อาการทางข้อของโรคเอสแอลอี SLE

อาการทางข้อเป็นอาการเริ่มแรกของโรคSLEที่พบได้บ่อยที่สุด ในบางรายงานพบผู้ป่วยโรคSLEมีอาการข้ออักเสบ หรือปวดข้อถึงร้อยละ 90 ซึ่งอาการทางข้อนั้นมีได้หลากหลายรูปแบบตั้งแต่ความรุนแรงน้อย เช่น มีอาการปวดข้อแต่ไม่มีข้ออักเสบให้เห็น ไปถึงมีอาการของข้ออักเสบรุนแรงคล้ายผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ข้ออักเสบ

อาการข้ออักเสบในโรคSLEอาจแบ่งตามอาการแสดงความผิดปกติทางข้อได้ 3 ชนิด ได้แก่

  1. อาการข้ออักเสบทั่วไป ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดข้อเป็น ๆ หาย หรือมีลักษณะข้ออักเสบของข้อเล็ก ๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อมือ อาจมีอาการของข้อทั้งสองข้าง หรือข้างเดียว บางครั้งอาจพบมีลักษณะข้ออักเสบที่ย้ายตำแหน่งข้ออักเสบไปเรื่อย ๆ แบบ migratory arthritis ได้
  2. Jaccoud’s arthritis ผู้ป่วยจะมีข้อผิดรูป เช่น นิ้วมือผิดรูปคล้ายคอหงษ์ (Swan neck deformity) หรือนิ้วมือผิดรูปแบเฉออกนอก (ulnar deviation) ฯลฯ ซึ่งในบางครั้งลักษณะอาการแสดงชนิดนี้ ทำให้แพทย์สับสนกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้บ่อย ข้อผิดรูปใน Jaccoud’s arthritis นี้เป็นข้อผิดรูปชนิดที่สามารถดัดให้ข้อกลับมาอยู่ในแนวข้อปกติได้ (reducible deformity) ซึ่งสาเหตุของข้อผิดรูปชนิดนี้ เนื่องมาจากการหย่อยของเส้นเอ็นที่ช่วยในการพยุงข้อ แต่ส่วนใหญ่จะไม่พบลักษณะการทำลายข้อ เช่น ลักษณะการกัดกร่อนของกระดูกดังที่พบจากภาพถ่ายทางรังสี ในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นที่น่าแปลกใจที่บ่อยครั้งผู้ป่วยกลุ่มนี้บางรายจะค่อย ๆ มีลักษณะข้อผิดรูปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมิได้มีลักษณะของอาการปวดข้อหรือข้ออักเสบให้เห็นมาก่อน
  3. Rhupus ผู้ป่วยโรคSLEบางรายอาจมีอาการข้ออักเสบที่รุนแรง และพบการกัดกร่อนของกระดูกภาพถ่ายทางรังสีได้เช่นกัน จึงมีผู้เรียกภาวะนี้ว่า Rhupus (rheumatoid arthritis และ lupus) ซึ่งแพทย์บางท่านจะถือว่า Rhupus เป็นอาการจากการเกิดโรคลุปัสและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ร่วมกันในผู้ป่วยรายเดียวกัน (overlap syndrome) ในขณะที่แพทย์บางท่านเชื่อว่า Rhupus เป็นเพียงข้ออักเสบที่รุนแรงในโรคSLEเท่านั้นเอง

การรักษา

ผู้ป่วยที่อาการข้ออักเสบเป็นอาการเด่นโดยไม่มีความผิดปกติของอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เช่น อาการทางไต ระบบประสาท หรือทางโลหิต สามารถพิจารณาการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ NSAID (non steroidal anti-inflammatory drug) ร่วมกับการให้ยาต้านมาลาเรีย ในกรณีที่อาการทางข้อไม่ดีขึ้นอาจพิจารณายากดภูมิต้านทานชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วยได้แก่ methotrexate หรือ azathioprineมือผิดรูป
การศึกษายาใหม่ในการรักษาอาการข้ออักเสบ ได้แก่ leflunomide จากการศึกษาขนาดเล็กมีจำนวนผู้ป่วยเพียง 6 ราย ในกลุ่มรักษาด้วย leflunomide และ 6 รายในกลุ่มควบคุม และ MMF จากการรายงานกลุ่มผู้ป่วย พบว่ายาทั้งสองให้ผลการรักษาที่ดี ส่วนยาในกลุ่ม anti-TNFα agents นั้นมีการศึกษาการใช้ infliximab 5 มก/ กก/ ครั้ง ในผู้ป่วยSLE 6 รายที่มีการอักเสบของข้อซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษามาก่อน

พบว่าผู้ป่วยตอบสนองดีต่อการรักษาและไม่มีผลข้างเคียงจากการใช้ infliximab อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีรายงานการเกิดโรคSLEจากการใช้ anti-TNFα agents ดังนั้นจึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง ในอนาคตอาจมีการนำการรักษาโดยชีวบำบัดที่ได้ผลดีในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มาศึกาในโรคSLEมากขึ้น เช่น rituximab และ abatacept (CTLA4-lg)

 



fb google