
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
การวินิจฉัยว่าเป็น "มะเร็งต่อมลูกหมาก" อาจทำให้คุณรู้สึกวิตกกังวล แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าโรคนี้มี "ทางเลือกในการรักษาที่หลากหลาย" และมะเร็งส่วนใหญ่มีลักษณะโตช้ามาก การตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาจึงเป็นการตัดสินใจที่ซับซ้อน ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างคุณกับแพทย์
แพทย์จะประเมินปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ทั้ง ระยะของโรค (Staging), ความดุร้ายของเซลล์มะเร็ง (Gleason Score), ระดับค่า PSA, อายุ และ สุขภาพโดยรวมของคุณ เพื่อหาแนวทางที่สมดุลที่สุดระหว่าง "การกำจัดโรค" และ "การรักษาคุณภาพชีวิต"
นี่คือ 5 แนวทางหลักในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในปัจจุบัน
นี่คือทางเลือกที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งใน ระยะเริ่มต้นที่มีความเสี่ยงต่ำ (เช่น Gleason Score 6, มะเร็งโตช้ามาก)
คืออะไร: คือการ "ยังไม่รักษาทันที" แต่เป็นการเฝ้าติดตามโรคอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการรักษา (เช่น การผ่าตัดหรือฉายรังสี) ที่อาจไม่จำเป็น
ทำอย่างไร: แพทย์จะนัดตรวจ PSA, ตรวจ DRE, และอาจเจาะชิ้นเนื้อซ้ำ (Repeat Biopsy) เป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามะเร็งยังไม่ลุกลามหรือดุร้ายขึ้น และจะเริ่มการรักษาต่อเมื่อมีสัญญาณว่าโรคเปลี่ยนแปลงไป
เหมาะกับใคร: ผู้ป่วยที่มะเร็งมีความเสี่ยงต่ำ และต้องการรักษาคุณภาพชีวิตด้านการปัสสาวะและสมรรถภาพทางเพศไว้
(หมายเหตุ: แตกต่างจาก Watchful Waiting หรือการเฝ้าดูอาการ ซึ่งมักใช้ในผู้ป่วยสูงอายุมากหรือมีโรคร้ายแรงอื่นร่วมด้วย โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อควบคุมอาการเมื่อเกิดขึ้น ไม่ได้มุ่งหวังการรักษาให้หายขาด)
การผ่าตัดเพื่อเอามะเร็งออกทั้งหมด เป็นวิธีมาตรฐานในการรักษาให้หายขาดในมะเร็งระยะที่ยังไม่แพร่กระจาย
คืออะไร: การผ่าตัดเพื่อนำ "ต่อมลูกหมากทั้งหมด" และเนื้อเยื่อบางส่วนโดยรอบออก
ทำอย่างไร:
การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery): ผ่าตัดผ่านทางหน้าท้อง (Retropubic) หรือฝีเย็บ (Perineal)
การผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic & Robotic-Assisted): เป็นวิธีที่นิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (da Vinci) ซึ่งแผลเล็ก, เสียเลือดน้อย, และฟื้นตัวเร็วกว่า
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:
การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่: อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (กามตายด้าน): เนื่องจากเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวอยู่ใกล้ต่อมลูกหมากมาก
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักในการรักษาให้หายขาด โดยใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง
คืออะไร: การใช้รังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง มักใช้ในมะเร็งระยะเริ่มต้น หรือใช้เพื่อบรรเทาอาการในระยะแพร่กระจาย
ทำอย่างไร:
การฉายรังสีจากภายนอก (EBRT): ผู้ป่วยต้องมาที่โรงพยาบาลเพื่อฉายแสง 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลาหลายสัปดาห์
การฝังแร่ (Brachytherapy): แพทย์จะฝัง "เมล็ด" กัมมันตภาพรังสีขนาดเล็กไว้ภายในต่อมลูกหมากโดยตรง เพื่อให้รังสีทำลายมะเร็งจากภายใน
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:
อ่อนเพลีย
อาจมีปัญหากับการปัสสาวะ (คล้าย BPH) หรือการถ่ายอุจจาระ (ท้องเสีย, ถ่ายเป็นเลือด)
มีความเสี่ยงต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเช่นกัน
มะเร็งต่อมลูกหมากจำเป็นต้องใช้ "ฮอร์โมนเพศชาย" (Testosterone) ในการเจริญเติบโต การบำบัดด้วยฮอร์โมนคือการ "ตัดอาหาร" ของเซลล์มะเร็ง
คืออะไร: การลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในร่างกาย มักใช้ในกรณีที่มะเร็งลุกลามแล้ว (ระยะที่ 3-4) หรือใช้ร่วมกับการฉายรังสี
ทำอย่างไร:
การผ่าตัดอัณฑะ (Orchiectomy): เป็นการกำจัดแหล่งผลิตฮอร์โมนหลัก
การใช้ยา (Medical Castration):
ยาฉีด (LHRH agonists): เช่น Leuprolide, Goserelin เพื่อหยุดการสร้างฮอร์โมนจากอัณฑะ
ยากิน (Anti-androgens): เช่น Bicalutamide เพื่อขัดขวางไม่ให้ฮอร์โมนออกฤทธิ์ที่เซลล์มะเร็ง
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:
อาการวัยทองในผู้ชาย: ร้อนวูบวาบ, อารมณ์แปรปรวน
ความต้องการทางเพศลดลง และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
กระดูกพรุน, น้ำหนักขึ้น
เมื่อมะเร็งดื้อต่อฮอร์โมน หรือแพร่กระจายไปมากแล้ว แพทย์อาจพิจารณา:
เคมีบำบัด (Chemotherapy): ใช้ยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่เติบโตเร็วทั่วร่างกาย มักใช้เมื่อการบำบัดด้วยฮอร์โมนไม่ได้ผลแล้ว
การจี้ด้วยความเย็น (Cryotherapy): ใช้ความเย็นจัดแช่แข็งเซลล์มะเร็ง
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และยามุ่งเป้า (Targeted Therapy): เป็นการรักษาแบบใหม่ที่จำเพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยบางราย
สรุป: การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมีหลายทางเลือก และส่วนใหญ่มีผลข้างเคียงต่อคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกัน การพูดคุยกับแพทย์อย่างเปิดอกถึงเป้าหมายการรักษา, ความกังวลเรื่องผลข้างเคียง, และสุขภาพโดยรวมของคุณ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุด
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว