siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

9 สัญญาณเตือน "โรคไตเสื่อม" ภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก

โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) คือภาวะที่ไตถูกทำลายอย่างช้าๆ และสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียออกจากเลือด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือการที่มันเป็น "ภัยเงียบ"

ในระยะแรกเริ่ม (ระยะที่ 1-2) ที่ไตเริ่มเสื่อม ผู้ป่วยส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย อาการต่างๆ มักจะปรากฏให้เห็นชัดเจนก็ต่อเมื่อการทำงานของไตลดลงไปมากแล้ว (เข้าสู่ระยะที่ 3-5) การตระหนักรู้ถึงสัญญาณเตือนเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง (เป็นโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, หรือมีประวัติครอบครัว)


สัญญาณ "แรกสุด" ที่คุณอาจสังเกตเห็นได้ (ก่อนที่ไตจะวาย)

ในขณะที่อาการส่วนใหญ่จะเกิดในระยะท้าย แต่มีสัญญาณหนึ่งที่อาจปรากฏขึ้นได้ก่อน คือ:

ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ (Foamy Urine)

นี่คือสัญญาณเตือนที่สำคัญมาก ไม่ได้เกิดจาก "ไตวาย" แต่เกิดจาก "ไตเริ่มเสียหาย" ไตที่ปกติจะเก็บโปรตีนอัลบูมินไว้ในร่างกาย แต่เมื่อหน่วยกรองของไต (ตะแกรงกรอง) เสียหาย โปรตีนจะรั่วออกมาในปัสสาวะ ทำให้เกิดฟองละเอียดคล้ายฟองเบียร์ซึ่งอยู่นานกว่าปกติ (นี่คือสัญญาณของภาวะ Albuminuria)


9 สัญญาณเตือนเมื่อ "โรคไตเสื่อม" ดำเนินไปสู่ระยะท้าย

อาการเหล่านี้จะชัดเจนขึ้นเมื่อไตไม่สามารถกรองของเสีย, ขับน้ำส่วนเกิน, หรือสร้างฮอร์โมนได้ตามปกติ

1. อาการบวม (Edema)

เกิดจากการที่ไตขับโซเดียม (เกลือ) และน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายไม่ได้

2. อ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายผิดปกติ (Fatigue)

นี่คืออาการที่พบบ่อยที่สุด เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก:

3. รู้สึกขี้หนาว (Feeling Cold)

เป็นผลต่อเนื่องมาจากภาวะโลหิตจาง (Anemia) เมื่อร่างกายมีเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้น้อยลง จะทำให้รู้สึกหนาวเย็นได้ง่าย แม้จะอยู่ในอุณหภูมิปกติ

4. อาการคันตามผิวหนัง (Itchy Skin / Pruritus)

เป็นอาการที่ทรมานอย่างมากในผู้ป่วยไตระยะท้าย เกิดจากการคั่งของของเสียในเลือด และความไม่สมดุลของแร่ธาตุ โดยเฉพาะ ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ที่คั่งค้างในร่างกาย

5. การเปลี่ยนแปลงของการปัสสาวะ

นอกเหนือจากปัสสาวะเป็นฟอง อาจพบอาการเหล่านี้:

6. หายใจถี่ หรือ หายใจหอบ (Shortness of Breath)

เกิดได้จาก 2 สาเหตุ:

7. กลิ่นปาก (Ammonia Breath) และรับรสเพี้ยน

เมื่อของเสีย (ยูเรีย) คั่งในเลือดสูง ร่างกายจะพยายามขับออกทางลมหายใจและน้ำลาย โดยยูเรียจะถูกย่อยสลายเป็น แอมโมเนีย ทำให้มี กลิ่นลมหายใจคล้ายปัสสาวะหรือแอมโมเนีย (Uremic Fetor) และทำให้รับรสชาติอาหารเพี้ยนไป (มักรู้สึกเหมือนมี รสโลหะในปาก)

8. เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

เป็นผลโดยตรงจากภาวะของเสียคั่ง (Uremia) ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร

9. สมาธิไม่ดี และ ตะคริว


ข้อสรุป: อย่ารอให้มีอาการ

อาการส่วนใหญ่ที่กล่าวมานี้ เป็นอาการของโรคไตเสื่อมในระยะที่ดำเนินไปมากแล้ว หากคุณอยู่ใน กลุ่มเสี่ยง (เป็นโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, อ้วน, สูบบุหรี่, หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต) คุณไม่ควรอย่างยิ่งที่จะรอให้เกิดอาการ

วิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจคัดกรองสุขภาพไตเป็นประจำทุกปี ด้วยการ ตรวจเลือด (เพื่อดูค่า eGFR) และ ตรวจปัสสาวะ (เพื่อดูค่า UACR หรือโปรตีนรั่ว) ซึ่งสามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่มีอาการ

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว