบัดด้วยฮอร์โมน (Hormone Therapy - ADT):

    • สำหรับใคร: ผู้ป่วยในระยะที่ 3-4 (ระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย)

    • ทำอย่างไร: ใช้ยา (ฉีดหรือกิน) เพื่อหยุดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็น "อาหาร" ของเซลล์มะเร็ง

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การป้องกัน

แม้จะป้องกันปัจจัยเสี่ยงหลักอย่างอายุและพันธุกรรมไม่ได้ แต่การดูแลสุขภาพสามารถลดความเสี่ยงได้ เช่น:

การป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

สรุป: มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่ซับซ้อน การตัดสินใจตรวจคัดกรอง PSA จึงควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณกับแพทย์ หลังจากได้พิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบคอบแล้ว

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว