jrprint

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | วัคซีน

adv

งูกะปะ [Malayan pit viper ]

สารบัญ

งูกะปะ หรือ Malayan pit viper (Calloselasma rhodostoma) เป็นงูพิษที่มีอันตรายสูง พบได้ทั่วไปในประเทศไทย พิษของงูกะปะมีผลต่อระบบเลือด ทำให้เกิดอาการเลือดออกผิดปกติ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ลักษณะของงูกะปะ

  • ลักษณะหัวเป็นรูปสามเหลี่ยมคอเล็ก ลำตัวอ้วน หางเรียวสั้น มีลายเป็นรูปเหมือนหลังคาบ้านอยู่ด้านข้างตลอดลำตัว
  • สี: ส่วนใหญ่มีสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลแดง มีลวดลายคล้ายใบไม้แห้ง
  • ขนาด: ความยาวเฉลี่ยประมาณ 70-90 เซนติเมตร
  • ถิ่นที่อยู่: ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ชื้น เช่น ป่า บริเวณแหล่งน้ำ หรือพื้นที่เกษตรกรรม
  • พฤติกรรม: มักออกหากินในเวลากลางคืน และมักหลบซ่อนตัวในเวลากลางวัน ชอบอาศัยในดินปนทรายตามสวนไร่เหมืองแร่เมื่อกัดคนแล้วมักไม่เลื้อยไปไหนจนกระทั่งมีคนมาทุบตีมัน

โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะหลีกเลี่ยงการสัมผัสของมนุษย์ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งนําไปสู่สถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย การทําความเข้าใจผลกระทบของงูพิษมลายูกัดและการรู้วิธีตอบสนองอย่างทันท่วงทีสามารถช่วยชีวิตได้ เอกสารนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการกัดงูพิษหลุมมลายู รวมถึงอาการ การรักษา และมาตรการป้องกัน


อาการงูกะปะกัด

งูกะปะเป็นงูพิษพบได้ทั่วประเทศ พิษงูกะปะจัดเป็นพวกมีพิษทางโลหิต hemotoxinทำให้เกิดอาการแสดงคล้ายงูแมวเซาแต่รุนแรงน้อยกว่า

อาการเฉพาะที่


งูกะปะ
แผลเลือดออก

อาการทั่วไปของงูกะปะกัด

อาการทั่วไป: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เลือดออกง่ายผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน

มีโลหิตตามอวัยวะต่างๆในราว 3 ชั่วโมง ผิวหนังมีเลือดออกเป็นรอยคล้ำ เลือดออกทางเดินอาหาร เลือดออกตามไรฟัน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากความดันโลหิตต่ำ


การรักษางูกะปะกัด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกงูกะปะกัด

  1. ตั้งสติ: อย่าตกใจ และพยายามจดจำลักษณะของงู
  2. ล้างแผล: ด้วยน้ำสะอาดและสบู่
  3. ห้ามเคลื่อนไหวบริเวณที่ถูกกัด: เพื่อลดการแพร่กระจายของพิษ
  4. รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล: โดยเร็วที่สุด พร้อมแจ้งแพทย์ว่าถูกงูกะปะกัด

การรักษา

ข้อควรระวังและวิธีป้องกัน

ข้อควรจำ: หากถูกงูกะปะกัด ห้ามกรีดบาดแผล ดูดพิษ หรือใช้สมุนไพร เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้ ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

การรู้จักลักษณะของงูกะปะ และวิธีป้องกัน จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกงูกะปะกัดได้ หากถูกกัด อย่าลืมปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

บทสรุป: แม้ว่างูพิษมลายูกัดอาจร้ายแรง แต่การดูแลทางการแพทย์ที่รวดเร็วและเหมาะสมช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ได้อย่างมาก การรับรู้อาการ และการใช้มาตรการป้องกัน บุคคลสามารถลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับงูพิษเหล่านี้ได้ การวิจัย การศึกษา และความตระหนักรู้ของชุมชนอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสําคัญในการจัดการงูพิษมลายูกัดอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ดูการรักษางูเขียวหางไหม้กัด

กลับหน้าเดิม

หน้าหลัก ชนิดของู พิษของงู การดูแลเบื้องต้น การประเมินความรุนแรง การรักษา การให้เซรุ่ม งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ รายละเอียดงูพิษกัด

ทบทวนวันที่ 15/62554

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

เพิ่มเพื่อน