siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

การจัดการความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยโรคไต: "เป้าหมายที่เข้มงวด" เพื่อชะลอไตเสื่อม

ในบรรดาปัจจัยทั้งหมดที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น "ความดันโลหิตสูง" (Hypertension) คือศัตรูตัวฉกาจที่สุด

สำหรับผู้ป่วยโรคไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD) ความดันโลหิตสูงไม่ใช่แค่ "โรคแทรกซ้อน" แต่มันคือ "ส่วนหนึ่งของวงจรอุบาทว์" ที่ทำร้ายไตโดยตรง การควบคุมความดันโลหิตจึงไม่ใช่แค่ "การป้องกัน" โรคหัวใจ แต่คือ "การรักษา" โรคไตที่สำคัญที่สุด


1. "วงจรอุบาทว์": ทำไมโรคไตและความดันสูงถึงเป็น "เพื่อนสนิท" กัน?

ความสัมพันธ์ของทั้งสองโรคนั้นเลวร้ายมาก เพราะต่างฝ่ายต่างทำให้อีกฝ่ายแย่ลง:

  1. "ไตเสื่อม" ทำให้ "ความดันสูง"

    • กลไกที่ 1 (ขับเกลือไม่ได้): เมื่อไตเสื่อม (โดยเฉพาะระยะ 3-5) ไตจะสูญเสียความสามารถในการ "ขับเกลือ (โซเดียม)" และ "น้ำ" ส่วนเกินออกจากร่างกาย เมื่อเกลือและน้ำคั่งค้างในหลอดเลือด ปริมาณเลือดก็เพิ่มขึ้น แรงดัน (ความดัน) ก็สูงขึ้นตาม

    • กลไกที่ 2 (ฮอร์โมนเสียสมดุล): ไตที่เสื่อมจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว (Renin-Angiotensin) มากผิดปกติ ทำให้ความดันยิ่งสูงขึ้น

  2. "ความดันสูง" ทำให้ "ไตเสื่อม" (เร็วขึ้น!)

    • กลไก: ไตคืออวัยวะที่เต็มไปด้วย "หลอดเลือดฝอย" ที่ทำหน้าที่เป็น "ตัวกรอง" (Glomeruli)

    • ลองนึกภาพการที่เราฉีดน้ำแรงๆ (ความดันสูง) อัด "ไส้กรอง" ทุกวัน... ในที่สุดไส้กรองก็จะ "พัง", "ทะลุ", และ "เกิดแผลเป็น"

    • นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับไตครับ ความดันที่สูงจะอัดกระแทกตัวกรองไต ทำให้เกิดแผลเป็น, ไตจะ "รั่ว" (เกิดโปรตีนรั่ว) และ "เสื่อม" เร็วขึ้นอย่างมหาศาล

เป้าหมายของเราคือ: ต้อง "ตัด" วงจรอุบาทว์นี้ให้ได้!


2. เป้าหมายที่ต้องรู้: ผู้ป่วยโรคไตต้องคุมความดัน "เข้มงวด" แค่ไหน?

เป้าหมายความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคไต "เข้มงวดกว่า" คนทั่วไป

ข้อสรุป: คุณต้องจำเลข 130/80 ไว้ให้ดี นี่คือ "เพดาน" ที่เราไม่อยากให้เกิน และควรวัดความดันโลหิตที่บ้านเป็นประจำ (Home Blood Pressure Monitoring)


3. แผนปฏิบัติการ: 3 เสาหลักในการควบคุมความดันโลหิต

การจะบรรลุเป้าหมาย < 130/80 นั้น ต้องใช้ 3 เสาหลักประกอบกัน ขาดเสาใดเสาหนึ่งไม่ได้:

เสาหลักที่ 1: การลดเค็ม (ลดโซเดียม) - "สำคัญที่สุด"

เสาหลักที่ 2: การปรับวิถีชีวิต (Lifestyle)

เสาหลักที่ 3: การใช้ยา (จำเป็นอย่างยิ่ง)

ผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่ "ไม่สามารถ" คุมความดันให้อยู่ในเป้าหมาย < 130/80 ได้ด้วยการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว การกินยาจึงเป็นสิ่ง "จำเป็น"

"ทำไมต้องกินยา ทั้งที่ฉันรู้สึกปกติ?" ...เพราะความดันสูงคือ "ฆาตกรเงียบ" มันทำลายไตของคุณโดยที่คุณไม่รู้สึกตัว การกินยาคือ "เกราะป้องกัน" ไตของคุณครับ


4. "ยามหัศจรรย์" สำหรับผู้ป่วยโรคไต (ACEi และ ARBs)

ในการรักษาความดันในผู้ป่วยโรคไต แพทย์ไม่ได้เลือกยาแบบสุ่ม แต่มีกลุ่มยาที่ "ดีเป็นพิเศษ" สำหรับไต ซึ่งเป็นยาที่ผู้ป่วย "ต้อง" ได้รับ (หากไม่มีข้อห้าม)

กลุ่มที่ 1: ACE Inhibitors (ยาที่ลงท้ายด้วย -pril)

กลุ่มที่ 2: ARBs (ยาที่ลงท้ายด้วย -sartan)

ทำไมยา 2 กลุ่มนี้ถึงดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยไต? เพราะมันมี "2 คุณประโยชน์" ในเม็ดเดียว:

  1. ลดความดันโลหิต (เหมือนยาลดความดันทั่วไป)

  2. "ปกป้องไต" โดยตรง (Kidney Protection): ยาสองกลุ่มนี้จะไป "ลดแรงดัน" ที่อัดกระแทก "ภายในตัวกรอง" ของไตโดยเฉพาะ ทำให้ช่วย "ลดโปรตีนรั่ว" และ "ชะลอการเสื่อมของไต" ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ยาอื่นๆ ที่แพทย์อาจใช้ร่วมด้วย:

ข้อควรระวัง: ห้ามหยุดยาเอง และต้องหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เพราะมันจะ "ต้านฤทธิ์" ยา ACEi/ARBs และทำลายไตของคุณ

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว