
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่ปัจจัยเสี่ยงหลักคือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ นั่นคือ อายุที่เพิ่มขึ้น และ พันธุกรรม ด้วยเหตุนี้ ในทางการแพทย์จึงไม่สามารถกล่าวได้ว่ามีวิธี "ป้องกัน" ไม่ให้เกิดโรคนี้ได้ 100%
อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ ที่ชี้ว่า "วิถีชีวิต (Lifestyle)" มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการ "ลดความเสี่ยง" และ "ชะลอ" การดำเนินโรค
บทความนี้คือ 5 แนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ ซึ่งคุณสามารถเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่วันนี้
แม้จะยังไม่มีอาหาร "มหัศจรรย์" ที่สามารถป้องกันมะเร็งได้ แต่การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ก็ส่งผลดีต่อสุขภาพต่อมลูกหมากเช่นกัน
เนื้อแดงและอาหารแปรรูป: การบริโภคเนื้อวัว, เนื้อหมูติดมัน, ไส้กรอก, แฮม ในปริมาณมาก มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก
ไขมันอิ่มตัว (จากสัตว์): พยายามลดอาหารไขมันสูง เช่น ของทอด, เนย, และชีส
ผลิตภัณฑ์จากนมและแคลเซียมสูง: มีบางการศึกษาที่ชี้ว่าการบริโภคนมหรือแคลเซียมในปริมาณที่ "สูงมาก" เป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงได้เล็กน้อย (แต่ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม)
ผักและผลไม้หลากสี: โดยเฉพาะ...
มะเขือเทศ (และผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ): มะเขือเทศที่ปรุงสุก (เช่น ซอสมะเขือเทศ) อุดมไปด้วยสาร ไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง เชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก
ผักตระกูลกะหล่ำ: เช่น บรอกโคลี, ดอกกะหล่ำ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ปลาที่มีไขมันดี (โอเมก้า-3): เช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ
นี่คือสองปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถควบคุมได้:
ควบคุมน้ำหนัก: ภาวะอ้วน (BMI > 30) ไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด BPH แต่ยังสัมพันธ์กับมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดที่ "ดุร้าย" (Aggressive) มากขึ้นด้วย
ออกกำลังกายเป็นประจำ: การออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (เช่น เดินเร็ว, วิ่ง, ว่ายน้ำ) ช่วยควบคุมน้ำหนัก, ลดการอักเสบ, และปรับสมดุลฮอร์โมน
นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด จากการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่ (เช่น SELECT Trial) พบว่า:
วิตามินอี (Vitamin E): การรับประทาน "วิตามินอีในรูปแบบอาหารเสริม" ไม่ช่วยป้องกัน มะเร็งต่อมลูกหมาก และที่แย่กว่านั้นคือ กลับ เพิ่มความเสี่ยง ของการเกิดโรคเล็กน้อย
ซีลีเนียม (Selenium): การรับประทานซีลีเนียมเสริม ไม่แสดงผลในการป้องกันโรค
กรดโฟลิก (Folic Acid): การรับประทาน "กรดโฟลิกในรูปแบบอาหารเสริม" ในปริมาณสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ (ในขณะที่การได้รับโฟเลตตามธรรมชาติจากผักใบเขียวนั้นปลอดภัย)
ข้อสรุปที่สำคัญ: ควรได้รับวิตามินและแร่ธาตุจากการรับประทานอาหารตามธรรมชาติ ไม่ควรซื้อมารับประทานเองในปริมาณสูงเพื่อหวังผลในการป้องกันโรค
ยาในกลุ่ม 5-alpha reductase inhibitors ที่ใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) ได้แก่ Finasteride และ Dutasteride มีผลการศึกษาพบว่าสามารถ "ลดโอกาส" ในการตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากได้
อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้ไม่ได้ถูกแนะนำให้ใช้เพื่อ "ป้องกัน" มะเร็งในคนทั่วไป เนื่องจากมีผลข้างเคียง และอาจทำให้การตรวจคัดกรองมะเร็งชนิดดุร้ายทำได้ยากขึ้น ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อรักษา BPH เท่านั้น
อายุ: ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังอายุ 50 ปี
พันธุกรรม: หากมีญาติสายตรง (พ่อ, พี่ชาย) เป็นโรคนี้ คุณมีความเสี่ยงสูงขึ้น
สรุป: แม้เราจะหยุดอายุหรือเปลี่ยนพันธุกรรมไม่ได้ แต่วิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี (ควบคุมน้ำหนัก, ออกกำลังกาย, ทานอาหารเน้นพืชผักและไขมันดี, ลดเนื้อแดง) คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่เรามีในการต่อสู้กับมะเร็งต่อมลูกหมาก
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว