siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

เจาะลึกพยาธิสภาพ 5 ระยะโรคไต (G1-G5) และระดับการรั่วของโปรตีน (A1-A3)

ในการประเมินความรุนแรงของ โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) อายุรแพทย์โรคไตยุคใหม่จะไม่ได้ประเมินจากอัตราการกรองของเสียหรือ eGFR (G) เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องนำมาพิจารณาคู่กับ ปริมาณโปรตีนอัลบูมินที่รั่วในปัสสาวะ (A) เสมอ

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกพยาธิสรีรวิทยาแฝงในแต่ละระยะ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าร่างกายกำลังเผชิญกับอะไร และทำไม "ระยะที่ 3" จึงเป็นนาทีทองสุดท้ายที่คุณต้องลุกขึ้นมาปกป้องไต

ส่วนที่ 1: การแบ่งระยะตามค่าการกรองของไต (eGFR) G1 - G5

ค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) เปรียบเสมือน "กำลังแรงม้าของเครื่องยนต์ไต" ที่บ่งบอกว่าไตของคุณสามารถกรองของเสียได้ปริมาณเท่าไรใน 1 นาที โดยแบ่งออกเป็น 5 ระยะดังนี้:

🟢 โรคไตเรื้อรังระยะ G1 (G1): ไตทำงานปกติ (eGFR ≥ 90)

พยาธิสภาพ: ในระยะนี้กำลังการกรองของไตยังคงสมบูรณ์แบบที่ 90-100% ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ทางร่างกายเลย (100% Asymptomatic) [2] การจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตระยะที่ 1 ได้นั้น จะต้องตรวจพบ "ร่องรอยความเสียหายของโครงสร้างไต" เช่น ตรวจปัสสาวะพบโปรตีนรั่ว (UACR > 30 mg/g) หรืออัลตราซาวด์พบถุงน้ำในไต

🟢 โรคไตเรื้อรังระยะ G (G2): ไตเริ่มเสื่อมเล็กน้อย (eGFR 60 - 89)

พยาธิสภาพ: อัตราการกรองลดลงเล็กน้อยตามอายุขัยหรือเริ่มมีพยาธิสภาพแรกเริ่ม คนไข้ยังคงรู้สึกปกติและไม่มีอาการภายนอก แต่เป็นระยะที่สามารถ "ย้อนคืนฟังก์ชันให้กลับมาเป็นปกติได้ดีที่สุด (Highly Reversible)" หากมีการปรับพฤติกรรม ดื่มน้ำเพียงพอ และคุมอาหารอย่างถูกต้อง

🟡 โรคไตเรื้อรังระยะ G3 (G3): ไตเสื่อมปานกลาง "นาทีทองวิกฤต" (eGFR 30 - 59)

นี่คือ "จุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด (The Crucial Pivot)" ทางการแพทย์จะแบ่งระยะนี้ออกเป็น 2 ช่วงยามย่อย เนื่องจากความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ :

  • โรคไตเรื้อรังระยะ G3a (G3a - eGFR 45 - 59): ไตเสื่อมปานกลางระดับต้น ร่างกายยังประคับประคองและชดเชยการทำงานได้ดี
  • โรคไตเรื้อรังระยะ G3b (G3b - eGFR 30 - 44): ไตเสื่อมปานกลางระดับท้าย ของเสียกลุ่มไนโตรเจนจะเริ่มคั่งค้างในกระแสเลือดชัดเจน ความดันโลหิตจะเริ่มสวิงสูงขึ้น และอาจเริ่มมีอาการบวมน้ำ (Edema) อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าผิดปกติ รวมถึงเริ่มมีภาวะซีดและกระดูกพรุนจากสมดุลแร่ธาตุที่รวน

🟠 โรคไตเรื้อรังระยะ G4 (G4): ไตเสื่อมรุนแรงขั้นวิกฤต (eGFR 15 - 29)

พยาธิสภาพ: มวลหน่วยไตสำรองหลงเหลือน้อยมาก หลอดเลือดฝอยไตอุดตันถาวรเป็นวงกว้าง [5] อาการแทรกซ้อนระบบอื่นจะโหมกระหน่ำ เช่น ขาบวมน้ำ, ตาบวม, ปัสสาวะน้อย, คลื่นไส้อาเจียน, และสมดุลแคลเซียมฟอสฟอรัสเสียจนดึงแคลเซียมออกจากกระดูก ระยะนี้ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดโดยอายุรแพทย์โรคไต และเริ่มเตรียมเส้นเลือดสำหรับการฟอกไตล่วงหน้า

🔴 โรคไตเรื้อรังระยะ G): ไตวายระยะสุดท้าย (eGFR < 15)

พยาธิสภาพ: โครงสร้างหลอดเลือดและเนื้อไตกลายสภาพเป็นพังผืดถาวรเกือบทั้งหมด ไตไม่สามารถขับสารพิษและน้ำส่วนเกินเพื่อประทังชีวิตได้อีกต่อไป เกิดภาวะของเสียท่วมระบบ (Uremia) ซึ่งนำไปสู่อาการวิกฤตคุกคามชีวิต เช่น:

  • ภาวะเลือดเป็นกรดรุนแรง (Metabolic Acidosis): กัดเซาะเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อจนคนไข้ซูบผอม
  • น้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema): น้ำคั่งทลักเข้าถุงลมจนหายใจไม่ออก
  • พิษยูรีมิกทำลายสมอง (Uremic Encephalopathy): ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการสับสนเฉียบพลันและหมดสติ
  • เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (Pericarditis): ของเสียกัดเซาะเยื่อหุ้มหัวใจจนน้ำคั่งบีบรัดหัวใจ

คนไข้ในระยะนี้จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม, ล้างไตทางหน้าท้อง, หรือปลูกถ่ายไต) เพื่อรักษาชีวิต

ส่วนที่ 2: ระดับการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ (Albuminuria) A1 - A3

หากค่า eGFR คือเกจ์วัดความแรงของเครื่องยนต์ ค่า UACR (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio) ก็คือ "เครื่องจับควันไฟ" ที่สามารถดักจับรอยแผลและรูรั่วในแผ่นกรองไตได้ล่วงหน้า 5-10 ปี ก่อนที่ค่า eGFR จะเริ่มดิ่งลงเสียด้วยซ้ำ [8, 9] การตรวจพบโปรตีนรั่วแบ่งออกเป็น 3 ระดับ :

  • ระดับ A1 (Normal / Mildly increased): UACR < 30 mg/g
    ปกติ! โครงสร้างผนังแผ่นกรองไตยังสมบูรณ์ดีเยี่ยม ไม่มีความเสียหายรุนแรง [10] ตะแกรงกรองไตยังสามารถกักเก็บโปรตีนโมเลกุลใหญ่ไว้ในกระแสเลือดได้ทั้งหมด
  • ระดับ A2 (Microalbuminuria): UACR 30 - 300 mg/g
    เริ่มมีโปรตีนรั่วขนาดเล็ก สัญญาณเตือนภัยระดับสีเหลือง โครงสร้างแผ่นกรองเริ่มบาดเจ็บและมีรอยฉีกขาดเล็กๆ จากแรงดันกรองที่สูงเกิน (Hyperfiltration) [10] ระยะนี้คือ นาทีทองที่คุณหมอสามารถให้ยา (เช่น ACEi/ARB หรือ SGLT2i) และปรับอาหารเพื่อรักษาให้รอยรั่วนี้กลับมาปิดสนิทเป็นปกติได้
  • ระดับ A3 (Macroalbuminuria): UACR > 300 mg/g
    โปรตีนรั่วรุนแรง! แผ่นกรองไตฉีกขาดเสียหายเป็นวงกว้าง (Overt Nephropathy) ในระยะนี้ค่า eGFR จะเริ่มดิ่งร่วงลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ผู้ป่วยจะเริ่มมีปัสสาวะเป็นฟองหนา ตาบวม และต้องได้รับการคุมเข้มทางการแพทย์ขั้นสูงสุด

 

⚠️ คำเตือนทางการแพทย์ (Medical Disclaimer): บทความและข้อมูลสุขภาพบนเว็บไซต์นี้ จัดทำขึ้นโดยอายุรแพทย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษา การตรวจวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ภาวะโรคและความเจ็บป่วยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากท่านมีความกังวลหรือมีอาการผิดปกติ โปรดพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัย

เขียนและตรวจทบทวนโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 10492