หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

"อียู" ระส่ำ "หวัดนก" ปะทุ 7 ชาติ ระดมมาตรการสกัดก่อนลามทั่ว

"ไข้หวัดนก" ได้กลายเป็นแขกไม่ได้รับเชิญของสหภาพยุโรป (อียู) ไปแล้วในที่สุด หลังจากเข้าอาละวาดในหลายพื้นที่ของโลกมาก่อนหน้านี้ ส่งผลให้เกิดความหวั่นวิตกต่อสถานการณ์ที่อาจขยายวงออกไปทั่วโลก

เมื่อไวรัสร้ายมาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน ร้อนถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศต่างๆ ในยุโรปที่ต้องออกมาประกาศมาตรการรับมือกับสถาน การณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง ซึ่งก็รวมถึงมาตรการระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากประเทศนอกกลุ่มอียูด้วย


โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศห้ามนำเข้าสัตว์ปีกที่ยังไม่ได้ปรุงสุกทุกชนิดจากประเทศที่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า อาจเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก ซึ่งก็รวมถึงประเทศที่เพิ่งพบการระบาดครั้งใหม่ด้วย ซึ่งมาตรการนี้จะใช้ไปจนถึง 31 กรกฎาคมปีนี้ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในยุโรป รวมทั้งคณะกรรมาธิการจะเร่งพิจารณากฎระเบียบทั่วไปเกี่ยวกับการนำเข้าสัตว์ปีกร่วมกับประเทศสมาชิกและภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ เมื่อเดือนก่อนอียูได้สั่งห้ามนำเข้าไก่ที่ยังไม่ได้ปรุงสุกจาก 6 ประเทศที่มีพรมแดนใกล้กับตุรกี ซึ่งพบการระบาดของไวรัส H5N1 และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งประเทศทั้ง 6 ได้แก่ อิหร่านและอิรัก ซึ่งเกิดการระบาดในภายหลัง รวมถึงอาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย และซีเรีย

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้อนุมัติเงิน 2 ล้านยูโร เพื่อเป็นเงินทุนในการปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังไข้หวัดนกในสัตว์ปีกทั่วยุโรปอีกด้วย โดยจะดำเนินการทั้งในส่วนของนกป่าและสัตว์ปีกที่เลี้ยงในฟาร์มด้วย

มาตรการต่างๆ มีขึ้นทันทีหลังจากมีรายงานยืนยันว่า พบไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในนกอพยพที่ตายในหลายพื้นที่ของยุโรป ซึ่งล่าสุดทางการกรีซ บัลแกเรีย อิตาลี และเยอรมนี ออกมายืนยันผลตรวจว่า ห่านและหงส์ที่ตายในพื้นที่เหล่านี้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีที่ตรวจพบในประเทศสโลวีเนีย โครเอเชีย ออสเตรีย และเดนมาร์ก เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล่าสุด อียูประกาศผลการตรวจซากหงส์ 11 ตัว ที่ตายอยู่ทางตอนใต้ของฮังการีว่า ห้องแล็บในอังกฤษยืนยันผลการตรวจซ้ำว่าหงส์เหล่านี้ติดเชื้อไวรัส H5N1 จริง

ประเทศต่างๆ ในยุโรปต่างพากันประกาศมาตรการรับมือไข้หวัดนก เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดไปสู่สัตว์ปีกในประเทศ อาทิ เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ สโลวีเนีย สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ที่ประกาศให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปีกเอาไว้ในโรงเรือน นอกจากนี้ สวีเดนยังไม่อนุญาตให้นำน้ำจากแหล่งน้ำที่พบนกอพยพอาศัยมาใช้เลี้ยงสัตว์ด้วย

ส่วนเยอรมนีและฮังการีก็ประกาศให้พื้นที่ 2 ไมล์รอบพื้นที่ที่พบฝูงหงส์ตายเป็นเขตเฝ้าระวัง นอกจากนี้ยังประกาศให้เลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรือน และห้ามส่งออกเนื้อสัตว์ปีกออกจากพื้นที่เฝ้าระวังอย่างเด็ดขาด

ด้านออสเตรียก็ประกาศให้เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่พบหงส์ตายด้วยไข้หวัดนก H5N1 ต้องจำกัดพื้นที่การเลี้ยงฝูงสัตว์ปีกไว้ในโรงเรือน และยังประกาศจำกัดพื้นที่ภายในรัศมี 2 ไมล์ (3 กิโลเมตร) ในเขตสไตเรียที่ติดกับพรมแดนสโลวีเนีย รวมทั้งห้ามซื้อขาย โชว์ และล่านกป่าด้วย

ขณะที่ฝรั่งเศสก็ได้ขยายการห้ามนำเข้าสัตว์ปีกจากเดิม เป็นห้ามนำเข้าสัตว์ปีกจากทุกประเทศ

"เรียนฮาร์ด เคิร์ท" หัวหน้าสถาบันโรเบิร์ต ค็อก ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบตัวอย่างจากเยอรมนี เปิดเผยว่า โชคไม่ดีที่เราตรวจพบว่า หงส์ที่ตายติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 มาจากเอเชีย และเราก็ไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้

ผลการยืนยันดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมๆ กับข่าวการตรวจพบนกป่าตายในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหงส์ป่า เนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูการอพยพของหงส์จากทวีปแอฟริกาขึ้นไปยังพื้นที่ทางตอนเหนือ

ผู้เชี่ยวชาญมองเรื่องที่เกิดขึ้นว่า การติดเชื้อไวรัส H5N1 ในนกป่าเป็นการสะท้อนถึงอันตรายครั้งใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าไข้หวัดนกอาจจะแพร่ระบาดไปทั่วทวีปยุโรป

"ฌอง อาฮาร์ส" ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข้หวัดนกชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า เราไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดนกที่มาจากนกอพยพได้ ซึ่งก็จะทำให้เกิดการระบาดของโรคในพื้นที่ต่างๆ ตามเส้นทางอพยพ ตั้งแต่แอฟริกาเรื่อยไปจนถึงไซบีเรีย สแกนดิเนเวีย และกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ยอดขายสัตว์ปีกในหลายประเทศลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยในอิตาลีลดลงจากเดิมถึง 50% ในกรีซยอดขายลดลง 95% ส่วนฝรั่งเศสยอดขายก็ตกลง 15% ทั้งที่ไม่ได้พบการระบาดแต่อย่างใด

ด้านองค์การอนามัยโลกก็ออกมากระตุ้นให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ เริ่มหามาตรการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ การสำรองอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเอาไว้ใช้หากเกิดการแพร่ระบาด การพัฒนาวัคซีน การรับมือในสถานการณ์เร่งด่วน หรือบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นสำหรับประชาชนจำนวนมาก

   

fb google