
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
ถึงผู้ป่วยและครอบครัว: การ "ลดเค็ม" คือหนึ่งในวิธีรักษาและชะลอไตเสื่อมที่ สำคัญที่สุดและได้ผลดีที่สุด ที่คุณสามารถ "ทำเองได้ที่บ้าน"
คู่มือนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่า "เกลือ" (โซเดียม) ที่เป็นศตรูของไตนั้นซ่อนอยู่ที่ไหน และเราจะเอาชนะมันได้อย่างไร
"โซเดียม" คือแร่ธาตุใน "เกลือ" และ "เครื่องปรุงรส" ที่ทำให้ความดันโลหิตสูงและทำให้ไตทำงานหนัก
เป้าหมายของผู้ป่วยโรคไต: ต้องได้รับ โซเดียม ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม (mg) ต่อวัน
2,000 mg เทียบเท่ากับ:
เกลือป่น: 1 ช้อนชา (เต็มๆ)
น้ำปลา / ซีอิ๊วขาว: 4 - 5 ช้อนชา
(นี่คือโควต้าสำหรับอาหาร "ทั้ง 3 มื้อรวมกัน" นะครับ!)
โซเดียมไม่ได้มาจากเกลือในขวดอย่างเดียว แต่ซ่อนอยู่ในอาหาร 5 หมวดหลักนี้:
อาหารกลุ่มนี้คืออาหารที่ผ่านการถนอมอาหารโดยใช้ "เกลือ" ในปริมาณมหาศาล (เช่น ปลาเค็ม, กุนเชียง, ไส้กรอก, แฮม, ของหมักดอง, หมูหยอง)
อันตราย: อาหารเหล่านี้คือ "ระเบิดโซเดียม"
คำแนะนำ: "พยายามไม่กินเลย" ครับ อาหารในหมวดนี้เพียง "นิดเดียว" สามารถใช้โควต้าโซเดียมของคุณไปแล้ว 1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่งของทั้งวัน ทำให้มื้ออื่นๆ ของคุณแทบจะ "ปรุงอะไรไม่ได้เลย"
| อาหารแปรรูป | ปริมาณโซเดียม (โดยประมาณ) | เทียบเท่าโควต้าทั้งวัน (2,000 mg) |
| ปลาเค็ม (ชิ้นเล็ก 10-15 กรัม) | 1,000 - 3,000 mg | 50% - 150% (อันตรายที่สุด!) |
| กุนเชียง (1 แท่งสั้น) | 600 - 800 mg | 30% - 40% |
| ไส้กรอก/แฮม (1-2 ชิ้น/แผ่น) | 400 - 600 mg | 20% - 30% |
| ของหมักดอง (หยิบมือเล็กๆ) | 400 - 700 mg | 20% - 35% |
| หมูหยอง (2 ช้อนโต๊ะ) | 300 - 500 mg | 15% - 25% |
อาหาร "มื้อด่วน" ที่สะดวก แต่ต้องแลกมาด้วยโซเดียมมหาศาลที่ซ่อนอยู่ใน "ผงปรุงรส" และ "ซอส"
อันตราย: กินเพียง 1 ซอง อาจ "เกิน" โควต้าโซเดียมของทั้งวันทันที!
คำแนะนำ: เป็น "ตัวเลือกฉุกเฉิน" เท่านั้น กฎเหล็กคือ "อ่านฉลากโภชนาการ" เสมอ หากอาหาร 1 มื้อ มีโซเดียมเกิน 600-800 mg มื้อนั้นถือว่า "เค็มเกินไป"
ทางเลี่ยง (ถ้าจำเป็น): ใส่ผงปรุงรสแค่ 1 ใน 4, "ห้ามซดน้ำซุปเด็ดขาด", และเติมไข่/ผักเพื่อเพิ่มสารอาหาร
| อาหารสำเร็จรูป | ปริมาณโซเดียม (โดยประมาณ) | เทียบเท่าโควต้าทั้งวัน (2,000 mg) |
| บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (1 ซอง) | 1,500 - 2,500 mg | 75% - 125% (อันตรายที่สุด!) |
| โจ๊กซอง / โจ๊กถ้วย (1 ซอง) | 800 - 1,300 mg | 40% - 65% |
| อาหารแช่แข็ง (1 กล่อง) | 600 - 1,400 mg | 30% - 70% |
| ปลากระป๋อง (ในซอส/ต่อคน) | 350 - 550 mg | 17% - 27% |
นี่คือกลุ่มที่โซเดียมเข้มข้นที่สุด และเรามักใส่จน "เคยชิน" โดยไม่รู้ว่าโซเดียมสูงแค่ไหน
อันตราย: ผงปรุงรส (รสดี, คนอร์) และ ซุปก้อน คือส่วนผสมของเกลือและผงชูรสที่เข้มข้นที่สุด
คำแนะนำ: "หยุด" ใช้ผงปรุงรสและซุปก้อน คือวิธีลดเค็มที่ดีที่สุด ให้เปลี่ยนมาใช้สมุนไพร (รากผักชี, กระเทียม, พริกไทย) ในการหมักและผัดเพื่อความ "หอม" และใช้ "รสเปรี้ยว/เผ็ด" (มะนาว, พริก) เพื่อชูรสชาติแทน
| เครื่องปรุงรส | ปริมาณโซเดียม (โดยประมาณ) |
| ซุปก้อน (1 ก้อน) | 1,800 - 2,500 mg (หมดโควต้าทั้งวัน!) |
| ผงปรุงรส (1 ช้อนชา) | 600 - 1,000 mg |
| เต้าเจี้ยว (1 ช้อนโต๊ะ) | 600 - 1,000 mg |
| ผงชูรส (MSG) (1 ช้อนชา) | 500 - 600 mg (โซเดียมแฝงที่ "ไม่เค็ม" แต่ "นัว") |
| น้ำปลา / ซีอิ๊วขาว (1 ช้อนชา) | 400 - 500 mg |
| ซอสหอยนางรม (1 ช้อนชา) | 300 - 400 mg |
โซเดียมไม่ได้อยู่แค่ในของเค็ม แต่อยู่ในขนมปัง (ใช้ในผงฟู) และขนมถุง (ใช้ปรุงรสและกันเสีย) ด้วยครับ
อันตราย: การรวมร่างกัน เช่น ขนมปังไส้กรอก 1 ชิ้น โซเดียมอาจสูงถึง 600 mg
คำแนะนำ: "อ่านฉลากโภชนาการ" คือทักษะที่จำเป็นที่สุด ก่อนหยิบขนมหรือขนมปัง ให้พลิกดูด้านหลัง และเลือกซองที่มีโซเดียม (Sodium) ต่ำที่สุดเสมอ
| ขนม | ปริมาณโซเดียม (โดยประมาณ) |
| ขนมกลุ่มปลาเส้น/ปลาหมึกแผ่น (1 ซองเล็ก) | 400 - 700 mg (สูงมาก!) |
| ขนมปังมีไส้ (ไส้กรอก/หมูหยอง) (1 ชิ้น) | 400 - 600 mg |
| ชีสแผ่น (1 แผ่น) | 250 - 400 mg |
| ขนมถุง (มันฝรั่ง/สาหร่าย) (1 ซองเล็ก) | 150 - 300 mg |
| ขนมปังแผ่น (1 แผ่น) | 80 - 150 mg |
นี่คือหมวดที่ควบคุมได้ยากที่สุด เพราะเราไม่ได้ปรุงเอง พ่อครัวใช้ "ผงปรุงรส" และ "ซุปก้อน" เป็นเครื่องมือหลัก
อันตราย: อาหารตามสั่ง 1 จาน (เช่น กะเพรา, ข้าวผัด, ต้มยำ) อาจมีโซเดียม 1,000 - 2,200 mg ซึ่งเท่ากับหรือ "เกิน" โควต้าทั้งวันในมื้อเดียว!
น้ำซุปและน้ำจิ้มสุกี้:
น้ำจิ้มสุกี้ 1 ถ้วย (4 ช้อนโต๊ะ): โซเดียมประมาณ 3,000 mg (เกินโควต้า 1.5 เท่า)
น้ำซุป (โดยเฉพาะน้ำซุปดำ): การซดน้ำซุป 1 ถ้วย อาจมีโซเดียม 1,500 - 2,500 mg
สรุปมื้อสุกี้: หากจิ้มเต็มที่และซดน้ำซุป คุณอาจได้รับโซเดียมสูงถึง 4,500 - 5,500 mg ในมื้อเดียว!
การลดเค็มไม่ใช่การ "งด" แต่คือการ "ฉลาดเลือก" ครับ
"หยุด" ใช้ผงปรุงรส (รสดี, คนอร์, ซุปก้อน) นี่คือวิธีลดโซเดียมที่ง่ายและได้ผลที่สุด
"ใช้สมุนไพร" แทน: ใช้ รากผักชี, กระเทียม, พริกไทย, ข่า, ตะไคร้ เพื่อเพิ่มความ "หอม"
"ใช้รสเปรี้ยว/เผ็ด" ชูรส: ใช้น้ำมะนาว หรือ พริกสด จะช่วยทำให้อาหารอร่อยกลมกล่อมโดยไม่ต้องพึ่งเค็ม
นี่คือ "คาถาวิเศษ" ที่คุณต้องพูดกับแม่ค้าทุกครั้ง:
"ไม่ใส่ผงชูรส และ ไม่ใส่ผงปรุงรส (รสดี) ครับ/ค่ะ" (สำคัญที่สุด!)
"ขอเค็มน้อยๆ นะครับ/คะ" (ย้ำไปเลยว่า "เป็นโรคไต")
"ไม่ซดน้ำซุป" (สำหรับก๋วยเตี๋ยว/เกาเหลา/ต้มจืด)
"ขอแยกน้ำจิ้ม / ไม่ราดน้ำ" (สำหรับข้าวมันไก่/ข้าวขาหมู)
"อ่านฉลากโภชนาการ" เสมอ: พลิกดูด้านหลัง และเลือกซองที่มี "โซเดียม" (Sodium) ต่ำที่สุด
"เลี่ยง" อาหารแปรรูป/อาหารสำเร็จรูป: (หมวด 1, 2, 4) พยายามซื้อ "ของสด" (เนื้อสัตว์สด, ผักสด) มาทำเอง
คุณทำได้! การปรับลิ้นใช้เวลาแค่ 1-2 สัปดาห์ พอลินชินกับรสจืดแล้ว คุณจะพบว่าอาหารรสเดิมๆ นั้นเค็มเกินไป และไตของคุณจะขอบคุณคุณครับ
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว