|
การควบคุมความดันโลหิต
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังประมาณร้อยละ 50-70 จะมีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 mmHg ความดันโลหิตสูงเป็นทั้งสาเหตุของไตเสื่อม และเป็นโรคแทรกซ้อนของไตเสื่อม นอกจากนั้นความดันโลหิตที่สูงยังทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด สรุปจะต้องรักษาโรคความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต
การรักษาโรคความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยโรคไตมีประโยชน์อะไรบ้าง
- ลดความดันโลหิต
- ลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ชะลอการเสื่อมของโรคไต
ในการรักษาความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยโรคไตเสื่อมประกอบไปด้วย
- การรักษาโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- การรักษาโดยการใช้ยา
- เป้าหมายของระดับความดันโลหิตที่หวังผลชะลอการเสื่อมของไตใน
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง คือ น้อยกว่า 130/80 mmHg
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีความดันโลหิตสูง ควรได้รับยา angiotensin converting enzyme inhibitor (ACEI) หรือ angiotensin receptor blocker (ARB) เป็นยาตัวแรก ถ้าไม่มีข้อห้ามในการใช้
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับยา ACEI หรือ ARB ควรใช้ยาในขนาดปานกลางหรือสูงตามที่มีการศึกษาวิจัยผลดีของยาในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับยา ACEI หรือ ARB ควรได้รับการติดตาม
ระดับครีเอตินินในซีรั่ม (SCr) และระดับโปแตสเซียมในซีรั่ม (serum K) เป็นระยะตามความเหมาะสม[3] และยังคงใช้ยาดังกล่าวต่อไปได้ในกรณีที่มีการเพิ่มขึ้นของ SCr ไม่เกิน
30% จากค่าพื้นฐานในระยะเวลา 4 เดือน หรือ serum K น้อยกว่า
5.5 mmol/L
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังส่วนใหญจำเป็นต้องใช้ยาลดความดันโลหิตอย่างน้อย
2 ชนิดร่วมกัน เพื่อควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับเป้าหมาย
โรคไตวายเรื้อรัง สาเหตุโรคไต การรักษาโรคไต การรักษาความดัน การรักษาเบาหวานและไขมัน การรักษาภาวะแคลเซี่ยมต่ำ การรักษาภาวะโลหิตจาง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด การรักษาโปรตีนในปัสสาวะ ความเสี่ยงการเกิดโรคไต การตรวจวินิจฉัยโรคไต ความรุนแรงโรคไต สาเหตุโรคไต อาการโรคไต โรคไต |