หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

หลักเกณฑ์ การเลี้ยงสัตว์ปีก ป้องกันไข้หวัดนก

จากประชาติธุรกิจ 27 พย-5ธค 2548

สัตวแพทย์หญิงคณารัตน์ หรินทรานนท์ ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์ได้ส่ง ร่างประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การเลี้ยงสัตว์ เพื่อควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนก จะใช้กับทั้งฟาร์มใหม่และฟาร์มเก่า และป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดจากฟาร์มสัตว์ปีกไปยังฟาร์มสุกร ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อกลายพันธุ์ได้


โดยร่างระเบียบดังกล่าว ได้ส่งให้ทาง กระทรวงเกษตรฯพิจารณาแล้วคาดว่า นาง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯจะลงนามประกาศบังคับใช้ในเร็วๆ นี้

สำหรับเนื้อหาหลักๆ ในร่างประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ประกอบด้วย 4 กรณีหลักได้แก่ กรณีที่ 1 ผู้ประกอบการรายใหม่ สถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกของเกษตรกร ต้องอยู่ห่างจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกรายอื่น ให้แยกสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีก ห่างจากสถานที่เลี้ยงสุกรไม่น้อยกว่า 5 ก.ม. สถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกต้องห่างจากโรงฆ่าสัตว์ ตลาดนัดค้าสัตว์ และแหล่งชุมชนไม่น้อยกว่า 5 ก.ม. โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ต้องเป็นโรงเรือนปิด มีระยะห่างระหว่าง โรงเรือนไม่น้อยกว่า 25 เมตร และแยกเป็นสัดส่วนจากบริเวณบ้านพักอาศัย มีรั้วกั้นโดยรอบบริเวณพื้นที่เลี้ยงสัตว์ โดยรั้วนั้นต้องสามารถป้องกันบุคคล ยานพาหนะและสัตว์อื่นเข้า-ออกฟาร์ม

ประตูทางเข้า-ออกพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ให้มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะ บุคคลที่เข้า-ออกพื้นที่เลี้ยงสัตว์ จะต้องผ่านห้องอาบน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค-อาบน้ำ-สระผม เปลี่ยนชุดที่ฟาร์มจัดเตรียมไว้ให้ และต้องมีการจดบันทึกการผ่านเข้า-ออกในสมุดให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา มีการเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ มีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรค สำหรับจุ่มเท้าหน้าประตูทางเข้าโรงเรือน ให้ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคโรงเรือนและอุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์เป็นประจำ และไม่ใช้อุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งถุงบรรจุอาหารสัตว์ร่วมกับฟาร์มอื่น ให้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบนมูลสัตว์ปีก ต้องมีผ้าใบคลุมมิดชุด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย

กรณีที่ 2 ผู้ประกอบการรายเดิม ให้ปรับปรุงระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกและสุกรเป็นระบบปิด โดยมีระบบการป้องกันและควบคุม โรค ตามหลักความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ดังนี้ มีรั้วรอบพื้นที่เลี้ยงสัตว์และแยกโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกให้เป็นสัดส่วนจากที่พักอาศัย ให้แยกโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกและสุกรมีระยะห่างระหว่างโรงเรือนไม่น้อยกว่า 50 เมตร ประตูทางเข้า-ออก พื้นที่เลี้ยงสัตว์ให้มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรงยานพาหนะ มีการเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ มีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับจุ่มเท้าหน้าประตูทางเข้าโรงเรือน โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกแบบเปิด รวมทั้ง การเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลาต้องมีตา ข่ายขนาด 1/2 นิ้วหรือมุ้งเขียวคลุมมิดชิด สามารถ ป้องกันสัตว์พาหะนำโรคเข้าไปในโรงเรือนได้

กรณีที่ 3 เกษตรกรรายย่อยมีการเลี้ยงสัตว์หลายชนิดรวมกัน ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ปีกหรือสัตว์ชนิดอื่นใต้ถุนบ้านพักอาศัย การเลี้ยงสัตว์ปีกและหรือสัตว์ชนิดอื่นต้องอยู่ในโรงเรือน แยกเป็นสัดส่วนจากกัน ให้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่เลี้ยงสัตว์อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง มีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับจุ่มเท้าหน้าประตูทางเข้าโรงเรือน

กรณีที่ 4 การนำสัตว์ปีกเข้ามาเลี้ยง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การนำสัตว์ปีกเข้าเลี้ยงใหม่ของกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คาดว่าจะลงนามได้เร็วๆ นี้

หน้า 13

   

fb google