siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

ปัสสาวะบ่อย เกิดจากอะไร? 10+ สาเหตุยอดฮิตและสัญญาณเตือนที่ต้องรู้

อาการปัสสาวะบ่อยเป็นปัญหากวนใจที่หลายคนเคยประสบ แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าอาการ "ปัสสาวะบ่อย" ของคุณนั้นเป็นแค่การปัสสาวะถี่ขึ้น หรือมี "ปริมาณ" ปัสสาวะที่มากผิดปกติร่วมด้วย? การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้ คือกุญแจสำคัญในการหาสาเหตุที่แท้จริง

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสาเหตุของทั้งสองภาวะ ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวไปจนถึงสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่

สาเหตของปัสสาวะบ่อย

สาเหตุของอาการ "ปัสสาวะบ่อย" (แต่ปริมาณไม่มาก)

มักเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองหรือความจุของกระเพาะปัสสาวะ

1. การดื่มน้ำ, กาแฟ, หรือแอลกอฮอล์

เป็นสาเหตุที่ตรงไปตรงมาที่สุด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ ทำให้รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น

2. การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI)

เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ในผู้หญิง เมื่อเกิดการติดเชื้อ ผนังกระเพาะปัสสาวะจะระคายเคืองและไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะกะปริบกะปรอยตลอดเวลา แม้จะมีน้ำปัสสาวะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

3. โรคต่อมลูกหมากโต (BPH)

ในชายสูงอายุ ต่อมลูกหมากที่โตขึ้นจะไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะออกไม่สุด มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะ จึงต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ต่อมลูกหมากโต

4. ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (OAB)

กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ บีบตัวไวกว่าที่ควร ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงและต้องรีบไปเข้าห้องน้ำทันที

5. การตั้งครรภ์

ขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้นจะไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ความจุลดลง จึงต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น


สาเหตุของอาการ "ปัสสาวะมาก" (Polyuria)

มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมน, ระดับน้ำตาล หรือการทำงานของไต

6. โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)

นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงเกิน ไตจะพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินทิ้งทางปัสสาวะ ซึ่งกระบวนการนี้จะดึงเอาน้ำออกจากร่างกายไปด้วย ทำให้มีปริมาณปัสสาวะมากและหิวน้ำบ่อย

7. โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus)

เป็นภาวะที่ร่างกายขาดฮอร์โมน Antidiuretic Hormone (ADH) หรือไตไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนนี้ ซึ่ง ADH มีหน้าที่ดูดน้ำกลับที่ไต เมื่อฮอร์โมนผิดปกติ ร่างกายจึงไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ ทำให้ปัสสาวะออกมาในปริมาณมหาศาล (อาจมากถึง 10-20 ลิตรต่อวัน) และกระหายน้ำอย่างรุนแรง

8. โรคไตเรื้อรัง (ระยะเริ่มต้น)

ในระยะแรกๆ ของโรคไต ความสามารถในการดูดน้ำกลับเพื่อทำให้ปัสสาวะเข้มข้นจะเสียไป ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะมากและบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน โรคไตเรื้อรัง

9. ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง หรือโพแทสเซียมในเลือดต่ำ

ความไม่สมดุลของเกลือแร่เหล่านี้สามารถรบกวนการทำงานของฮอร์โมน ADH ที่ไต ทำให้ร่างกายไม่สามารถเก็บน้ำได้ดี

10. ผลจากยาบางชนิด

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

หากอาการปัสสาวะบ่อยของคุณรบกวนการใช้ชีวิต หรือมีอาการเตือนเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที:

แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจปัสสาวะ, ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, ตรวจการทำงานของไต (BUN, Creatinine) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว