siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

การคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก: ข้อดี ข้อเสีย และคำแนะนำที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจตรวจ

การคัดกรอง (Screening) คือการตรวจหาโรคมะเร็งในระยะแรกเริ่ม ตั้งแต่ที่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการใดๆ ซึ่งในทางทฤษฎีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ แต่สำหรับการคัดกรอง "มะเร็งต่อมลูกหมาก" นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะตอบง่ายๆ ว่า "ควร" หรือ "ไม่ควร" ตรวจ

เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่โตช้ามาก การตรวจพบอาจนำไปสู่ความวิตกกังวลและการรักษาที่เกินจำเป็นซึ่งมีผลข้างเคียงสูง ดังนั้น สมาคมโรคมะเร็งอเมริกัน (American Cancer Society) จึงแนะนำให้ผู้ชายทุกคนต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งข้อดีและข้อเสีย เพื่อ "ตัดสินใจร่วมกับแพทย์" (Shared Decision Making)


2 วิธีหลักในการคัดกรอง

การคัดกรองในปัจจุบันใช้การตรวจ 2 อย่างควบคู่กัน:

  1. การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen):

    • เป็นการเจาะเลือดเพื่อวัดระดับโปรตีน PSA ที่สร้างจากต่อมลูกหมาก

    • ข้อจำกัด: ค่า PSA สูงไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป (อาจเกิดจากต่อมลูกหมากโต (BPH) หรืออักเสบ) และค่า PSA ต่ำก็ไม่ได้การันตีว่าไม่เป็นมะเร็ง

  2. การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (DRE):

    • แพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าทางทวารหนักเพื่อคลำสัมผัสต่อมลูกหมาก

    • ข้อจำกัด: ใช้เพื่อตรวจหาก้อนแข็งหรือพื้นผิวที่ขรุขระผิดปกติ แต่ไม่สามารถตรวจพบมะเร็งที่มีขนาดเล็กมากหรืออยู่ด้านหน้าของต่อมได้


ข้อดี vs. ข้อเสีย: ทำไมการตรวจนี้จึงเป็นที่ถกเถียง?

การตัดสินใจตรวจ PSA มีความซับซ้อน เพราะมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง

ข้อดี (Pros):

ข้อเสียและข้อจำกัด (Cons):


คำแนะนำ: ใครควรเริ่ม "ปรึกษา" แพทย์เรื่องการตรวจ?

สมาคมโรคมะเร็งอเมริกัน แนะนำให้ผู้ชายเริ่ม "พูดคุยปรึกษา" กับแพทย์เกี่ยวกับข้อดี-ข้อเสียของการตรวจ PSA ตามช่วงอายุดังนี้:

ข้อสำคัญ: ผู้ชายที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือคาดว่าจะมีอายุขัยเหลือไม่ถึง 10 ปี ไม่แนะนำให้รับการตรวจคัดกรองนี้ เพราะประโยชน์ที่ได้จะไม่คุ้มกับความเสี่ยง


ถ้าตรวจแล้วต้องทำอย่างไรต่อ?

เพราะมะเร็งต่อมลูกหมากมักจะเติบโตช้าผู้ที่ไม่ควรได้รับการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากได้แก่

หากผลการตรวจเบื้องต้นสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะต้องตรวจอะไรบ้าง

สรุป: การคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดสำหรับทุกคน คุณควรพูดคุยกับแพทย์ถึงปัจจัยเสี่ยงส่วนตัว และความกังวลของคุณ เพื่อตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวคุณเองที่สุด

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว