
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) คือภาวะที่ไตถูกทำลายอย่างช้าๆ และสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียออกจากเลือด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือการที่มันเป็น "ภัยเงียบ"
ในระยะแรกเริ่ม (ระยะที่ 1-2) ที่ไตเริ่มเสื่อม ผู้ป่วยส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย อาการต่างๆ มักจะปรากฏให้เห็นชัดเจนก็ต่อเมื่อการทำงานของไตลดลงไปมากแล้ว (เข้าสู่ระยะที่ 3-5) การตระหนักรู้ถึงสัญญาณเตือนเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง (เป็นโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, หรือมีประวัติครอบครัว)
ในขณะที่อาการส่วนใหญ่จะเกิดในระยะท้าย แต่มีสัญญาณหนึ่งที่อาจปรากฏขึ้นได้ก่อน คือ:
นี่คือสัญญาณเตือนที่สำคัญมาก ไม่ได้เกิดจาก "ไตวาย" แต่เกิดจาก "ไตเริ่มเสียหาย" ไตที่ปกติจะเก็บโปรตีนอัลบูมินไว้ในร่างกาย แต่เมื่อหน่วยกรองของไต (ตะแกรงกรอง) เสียหาย โปรตีนจะรั่วออกมาในปัสสาวะ ทำให้เกิดฟองละเอียดคล้ายฟองเบียร์ซึ่งอยู่นานกว่าปกติ (นี่คือสัญญาณของภาวะ Albuminuria)
อาการเหล่านี้จะชัดเจนขึ้นเมื่อไตไม่สามารถกรองของเสีย, ขับน้ำส่วนเกิน, หรือสร้างฮอร์โมนได้ตามปกติ
เกิดจากการที่ไตขับโซเดียม (เกลือ) และน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายไม่ได้
ลักษณะ: มักจะเริ่มบวมที่ เปลือกตาหรือใบหน้าในตอนเช้า (Puffy eyes) และบวมบริเวณ ข้อเท้าและเท้าในช่วงบ่ายหรือเย็น (กดแล้วบุ๋ม)
นี่คืออาการที่พบบ่อยที่สุด เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก:
ภาวะโลหิตจาง (Anemia): ไตที่แข็งแรงจะสร้างฮอร์โมน EPO ซึ่งกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อไตเสื่อม การสร้างฮอร์โมนนี้จะลดลง ทำให้เกิดภาวะซีด ร่างกายจึงได้รับออกซิเจนน้อยลง
ของเสียคั่ง (Uremia): การสะสมของสารพิษในเลือดทำให้ร่างกายอ่อนล้า
เป็นผลต่อเนื่องมาจากภาวะโลหิตจาง (Anemia) เมื่อร่างกายมีเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้น้อยลง จะทำให้รู้สึกหนาวเย็นได้ง่าย แม้จะอยู่ในอุณหภูมิปกติ
เป็นอาการที่ทรมานอย่างมากในผู้ป่วยไตระยะท้าย เกิดจากการคั่งของของเสียในเลือด และความไม่สมดุลของแร่ธาตุ โดยเฉพาะ ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ที่คั่งค้างในร่างกาย
นอกเหนือจากปัสสาวะเป็นฟอง อาจพบอาการเหล่านี้:
ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (Nocturia): เกิดจากไตสูญเสียความสามารถในการทำให้น้ำปัสสาวะเข้มข้นในตอนกลางคืน
ปัสสาวะออกน้อยลง: ในระยะท้ายๆ ของไตวาย
ปัสสาวะเป็นเลือด (Hematuria): อาจมีสีชมพู, แดง, หรือสีน้ำตาล
เกิดได้จาก 2 สาเหตุ:
น้ำท่วมปอด: จากการที่ไตขับน้ำส่วนเกินออกไม่ได้
ภาวะโลหิตจางรุนแรง: ร่างกายขาดออกซิเจน
เมื่อของเสีย (ยูเรีย) คั่งในเลือดสูง ร่างกายจะพยายามขับออกทางลมหายใจและน้ำลาย โดยยูเรียจะถูกย่อยสลายเป็น แอมโมเนีย ทำให้มี กลิ่นลมหายใจคล้ายปัสสาวะหรือแอมโมเนีย (Uremic Fetor) และทำให้รับรสชาติอาหารเพี้ยนไป (มักรู้สึกเหมือนมี รสโลหะในปาก)
เป็นผลโดยตรงจากภาวะของเสียคั่ง (Uremia) ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร
สมาธิไม่ดี (Brain Fog): เกิดจากทั้งภาวะซีดและของเสียที่ส่งผลต่อสมอง
ตะคริว: เกิดจากความไม่สมดุลของเกลือแร่ (Electrolytes)
อาการส่วนใหญ่ที่กล่าวมานี้ เป็นอาการของโรคไตเสื่อมในระยะที่ดำเนินไปมากแล้ว หากคุณอยู่ใน กลุ่มเสี่ยง (เป็นโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, อ้วน, สูบบุหรี่, หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต) คุณไม่ควรอย่างยิ่งที่จะรอให้เกิดอาการ
วิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจคัดกรองสุขภาพไตเป็นประจำทุกปี ด้วยการ ตรวจเลือด (เพื่อดูค่า eGFR) และ ตรวจปัสสาวะ (เพื่อดูค่า UACR หรือโปรตีนรั่ว) ซึ่งสามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่มีอาการ
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว