หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ

กล้ามเนื้อหัวใจตายชนิด NSTEMI

แนวทางการรักษาแบบ conservative หรือ invasive strategy

แนวทางการรักษาผู้ป่วย UA/NSTEMI มี 2 แนวทาง คือ

  1. Early conservative strategy เป็นการรักษาประคับประคอง โดยการ พยายามรักษาผู้ป่วยด้วยการใช้ยา การรักษาจะถูก กำหนดโดยความรุนแรงของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดผู้ป่วยจะรักษาด้วยยาก่อน หากมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ก็จะเริ่มรักษาโดยการนำผู้ป่วยไปฉีดสีและหรือขยายหลอดเลือด ปัจจัยดังกล่าวได้แก่
  • ผู้ที่เจ็บหน้าอกซ้ำจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด( recurrent angina )
  • หรือให้การรักษาทางยาแล้วไม่ได้ผล(failed medical therapy)
  • หรือโดยตรวจพบจาก noninvasive stress test ภายหลัง เช่นการวิ่งสายพานแล้วให้ผลบวก( positive EST), stress radionuclide / echocardiography
  • สัญญาณชีพไม่คงที่(hemodynamic instability/shock )

ในกรณีเหล่านี้้จะนำผู้ป่วยไปตรวจ coronary angiography และต้องรีบให้การรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจ revascularization

  1. Early invasive strategy Early invasive strategy เป็นการนำผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปทำฉีดสีเข้าหลอดเลือดหัวใจ coronary angiography ทุกรายภายใน 4-24 ชั่วโมงแรกของการรักษา และทำการขยายหลอดเลือดที่ตีบ แบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่ม

ข้อดีของ strategy นี้ คือ สามารถให้การวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และการศึกษา TACTIC-TIMI 18 พบว่า ผู้ป่วย UA/NSTEMI กลุ่ม high risk หรือ intermediate risk ที่ได้รับยา GP IIb/IIIa inhibitors tirofiban และ ได้รับการฉีดสีตาม early invasive strategy จะมผลดีในแง่ อัตราการเสียชีวิต อัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือต้องนอนโรงพยาบาลน้อยกว่า (death, myocardial infarction, rehospitalization) น้อยกว่ากลุ่ม conservative strategy ในปัจจุบันการพิจารณาเลือกแนวทางการ รักษาจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะ ลักษณะอาการทางคลินิก ผลการตรวจ non invasive test ความพร้อมของบุคลากรและเครื่องมือของแต่ละ โรงพยาบาล

ACC/AHA Practice Guideline ของ UA/ NSTIMI 2002 แนะนำให้ใช้แนวทางการรักษาแบบ early invasive คือรีบฉีดสีและทำบอลลูน ในผู้ป่วยที่มีลักษณะดังนี้

การเปิดหลอดเลือดที่อุดตัน (Mechanical Revascularization)

แนวทางการรักษานอกเหนือจากการใช้ยา คือ การซ่อมแซมหลอดเลือดที่อุดตันโดยตรง การฉีด สีหลอดเลือดหัวใจซึ่งทำใหัเห็น coronary anatomy และ จุดที่เป็นปัญหา (culprit lesion)ได้ การขยายซ่อมแซม หลอดเลือดอุดตันสามารถทำใน setting เดียวกัน โดย balloon ขยายหลอดเลือดอีกทั้งสามารถใส่ตะแกรง ลวด (stent)เข้าไปค้ำเส้นเลือดเพื่อลด acute closure และการอุดตันซ้ำ (restenosis)

สรุปหลักการรักษา ACS

  1. ขั้นที่ 1 การตรวจในเบื้องต้นเพื่อการวินิจฉัยและ ประเมิน ความเสี่ยง
  1. ขั้นที่ 2

การรักษาตามการประเมินความเสี่ยง หลังจากผ่านการประเมินขั้นต้นโดยดูตาม ลักษณะทางคลินิก ลักษณะ ECG และผล cardiac marker แล้ว จะสามารถแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม high/intermediate risk และ low risk ซึ่งมีแนวทาง การักษาดังนี้

กลุ่ม High/intermediate risk

ผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรให้การ รักษาโดย

กลุ่ม Low risk

ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถหยุด LMWH ได้ และให้ยา aspirin หรือ clopidogrel ร่วมกับ beta blocker และ/หรือ nitrate, calcium-channel blockers และ ควรได้รับการทำ noninvasive stress test เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและประเมินความเสี่ยงต่อการเกิด adverse cardiac events ในอนาคต ซึ่งถ้าผล การตรวจพบมี significant ischemia แนะนำให้ทำ coronary angiography ร่วมกับ revascularization

หลักการรักษา | การรักษาทั่วไป | การรักษาเพื่อเพื่มเลือดไปเลี้ยงหัวใจ | การรักษาที่บ้าน

   


fb google