siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

การปรับเปลี่ยนอาหารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการอาการของโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่อาหารบางชนิดสามารถช่วยบรรเทาอาการ ในขณะที่บางชนิดอาจทำให้อาการแย่ลงได้ครับ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณ (อาจทำให้อาการแย่ลง)

อาหารกลุ่มนี้มักจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย หรือมีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้อาการปัสสาวะบ่อยหรือติดขัดแย่ลงได้

  1. เนื้อแดงและอาหารไขมันสูง:

    • ตัวอย่าง: เนื้อวัว, เนื้อหมูติดมัน, เนื้อแกะ, ของทอด, เบเกอรี่, เนย, ชีส

    • เหตุผล: ไขมันอิ่มตัวในอาหารเหล่านี้ส่งเสริมให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากโตขึ้น งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคเนื้อแดงในปริมาณมากกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคต่อมลูกหมากโต

  2. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์:

    • ตัวอย่าง: กาแฟ, ชา, น้ำอัดลม, เบียร์, ไวน์, สุรา

    • เหตุผล: สารเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ (Diuretic) ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากขึ้น และยังสามารถระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กล้ามเนื้อบีบตัวไวขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อยและเร่งด่วนมากขึ้น

  3. อาหารรสเค็มจัด (โซเดียมสูง):

    • ตัวอย่าง: อาหารแปรรูป, อาหารสำเร็จรูป, อาหารหมักดอง, ขนมขบเคี้ยว, ไส้กรอก, แฮม

    • เหตุผล: การบริโภคโซเดียมสูงทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้มากขึ้นและเพิ่มภาระให้กับระบบทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้อาการปัสสาวะบ่อยแย่ลงได้

  4. ผลิตภัณฑ์จากนม:

    • ตัวอย่าง: นม, เนย, ชีส (ในปริมาณมาก)

    • เหตุผล: เช่นเดียวกับเนื้อแดง การบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูงเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคต่อมลูกหมากโตได้ในบางงานวิจัย

อาหารที่แนะนำให้รับประทาน (อาจช่วยลดอาการ)

อาหารกลุ่มนี้มักอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ, สารต้านการอักเสบ และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพต่อมลูกหมาก

  1. มะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ:

    • เหตุผล: เป็นแหล่งของ ไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง มีงานวิจัยพบว่าไลโคปีนช่วยลดความเสี่ยงและอาจชะลอการโตของต่อมลูกหมากได้ การนำมะเขือเทศไปปรุงผ่านความร้อน (เช่น ทำซอส) จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดียิ่งขึ้น

  2. ผักตระกูลกะหล่ำ:

    • ตัวอย่าง: บรอกโคลี, ดอกกะหล่ำ, กะหล่ำปลี

    • เหตุผล: อุดมไปด้วยสาร ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและอาจมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง

  3. ปลาที่มีไขมันดี (โอเมก้า-3):

    • ตัวอย่าง: ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ปลาเทราต์

    • เหตุผล: กรดไขมันโอเมก้า-3 มีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมและอาจช่วยลดการอักเสบของต่อมลูกหมากได้

  4. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี:

    • ตัวอย่าง: สตรอว์เบอร์รี, บลูเบอร์รี, ราสเบอร์รี, ลูกหม่อน

    • เหตุผล: เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีสูง ช่วยต่อสู้กับการอักเสบในร่างกาย

  5. ถั่วและเมล็ดพืช:

    • ตัวอย่าง: เมล็ดฟักทอง, อัลมอนด์, วอลนัท

    • เหตุผล: เป็นแหล่งที่ดีของ สังกะสี (Zinc) และ ซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของต่อมลูกหมาก

  6. ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง:

    • ตัวอย่าง: เต้าหู้, นมถั่วเหลือง

    • เหตุผล: มีสาร ไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ซึ่งอาจช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชายที่เกี่ยวข้องกับการโตของต่อมลูกหมาก

ข้อแนะนำสำคัญ: การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็นการดูแลสุขภาพในระยะยาว ควรทำควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ หากคุณมีอาการของโรคต่อมลูกหมากโต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ต่อมลูกหมากโต การป้องกันต่อมลูกหมากโต อาหารป้องกันต่อมลูกหมาก ยาและสารเคมีที่มีผลต่อต่อมลูกหมาก ปัจจัยเสี่ยงของต่อมลูกหมากโต

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว