
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD) คือภาวะที่ไตถูกทำลายอย่างช้าๆ และถาวร ส่วนใหญ่มักเป็นผลมาจากโรคประจำตัวยอดฮิตอย่าง โรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูง ข่าวดีก็คือ โรคไตเสื่อมเป็นโรคที่ "ป้องกันได้" และ "ชะลอได้" อย่างมีนัยสำคัญ หากคุณรู้และปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง
ไตเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักและอดทนอย่างน่าทึ่ง มันมักจะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ จนกว่าจะเสื่อมไปมากแล้ว ดังนั้น การรอให้มีอาการจึงเป็นสิ่งที่สายเกินไป การ "ป้องกัน" ตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด
นี่คือ 7 แนวทางปฏิบัติที่สำคัญที่สุด ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถปกป้องไตของคุณจากภาวะเสื่อมได้
นี่คือ สาเหตุอันดับหนึ่ง ของภาวะไตวายระยะสุดท้าย ภาวะน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานจะทำลายหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กที่อยู่ในหน่วยไต (Nephrons) โดยตรง ทำให้ไตเริ่มรั่วและเสื่อมสภาพ
แนวทางปฏิบัติ:
นี่คือ สาเหตุอันดับสอง และเป็นทั้ง "สาเหตุ" และ "ผลลัพธ์" ของโรคไต ความดันโลหิตที่สูงจะสร้างแรงดันมหาศาลต่อหลอดเลือดในไต ทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมเร็วขึ้น
แนวทางปฏิบัติ:
เป้าหมายความดันโลหิตสำหรับคนทั่วไปคือ น้อยกว่า 140/90 mmHg
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ เป้าหมายจะเข้มงวดขึ้น คือ น้อยกว่า 130/80 mmHg
รับประทานยาควบคุมความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
การรับประทานอาหารเค็มจัด (โซเดียมสูง) คือการบังคับให้ไตทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อพยายามขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
แนวทางปฏิบัติ:
จำกัดการบริโภคโซเดียม ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา หรือน้ำปลา/ซีอิ๊ว 4-5 ช้อนชา)
หลีกเลี่ยง: อาหารแปรรูป, อาหารสำเร็จรูป, ขนมขบเคี้ยว, อาหารหมักดอง, ไส้กรอก, แฮม
ลดการปรุง: ชิมก่อนปรุงเสมอ และใช้เครื่องเทศหรือสมุนไพรอื่นเพื่อเพิ่มรสชาติแทนเกลือ
ยาหลายชนิดมีพิษต่อไตโดยตรง การใช้ยาพร่ำเพรื่อคือการทำร้ายไตโดยไม่รู้ตัว
ยาที่อันตรายที่สุด: ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs)
ตัวอย่าง: ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), นาพรอกเซน (Naproxen), ไดโคลฟีแนค (Diclofenac), ยาชุดแก้ปวดตามข้อ
แนวทางปฏิบัติ: หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องใช้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ รวมถึงระวังยาสมุนไพร ยาลูกกลอน ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาซึ่งอาจปนเปื้อนสารอันตราย
การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยให้ไตขับโซเดียมและของเสียออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดนิ่วในไต ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไตเสื่อมได้
แนวทางปฏิบัติ: ดื่มน้ำสะอาดประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน (ประมาณ 2 ลิตร) หรือให้สังเกตสีปัสสาวะให้เป็นสีเหลืองอ่อน (ยกเว้นผู้ป่วยไตวายระยะท้ายที่อาจต้องจำกัดน้ำตามคำสั่งแพทย์)
การสูบบุหรี่ทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง, ความดันโลหิตสูงขึ้น, และเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นอย่างชัดเจน
ภาวะอ้วนและวิถีชีวิตที่เนือยนิ่ง เป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมของทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของไต
แนวทางปฏิบัติ:
ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (BMI 18.5 - 22.9)
ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว, วิ่งเหยาะๆ, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
สรุป: การป้องกันไตเสื่อมคือการดูแลสุขภาพองค์รวม โดยมีหัวใจสำคัญคือการควบคุม "เบาหวาน" และ "ความดัน" ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และเริ่มต้นปรับพฤติกรรมการกินและวิถีชีวิตตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ไตของคุณจะส่งสัญญาณเตือนในวันที่สายเกินไป
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว