หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

Transient Ischaemic Attack TIA

 

What is a transient ischaemic attack – TIA?

A transient ischaemic attack (TIA) or 'mini stroke' happens when the blood supply to the brain is interrupted for a short period of time.

It is often called a 'mini-stroke', as the signs are the same as those of a stroke, but they do not last as long.

The signs of a TIA may disappear in a few minutes and last no longer than 24 hours. They are often a warning that a stroke may occur.

What are the signs of a TIA?

The signs of a TIA depend on which part of the brain is not getting enough blood. They are the same as the signs of stroke and may include one or all of the following:

What should I do if I think I am having a TIA or mini stroke?

 

A TIA should never be ignored. If you, or someone you know, have any of the signs of a TIA, seek medical attention immediately.

Although the signs may be due to a migraine or an epileptic seizure, the sooner you seek help, the more likely the doctor will be able to say whether or not it was a TIA.

What should I do if the signs go away?

You should seek medical attention immediately even if the signs go away and you feel completely better.

A TIA is a strong warning that a stroke may happen. Stroke can lead to death or long term disability. It can be prevented with changes to your lifestyle or with medication. Talk to your doctor about your treatment options.

What causes a TIA?

A TIA happens when blood going to the brain is stopped and then starts again. Blood is carried to the brain by blood vessels called arteries and a blood clot may cause a blockage that prevents blood moving through an artery. In some cases, a TIA may be caused by a small bleed in the brain.

When blood stops moving, the brain cannot get the oxygen and food it needs and brain cells in the area start to die. These cells usually die within minutes to a few hours after blood flow stops. Once blood flow starts again, the brain once again gets the oxygen and food it needs and the signs of TIA may disappear. Further clots may block blood flow to the brain for a short time (causing another TIA), or permanently (causing a stroke).

nhs

A transient ischaemic attack (TIA) or "mini stroke" is caused by a temporary disruption in the blood supply to part of the brain.

The disruption in blood supply results in a lack of oxygen to the brain. This can cause symptoms similar to those of astroke, such as speech and visual disturbance and numbness or weakness in the arms and legs.

However, a TIA does not last as long as a stroke. The effects only last for a few minutes and are usually fully resolved within 24 hours.

F.A.S.T.

The main signs and symptoms of a TIA can be identified by remembering the word F.A.S.T., which stands for Face-Arms-Speech-Time.

If the above signs and symptoms last longer than 24 hours, it is regarded as a full stroke.

It is important that a person who has a TIA is checked and treated as soon as possible to minimise the risk of having a further TIA or a full stroke. With treatment, the risk of a further TIA or full stroke can be greatly reduced.

Read more about how to recognise the signs and symptoms of a TIA.

What causes a TIA?

During a TIA, one of the small blood vessels that supply your brain with oxygen-rich blood becomes blocked.

Atherosclerosis is a common cause of narrowed arteries. It occurs when fatty deposits, known as plaques, develop on the inner lining of your blood vessels. This can cause your blood vessels to become thickened, hard and less elastic, making it more difficult for blood to flow through them.

A TIA can also occur as a result of a blood clot that forms in a blood vessel and blocks the blood supply to your brain.

In rare cases, a TIA can be caused by a small amount of bleeding in the brain, known as a haemorrhage.

Read more about the causes of TIA.

Diagnosing a TIA

As TIAs are often over quickly, you may not have any symptoms by the time you see a healthcare professional.

You will be asked in detail about the symptoms you experienced during the TIA. For example, how long they lasted and how they affected you. This will help rule out other conditions.

If a TIA is suspected, you should be referred within seven days of the TIA to a specialist for tests.

Read more about diagnosing a TIA.

Treating a TIA

Following a TIA, you will need treatment to help prevent another TIA or a full stroke.

Your treatment will depend on your individual circumstances, such as your age and medical history.Your healthcare team will discuss the treatment options with you, and tell you about  possible benefits and risks.

You may be given medication or asked to make changes to your lifestyle (see the prevention advice below). In some cases, surgery may be needed.

Read more about how TIAs are treated.

Preventing a TIA

TIAs often occur without warning. If you have a TIA, it is a sign another one may follow and further TIAs can have more serious effects or develop into a full, life-threatening stroke.

Regardless of whether or not you have had a TIA or stroke in the past, there are a number of ways you can lower your risk of having either in the future. These include:

Read more about how lifestyle factors can help prevent a TIA.

คสมองขาดเลือดมาเลี้ยงชั่วคราว หรือเรียกย่อว่า โรคทีไอเอ (TIA,Transient ischemic attack) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ คือ อาการที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางสมองแล้วหายเองได้ ซึ่งอาการดังกล่าว ปัจจุบันถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด หรือโรคอัมพาต บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค TIA เพราะคนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ TIA หลายประเด็น ส่งผลต่อการรักษาและอาจก่อให้ เกิดความพิการหรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตตามมาได้ โรค TIA คืออะไร? โรค TIA หรือ โรคอัมพฤกษ์ คือ โรคที่เกิดจากสมองสูญเสียหน้าที่ชั่วคราว โดยเกือบทั้งหมดเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียงชัวคราว มีส่วนน้อยมากๆที่เกิดจากหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งอาการส่วนใหญ่จะผิดปกตินานประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง โดยทุกคนจะหายเป็นปกติภายระยะเวลาประมาณใน 24 ชั่วโมง อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดโรค TIA? สาเหตุของโรค TIA คือ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเป็นการชั่วคราว โดยมักเกิดจากหลอดเลือดสมองที่แข็งตัว หรือตีบแคบ (โรคหลอดเลือดแดงแข็ง) ร่วมกับมีการไหลเวียนของเลือดที่ลดลงชั่วคราว หรือเกิดจากมีลิ่มเลือดจากหัวใจขนาดเล็กหลุดมาอุดหลอดเลือดในสมอง ส่วนน้อยมากๆที่เกิดจากหลอดเลือดขนาดเล็กในสมองแตก ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดสมองขาดเลือดชั่วคราว? ปัจจัยเสี่ยงของโรค TIA คือ ปัจจัยเสี่ยงเดียวกับการเกิดโรคอัมพาต ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ผู้ที่สูบบุหรี่ และ คนที่ไม่ออกกำลังกาย อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจาก TIA มีอะไรบ้าง? อาการผิดปกติที่พบจาก TIA ก็เหมือนอาการของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ แขน ขา อ่อนแรง ด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท พูดไม่ชัด พูดลำบาก นึกคำพูดไม่ออก วิงเวียนศีรษะ เดินเซ มองเห็นภาพซ้อน โรค TIA มีอันตรายหรือไม่? ถึงแม้ว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ จะหายได้เอง แต่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ป่วยเป็นโรค TIA นี้มีโอกาสเกิดเป็นโรคอัมพาตจากโรคสมองขาดเลือด สูงถึง 1 ใน 3 ใน 1 เดือน หลังจากเกิดโรค TIA แพทย์วินิจฉัยได้อย่างไรว่าเป็น TIA? ด้วยโรค TIA นั้น มีโอกาสเป็นอัมพาตได้สูงและที่สำคัญคือ ในขณะที่มีอาการนั้น เราไม่ทราบว่าจะเป็น TIA หรือกลายเป็นอัมพาต การรักษาโรคอัมพาตปัจจุบันนั้นที่เป็นมาตรฐานคือ ควรต้องรักษาภายใน 270 นาทีหลังเกิดอาการ (หรือที่เรียกว่า นาทีชีวิต หรือ Stroke Fast Track) ถ้าผู้ป่วยรอสังเกตอาการ ว่าจะหายหรือไม่หาย ถ้าไม่หายมาพบแพทย์ก็อาจมาช้าเกิน ไป ดังนั้น ถ้ามีอาการผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ก็ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที แพทย์วินิจฉัยได้อย่างไรว่าเป็น TIA? แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค TIA จากประวัติผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติ การตรวจวัดสัญ ญาณชีพ (ความดันโลหิต การตรวจจับชีพจร อัตราการหายใจ และอุณหภูมิของร่างกาย) และการตรวจร่างกายทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรงด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว โดยอาการผิดปกตินั้นเป็นนานประมาณ 30-60 นาที ถ้านานกว่านั้นก็ไม่เกิน 24 ชั่ว โมง และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผิดปกติของผู้ป่วยที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจเลือดดูปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น น้ำตาลในเลือด และ/หรือค่าไข มันในเลือด และการตรวจภาพสมองและ/หลอดเลือดสมองด้วย เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ มีวิธีรักษาโรค TIA อย่างไร? การรักษาโรค TIA คือ การให้ทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือดขึ้นอยู่กับสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค รวมทั้งการรักษาปัจจัยเสี่ยงข้างต้นที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยงถ้าผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยง เช่น รักษาควบคุมโรคเบาหวาน เป็นต้น ผู้ป่วยโรค TIA คนไหนที่มีโอกาสเป็นโรคอัมพาต? จากเครื่องมือคัดกรองที่เรียกว่า ABCD2 Score มีการทำนายได้ค่อนข้างแม่นยำว่า ใครที่เมื่อเกิดอาการจาก TIA แล้ว มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิด อัมพาต ซึ่งเครื่องมือคัดกรองนี้ ประ กอบด้วย 5 ปัจจัยสำคัญ ดังต่อไปนี้ Age: อายุ มากกว่า 60 ปี Blood pressure: ความดันโลหิตสูง มากกว่า 140/90 มม.ปรอท Clinical sign/อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น: มีความผิดปกติทางระบบประสาท คือ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด พูดลำบาก Duration: ระยะเวลาที่มีอาการนานเท่าไหร่ ยิ่งมีอาการอยู่นาน ปัจจัยเสี่ยงยิ่งสูง Diabetes: เป็นโรคเบาหวาน ทั้งนี้โดย อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมีค่า 1 คะแนน ความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มก.ปรอท มีค่า 1 คะแนน ความผิดปกติทางระบบประสาท แขนขาอ่อนแรงด้านใดด้านหนึ่ง มีค่า 2 คะแนน พูดไม่ชัด พูดลำบากและไม่อ่อนแรง มีค่า 1 คะแนน อื่นๆ มีค่า 0 คะแนน ระยะเวลาที่เกิดอาการ ถ้าสั้นกว่า 10 นาที มีค่า 0 คะแนน 10 – 59 นาที มีค่า 1 คะแนน ตั้งแต่ 60 นาที มีค่า 2 คะแนน ถ้ารวมคะแนนทั้งหมดแล้ว ค่าคะแนนสูง ยิ่งมีโอกาสเกิดโรคอัมพาตได้สูง หลังจากไปพบแพทย์แล้วก็ปกติดี ควรดูแลสุขภาพอย่างไร? การดูแลสุขภาพในผู้ป่วย TIA เหมือนกับการดูแลผู้ป่วยเป็นอัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง) เลยครับ คือ ต้องตรวจสุขภาพประจำปี ดูแลรักษา ควบคุม โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ไม่ควรสูบบุหรี่ ถ้าสูบอยู่ควรต้องเลิกสูบ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าดื่มอยู่ควรต้องค่อยๆเลิก และเลิกดื่มในที่สุดและ ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ ต้องรับประทานยาต้านเกล็ดเลือดหรือไม่? ในโรค TIA จำเป็นต้องรับประทานยาต้านเกล็ดเลือด เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการซ้ำ และลดโอกาสเกิดอัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง) ปัจจุบันมีการศึกษา ยืนยันประสิทธิภาพยาแอสไพริน (Aspirin) คู่กับยาโคลพิโดเกล (Clopidogrel) โดยใช้ยานานประมาณ 90 วันนับจากเกิดอาการ และหลังจากนั้นทานแอสไพรินวันละ 1 เม็ด ขนาด 81 มิลลิกรัมตลอดไป เมื่อท่านทราบอย่างนี้แล้วอย่านิ่งนอนใจนะครับ ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบไปโรงพยาบาลพบแพทย์ทันที ป้องกันโรค TIA ได้อย่างไร? การป้องกันโรค TIA คือ การควบคุมดูแลรักษาปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยงให้ดี และถ้ามีอาการผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ต้องรีบมาโรงพยาบาลพบแพทย์

 

   


fb google