
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
"ปัสสาวะไม่พุ่ง", "ต้องลุกฉี่กลางดึกบ่อยๆ", "กว่าจะฉี่ออกต้องเบ่งอยู่นาน" — อาการเหล่านี้คือปัญหาคลาสสิกที่รบกวนคุณภาพชีวิตของผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุจำนวนมาก และสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดก็คือ โรคต่อมลูกหมากโต หรือ BPH (Benign Prostatic Hyperplasia)
BPH เป็นภาวะที่ขนาดของต่อมลูกหมากขยายใหญ่ขึ้นตามวัย สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ ภาวะนี้ไม่ใช่มะเร็ง และไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ขนาดที่โตขึ้นของมันสามารถสร้างปัญหาให้กับการปัสสาวะได้อย่างมาก การทำความเข้าใจภาวะนี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอาการและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเองได้
ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น เมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย ไดไฮโดรเทสทอสเตอโรน (DHT) จะกระตุ้นให้เซลล์ในต่อมลูกหมากแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้ต่อมมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น มันจะไปบีบรัดท่อปัสสาวะให้แคบลง เปรียบเสมือนการบีบสายยางรดน้ำ ทำให้ปัสสาวะไหลออกได้ยากขึ้น และในขณะเดียวกันก็ไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานหนักขึ้นและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น
อาการของ BPH สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ:
เป็นอาการที่เกิดจากท่อปัสสาวะถูกบีบให้แคบลง:
ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือไหลอ่อน: สายปัสสาวะเล็กลง ไม่มีแรง
ต้องใช้เวลาในการเบ่ง: ต้องรอนานกว่าปัสสาวะจะเริ่มไหล
ปัสสาวะสะดุด หรือไหลๆ หยุดๆ
ปัสสาวะไม่สุด: รู้สึกว่ายังมีน้ำปัสสาวะเหลือค้างอยู่
ปัสสาวะหยด: มีปัสสาวะหยดตามมาหลังจากปัสสาวะเสร็จแล้ว
เป็นอาการที่เกิดจากกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ:
ปัสสาวะบ่อย: ต้องเข้าห้องน้ำถี่กว่าปกติ
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปวดปัสสาวะเร่งด่วน (Urgency): รู้สึกปวดปุ๊บต้องรีบไปเข้าห้องน้ำทันที
ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (Nocturia): เป็นอาการที่รบกวนคุณภาพชีวิตมากที่สุด ต้องตื่นมาปัสสาวะ 2 ครั้งขึ้นไปต่อคืน
การซักประวัติและทำแบบประเมินอาการ (IPSS): แพทย์จะให้คุณทำแบบสอบถามคะแนนอาการต่อมลูกหมากโตสากล (International Prostate Symptom Score) เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการ
การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (DRE): แพทย์จะใช้นิ้วคลำต่อมลูกหมากเพื่อประเมินขนาดและความผิดปกติ
การตรวจปัสสาวะ: เพื่อแยกโรคติดเชื้อหรือภาวะอื่นๆ ออกไป
การตรวจเลือดหาค่า PSA: เพื่อช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคจากมะเร็งต่อมลูกหมาก
การตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry): เพื่อดูว่าปัสสาวะไหลได้ช้าเพียงใด
อัลตราซาวด์: เพื่อวัดขนาดต่อมลูกหมากและดูปริมาณปัสสาวะที่เหลือค้าง
การรักษามีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต:
ลดการดื่มน้ำในช่วงเย็นและก่อนนอน
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
ฝึกการปัสสาวะสองครั้ง (Double Voiding): หลังจากปัสสาวะเสร็จ ให้รอสักครู่แล้วพยายามเบ่งปัสสาวะอีกครั้ง
หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น ยาแก้หวัดลดน้ำมูกบางชนิด
ยากลุ่มคลายกล้ามเนื้อ (Alpha-blockers): เช่น Doxazosin, Tamsulosin ยาจะช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก ทำให้ท่อปัสสาวะขยายและปัสสาวะได้คล่องขึ้น ออกฤทธิ์เร็ว
ยากลุ่มลดขนาดต่อมลูกหมาก (5-alpha reductase inhibitors): เช่น Finasteride, Dutasteride ยาจะไปยับยั้งฮอร์โมน DHT ทำให้ขนาดของต่อมลูกหมากเล็กลง แต่ออกฤทธิ์ช้า อาจต้องใช้เวลา 3-6 เดือนจึงจะเห็นผลเต็มที่
การผ่าตัดส่องกล้องขูดต่อมลูกหมาก (TURP): ถือเป็นวิธีมาตรฐาน โดยการสอดกล้องผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปขูดเอาเนื้อเยื่อส่วนที่อุดตันออก
การรักษาด้วยเลเซอร์: เป็นทางเลือกที่ทันสมัยและเสียเลือดน้อยกว่า เช่น HoLEP, Greenlight Laser
หัตถการอื่นๆ: เช่น การใช้ไอน้ำ (Rezum), การใส่อุปกรณ์ถ่างท่อปัสสาวะ (UroLift)
สรุป: โรคต่อมลูกหมากโตเป็นส่วนหนึ่งของความสูงวัยในผู้ชายที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ไม่ใช่ภาวะที่ต้องทนกับอาการไปตลอด หากอาการต่างๆ เริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง
ต่อมลูกหมากโต การป้องกันต่อมลูกหมากโต อาหารป้องกันต่อมลูกหมาก ยาและสารเคมีที่มีผลต่อต่อมลูกหมาก ปัจจัยเสี่ยงของต่อมลูกหมากโต
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว