
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
อาการปัสสาวะบ่อยเป็นปัญหากวนใจที่หลายคนเคยประสบ แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าอาการ "ปัสสาวะบ่อย" ของคุณนั้นเป็นแค่การปัสสาวะถี่ขึ้น หรือมี "ปริมาณ" ปัสสาวะที่มากผิดปกติร่วมด้วย? การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้ คือกุญแจสำคัญในการหาสาเหตุที่แท้จริง
ปัสสาวะบ่อย (Frequency): คือการรู้สึกปวดและต้องเข้าห้องน้ำถี่กว่าปกติ แต่ปริมาณปัสสาวะในแต่ละครั้งอาจจะน้อย
ปัสสาวะมาก (Polyuria): คือภาวะที่ร่างกายผลิตน้ำปัสสาวะในปริมาณที่มากผิดปกติ (มากกว่า 3 ลิตรต่อวันในผู้ใหญ่) ทำให้ต้องปัสสาวะบ่อยและแต่ละครั้งก็มีปริมาณมาก
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสาเหตุของทั้งสองภาวะ ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวไปจนถึงสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่

มักเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองหรือความจุของกระเพาะปัสสาวะ
เป็นสาเหตุที่ตรงไปตรงมาที่สุด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ ทำให้รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น
เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ในผู้หญิง เมื่อเกิดการติดเชื้อ ผนังกระเพาะปัสสาวะจะระคายเคืองและไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะกะปริบกะปรอยตลอดเวลา แม้จะมีน้ำปัสสาวะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
ในชายสูงอายุ ต่อมลูกหมากที่โตขึ้นจะไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะออกไม่สุด มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะ จึงต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ต่อมลูกหมากโต
กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ บีบตัวไวกว่าที่ควร ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงและต้องรีบไปเข้าห้องน้ำทันที
ขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้นจะไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ความจุลดลง จึงต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น
มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมน, ระดับน้ำตาล หรือการทำงานของไต
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงเกิน ไตจะพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินทิ้งทางปัสสาวะ ซึ่งกระบวนการนี้จะดึงเอาน้ำออกจากร่างกายไปด้วย ทำให้มีปริมาณปัสสาวะมากและหิวน้ำบ่อย
เป็นภาวะที่ร่างกายขาดฮอร์โมน Antidiuretic Hormone (ADH) หรือไตไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนนี้ ซึ่ง ADH มีหน้าที่ดูดน้ำกลับที่ไต เมื่อฮอร์โมนผิดปกติ ร่างกายจึงไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ ทำให้ปัสสาวะออกมาในปริมาณมหาศาล (อาจมากถึง 10-20 ลิตรต่อวัน) และกระหายน้ำอย่างรุนแรง
ในระยะแรกๆ ของโรคไต ความสามารถในการดูดน้ำกลับเพื่อทำให้ปัสสาวะเข้มข้นจะเสียไป ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะมากและบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน โรคไตเรื้อรัง
ความไม่สมดุลของเกลือแร่เหล่านี้สามารถรบกวนการทำงานของฮอร์โมน ADH ที่ไต ทำให้ร่างกายไม่สามารถเก็บน้ำได้ดี
ยาขับปัสสาวะ (Diuretics): ใช้รักษาความดันโลหิตสูง
ลิเทียม (Lithium): ใช้รักษาโรคไบโพลาร์
ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Tetracycline
หากอาการปัสสาวะบ่อยของคุณรบกวนการใช้ชีวิต หรือมีอาการเตือนเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที:
มีไข้ ปวดบั้นเอว หรือปัสสาวะแสบขัด (อาจเป็นกรวยไตอักเสบ)
กระหายน้ำมากและดื่มน้ำมากผิดปกติ (สัญญาณสำคัญของเบาหวาน/เบาจืด)
มีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปัสสาวะเป็นเลือด
มีอาการอ่อนเพลีย หรือขาบวม
แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจปัสสาวะ, ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, ตรวจการทำงานของไต (BUN, Creatinine) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว