หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

   

ไชน่าเดลี่ 25/11/05 – กระทรวงเกษตรจีนรายงานการระบาดไข้หวัดนกที่เขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ ซินเจียง (ซินเกียง) อีกครั้ง โดยพบไก่ที่เลี้ยงไว้ในเมืองถูหลู่ฟันเสียชีวิตไป 11 ตัวเมื่อ 17 พ.ย. ซึ่งทางการยืนยันผลว่าเกิดจากติดเชื้อไวรัส H5N1 และเจ้าหน้าที่ได้ทำลายสัตว์ปีกในรัศมี 3 กิโมเมตรจากจุดเกิดเหตุไปแล้ว 5,180 ตัว

       การระบาดครั้งล่าสุดนี้ ส่งผลให้ซินเจียงซึ่งเป็นมณฑลชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนมีพื้นที่ระบาดหวัดนกเพิ่มเป็น 7 จุดแล้วในรอบ 10 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่รายงานครั้งแรกเมื่อ 15 พ.ย. ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่พบการติดเชื้อมากที่สุดในแดนมังกร และทำให้ยอดรวมพื้นที่ระบาดหวัดนกในจีนเพิ่มเป็น 26 จุดแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
       
        ทั้งนี้ จีนได้ประกาศใช้นโยบายฉีดวัคซีนให้กับสัตว์ปีกทั่วประเทศจีน ที่คาดว่ามีมากถึง 14,000 ล้านตัว เพื่อสกัดกั้นการลุกลามของเชื้อไวรัสหวัดนกตั้งแต่ 15 พ.ย. และทางการจีนแจ้งว่าจนถึงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้ว 60%
       
        อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำเช่นนั้นได้ "ปัญหาคือ ต้องใช้คนเป็นจำนวนมากเพื่อไปฉีดวัคซีนให้กับสัตว์ปีกแต่ละตัว ส่วนวิธีการที่ง่ายกว่าคือการผสมยาในอาหารสัตว์ แต่จะใช้ไม่ค่อยได้ผล อีกทั้ง จะมีสารตกค้างในเนื้อสัตว์ปีก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้" นายลีออน รัสเซล ประธานสมาคมสัตว์แพทย์โลกระบุ
       
        ก่อนหน้านี้ ดร. เดวิด ฮัลวอร์สัน อาจารย์ด้านสุขภาพสัตว์ปีก มหาวิทยาลัยมินเนโซต้า แห่งสหรัฐอเมริกายังเตือนว่า "เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ทำการฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์ปีก อาจนำเชื้อไวรัสจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งได้ โดยติดไปกับรองเท้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์ หากไม่มีการเปลี่ยนหรือฆ่าเชื้อหลังการทำงานในแต่ละครั้ง"
       
        ขณะเดียวกัน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า ภาพที่เราเห็นเจ้าหน้าที่จีนฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองจีนจนชินตานั้น ก็ไม่พบว่าเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลเช่นกัน.

   

fb google