siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

โลหิตจาง (Anemia) หรือ ภาวะซีด ในผู้ป่วยโรคไต

เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD) อย่างมาก โดยความชุกของภาวะนี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อการทำงานของไตลดลง โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3 ขึ้นไป

ภาวะโลหิตจางไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ป่วยอ่อนเพลีย แต่ยังเพิ่มภาระการทำงานของหัวใจ และอาจทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น การทำความเข้าใจและรักษาภาวะนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง


1. อาการของภาวะโลหิตจาง

เมื่อร่างกายมีเม็ดเลือดแดง (ตัวขนส่งออกซิเจน) น้อยลง อวัยวะต่างๆ จะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้:

ผู้ป่วยโรคไตและโลหิตจาง

2. สาเหตุหลัก: ทำไมโรคไตจึงทำให้โลหิตจาง?

สาเหตุที่ผู้ป่วยโรคไตมักมีภาวะโลหิตจางนั้น แตกต่างจากคนทั่วไป

กลไกหลักคือการขาดฮอร์โมน EPO

ไตไม่ได้ทำหน้าที่แค่ "กรองของเสีย" แต่ยังเป็นอวัยวะสำคัญที่ผลิตฮอร์โมนชื่อ "อิริโทรโพอิติน" (Erythropoietin) หรือ อีพีโอ (EPO)

  1. หน้าที่ของ EPO: ฮอร์โมน EPO นี้จะเดินทางผ่านกระแสเลือดไปยัง "ไขกระดูก"

  2. การส่งสัญญาณ: EPO ทำหน้าที่เป็น "สัญญาณ" สั่งการให้ไขกระดูกเร่งผลิต "เซลล์เม็ดเลือดแดง"

  3. เมื่อไตเสื่อม: ในผู้ป่วยโรคไตเสื่อมเรื้อรัง (โดยเฉพาะระยะ G3b ขึ้นไป) เนื้อไตที่ดีจะถูกทำลาย ทำให้ความสามารถในการผลิตฮอร์โมน EPO ลดลงอย่างมาก

  4. ผลลัพธ์: เมื่อไม่มีสัญญาณ EPO ไปกระตุ้น ไขกระดูกก็จะไม่สร้าง หรือสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง ทำให้ระดับความเข้มข้นของเลือด (ฮีโมโกลบิน) ลดต่ำลง

ภาวะนี้มักพบได้ง่ายขึ้นในผู้ป่วยโรคไตที่มีโรคเบาหวานร่วมด้วย หรือในผู้ป่วยเพศหญิง


3. ปัจจัยอื่นที่ทำให้ภาวะโลหิตจางแย่ลง

แม้การขาด EPO จะเป็นสาเหตุหลัก แต่แพทย์ต้องหาสาเหตุอื่นที่อาจเกิดร่วมด้วยเสมอ ได้แก่:

 


4. การวินิจฉัยและเป้าหมายการรักษา

แพทย์จะวินิจฉัยภาวะโลหิตจางจากการตรวจเลือด (CBC) เพื่อดูค่า ฮีโมโกลบิน (Hemoglobin - Hb)

แนวทางการรักษาเมื่อมีภาวะโลหิตจางจากโรคไต

การรักษาไม่ได้มุ่งเน้นแค่การให้เลือด แต่เป็นการแก้ที่ต้นเหตุ โดยมีขั้นตอนและเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจและแก้ไขภาวะขาดธาตุเหล็ก (ต้องทำก่อนเสมอ) ร่างกายเปรียบเหมือนโรงงานสร้างเม็ดเลือดแดง, EPO คือ "คำสั่งผลิต", แต่ "ธาตุเหล็ก" คือ "วัตถุดิบ"

ขั้นตอนที่ 2: การให้ยาฉีดกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (ESA) เมื่อร่างกายมีธาตุเหล็กเพียงพอแล้ว แต่ระดับ Hb ยังคงต่ำ แพทย์จะพิจารณาให้ "ฮอร์โมน EPO สังเคราะห์" หรือที่เรียกว่า ESA (Erythropoiesis-Stimulating Agents)

ขั้นตอนที่ 3: เป้าหมายของการรักษา (Hb Target) เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การทำให้เลือดกลับมาเข้มข้นเท่าคนปกติ แต่เป็นการรักษาระดับให้เหมาะสม

การให้เลือด (Blood Transfusion): จะสงวนไว้ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะโลหิตจางรุนแรงมาก, มีอาการเหนื่อยหอบเฉียบพลัน, หรือมีเลือดออกรุนแรงเท่านั้น


5. สรุปความสำคัญของการรักษา

การรักษาภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยลดอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย แต่ยังมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพโดยรวม:

หากคุณเป็นผู้ป่วยโรคไตและมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินภาวะโลหิตจางครับ

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว