หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

แผนฉุกเฉินรับมือหวัดนก คนไทยยังไม่ได้รับรู้...หรือยังไม่มี?

11 พฤศจิกายน 2548 14:55 น.

"แผนฉุกเฉินในสถานการณ์หวัดนกระบาดจากคนถึงคน"

เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยจะต้องลงมือเขียนและสรุปเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างฉับพลันทันกาล 

เพราะประเทศที่มีรัฐบาลที่แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนได้ร่างแผนเฉพาะกิจเรื่องนี้เตรียมรับมือกับการระบาดระดับโลก ที่เรียกว่า pandemic แล้ว นี่มิใช่อาการตื่นตระหนก หากแต่เป็นการบริหารประเทศด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนในภาวะที่คาดการณ์ได้ว่า จะต้องเกิดความสับสนอลหม่านอย่างยิ่ง หากไม่มีแผนการรองรับที่ได้รับการบอกกล่าวให้กับประชาชนได้รู้ล่วงหน้า

ทำเนียบขาวที่อเมริกาเขียนแผนฉุกเฉินเพื่อการนี้แล้ว ยาว 396 หน้า บอกกล่าวถึงขั้นตอนที่จะต้องเตรียมการรับมือหากเจ้าไวรัส H5N1 กลายพันธุ์ ระบาดจากคนสู่คนได้

ผมแวะผ่านกรุงลอนดอนวันก่อน ก็ได้รับรู้ว่า ข่าวว่ารัฐบาลอังกฤษได้เตรียมแผนรายละเอียดเรื่องนี้เช่นกัน กำหนดขั้นตอนถึงขั้นที่ว่าหากเกิดการระบาดใหญ่ จะส่งกำลังตำรวจไปประจำการโรงพยาบาลและคลินิกทั้งหลายอย่างไร เพื่อป้องกันประชาชนเฮโลกันด้วยความตื่นกลัว เพื่อเข้าไปยื้อแย่งยารักษาหวัด ภาพสมมติของเหตุการณ์ที่เกิดภาวะเช่นนี้เป็นวิกฤติที่น่ากลัว เพราะมันจะร้ายแรงกว่าโรคเอดส์หรือซาร์ส เหตุเพราะถ้าหวัดนกระบาดจากคนสู่คนเมื่อใด, ความปั่นป่วนจะเกิดขึ้นทันที เพราะต่างคนจะเอาตัวรอด และความเห็นอกเห็นใจมนุษย์ต่อมนุษย์จะถูกท้าทายครั้งใหญ่

ในรายงานของผู้ประสานงานด้านนี้ของสหประชาชาติ เขาวาดภาพร้ายแรงถึงขั้นที่ว่าหากเกิดเรื่องนี้แล้ว บางประเทศอาจจะปิดประตู ไม่ยอมให้คนนอกเข้า, และไม่ยอมให้คนในออก เพราะการแพร่เชื้อไวรัสร้ายแรงที่สามารถแพร่จากคนสู่คนเช่นนี้เกิดขึ้นได้ง่ายเหลือเกิน

เศรษฐกิจของโลกจะชะงักทันที ไม่ต้องดูอื่นไกล แค่ช่วงโรคซาร์สระบาดการเดินทางท่องเที่ยวก็หยุดลงกะทันหัน ผู้นำประเทศบางแห่งไม่ยอมจับมือกับผู้มาเยือนเพราะกลัวติดเชื้อ และใครมาพบต้องถูกตรวจอุณหภูมิของร่างกายเสียก่อน

ในกรณีที่หวัดนก กลายเป็นโรคที่แพร่จากคนสู่คนได้ ก็เชื่อได้เลยว่า การติดต่อระหว่างประเทศจะหยุดโดยฉับพลัน และหลายประเทศจะไม่ยอมส่งคนของตัวเองไปช่วยประเทศไหน ไม่เหมือนกรณีสึนามิหรือพายุเฮอร์ริเคนที่ยังเห็นความเกื้อกูลระหว่างมนุษย์ต่อกัน

แผนฉุกเฉินของอังกฤษระบุไว้เลยว่า จะต้องส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษไปประจำเขต "กักกันโรค" ในลาดตระเวนจุดติดเชื้อทั้งหลาย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อ

สมมติว่า คุณเป็นเจ้าหน้าที่หรือญาติพี่น้องคุณต้องทำหน้าที่ลาดตระเวนเช่นนี้ คุณจะยอมทำงานนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีความเสี่ยงที่คุณจะติดเชื้อมาด้วยหรือเปล่า?

ความวุ่นวายที่จะตามมาคือการควบคุมฝูงชนในกรณีที่การระบาดของหวัดนก ทำให้ต้องยกเลิกกิจกรรมสาธารณะ เช่น การแข่งขันกีฬานัดใหญ่ๆ หรือคอนเสิร์ตที่มีผู้คนเสียสตางค์ไปแล้ว แต่ได้รับการบอกกล่าวว่า ต้องเลิกเพราะเหตุแห่งหวัดนก

ลองวาดภาพดูว่า ถ้าหากหวัดนกระบาด และจำเป็นจะต้องระงับระบบขนส่งมวลชนทั้งหมด เพราะกลัวว่าใครขึ้นรถเมล ์หรือรถไฟใต้ดินอาจจะติดเชื้อไปได้ จึงจำเป็นต้องหยุดความเคลื่อนไหวทั้งหลายที่ทำให้มนุษย์ต้องมาสัมผัสกันและกัน

บริษัทข้ามชาติยักษ์หลายแห่งก็แอบร่างแผนฉุกเฉินของตัวเองแล้วเหมือนกัน ถึงขั้นที่บางบริษัทเตรียมการเอาไว้ว่า หากเกิดหวัดนกระบาดใหญ่ จะต้องปิดกิจการชั่วคราว, ลดคนงาน, สร้างเกราะคุ้มกันและวิ่งตุนยาทามิฟลูรักษาหวัดกันขนานใหญ่อย่างไร

เพื่อป้องกันความล่มสลายของสังคมในภาวะเช่นนี้, รัฐบาลไทยต้องตื่นก่อนตระหนก...และต้องบอกกล่าวกับประชาชนเสียตั้งแต่ตอนนี้ว่า ได้เตรียมการรับมือกับ "สถานการณ์ที่คาดไม่ถึง" แต่ต้องคาดได้อย่างไร

เพราะประสบการณ์หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แค่เรื่องตั้งรับกับหวัดนกธรรมดาก็มีสิทธิทำให้เราท่านทั้งหลายนอนไม่หลับเสียแล้ว

ความเห็นของผู้เขียน

เท่าที่ได้อ่านพบว่าไทยมีแผนยุทธศาสตร์ในการจัดการเกี่ยวกับไช้หวัดนก แต่ไม่มีแผนฉุกเฉินในการจัดการกับไข้หวัดนก หากมีการระบาดจากคนสู่คน เมืองนกเขารณรงค์เรื่องหน้ากากอนามัย การล้างมือ และวางแผนหยุดเรียนหรือหยุดงาน บางประเทศได้ตุนยาให้แก่คนในประเทศของเขาอย่างเพียงพอ สำหรับของไทยหากมีการระบาดจากคนสู่คนก็ตัวใครตัวมันแล้วกันเพราะไม่มีแผนเลย

   

fb google