เห็น WBC ↑ หรือ WBC ↓ ในผลเลือด ต้องดูอะไรต่อ?

  1. ดู WBC รวม ว่าสูงหรือต่ำจากช่วงอ้างอิงมากเพียงใด
  2. ต่อไปให้ดูว่าเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดไหนผิดปกติ เซลล์เม็ดเลือดขาวได้แก่ Neutrophil, Lymphocyte, Monocyte, Eosinophil หรือ Basophil ชนิดใดผิดปกติ
  3. ดูจำนวนจริงของเซลล์แต่ละชนิด ไม่ควรดูเฉพาะเปอร์เซ็นต์
  4. ดู Hemoglobin, Hematocrit และ Platelet ว่ามีความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดร่วมด้วยหรือไม่
  5. เปรียบเทียบผลตรวจ CBC ครั้งก่อน ว่าค่าผิดปกติเพิ่งเกิดหรือมีต่อเนื่องมานาน
  6. หากมีผล Peripheral Blood Smear หรือการตรวจสเมียร์เลือด ให้ดูว่ามีเซลล์ตัวอ่อนหรือรูปร่างผิดปกติหรือไม่
  7. พิจารณาอาการ เช่น ไข้ ไอ ปัสสาวะแสบขัด ผื่น คัน น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือเลือดออกง่ายร่วมด้วย

WBC คืออะไร?

เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell: WBC หรือ Leukocyte) เป็นเซลล์สำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน สร้างขึ้นเป็นหลักในไขกระดูก มีหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อ ควบคุมการอักเสบ และตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ

การตรวจจำนวนเม็ดเลือดขาว WBC count เป็นการวัดจำนวนเม็ดเลือดขาวทุกชนิดรวมกัน ส่วน Differential White Blood Cell Count แยกให้เห็นว่าเม็ดเลือดขาวแต่ละชนิดมีสัดส่วนและจำนวนเท่าใด

จึงอาจมอง WBC เป็น “ยอดรวม” และ Differential Count เป็นการเปิดดูว่ายอดรวมนั้นประกอบด้วยเซลล์ชนิดใดบ้าง

ค่า WBC ปกติเท่าไร?

ช่วงอ้างอิงของ WBC ในผู้ใหญ่แตกต่างกันเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการ โดยทั่วไปมักอยู่ประมาณ 4,000–11,000 เซลล์/µL แต่ควรใช้ช่วงอ้างอิงที่พิมพ์อยู่ในใบผลเลือดของตนเองเป็นหลัก

ผลตรวจ ความหมาย
WBC อยู่ในช่วงอ้างอิง จำนวนเม็ดเลือดขาวรวมอยู่ในช่วงปกติ แต่เม็ดเลือดขาวบางชนิดอาจยังผิดปกติได้
WBC สูง เรียกว่า ภาวะเม็ดเลือดขาวสูง (leukocytosis) ต้องดูต่อว่าเซลล์ชนิดใดเพิ่มขึ้น
WBC ต่ำ เรียกว่า ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia) ต้องดูต่อว่าเซลล์ชนิดใดลดลง

เม็ดเลือดขาวมี 5 ชนิดหลัก

ชนิด หน้าที่สำคัญโดยย่อ
Neutrophil เป็นด่านสำคัญในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา และมีบทบาทในการอักเสบเฉียบพลัน
Lymphocyte ประกอบด้วย B cell, T cell และ Natural Killer cell มีบทบาทต่อภูมิคุ้มกันต่อไวรัส การสร้าง antibody และภูมิคุ้มกันแบบเซลล์
Monocyte ช่วยกินเชื้อโรคและเศษเซลล์ และสามารถเปลี่ยนเป็น macrophage ในเนื้อเยื่อ
Eosinophil เกี่ยวข้องกับโรคภูมิแพ้ ปฏิกิริยาจากยา และการตอบสนองต่อพยาธิบางชนิด
Basophil เกี่ยวข้องกับสารก่อการอักเสบและปฏิกิริยาภูมิแพ้ และมีความสำคัญในการประเมินโรคไขกระดูกบางชนิด

WBC สูง ต้องดูต่อว่าเม็ดเลือดขาวชนิดใดสูง

ภาวะเม็ดเลือดขาวสูง (leukocytosis) เป็นเพียงคำบอกว่าจำนวน WBC รวมสูง แต่สาเหตุจะต่างกันอย่างมากตามชนิดของเซลล์ที่เพิ่มขึ้น

เซลล์ที่สูง เรียกว่า โรคหรือภาวะที่พบบ่อย
Neutrophil Neutrophilia การติดเชื้อแบคทีเรีย การอักเสบ ความเครียดทางร่างกาย การผ่าตัด บาดเจ็บ corticosteroid การสูบบุหรี่ และโรคไขกระดูกบางชนิด
Lymphocyte Lymphocytosis การติดเชื้อไวรัสหลายชนิด โรคไอกรน และโรคของเซลล์ lymphocyte เช่น chronic lymphocytic leukemia
Monocyte Monocytosis การติดเชื้อเรื้อรัง การอักเสบเรื้อรัง โรค autoimmune ช่วงฟื้นตัวของการติดเชื้อบางชนิด และโรคไขกระดูกบางประเภท
Eosinophil Eosinophilia ภูมิแพ้ หอบหืด ปฏิกิริยาจากยา พยาธิบางชนิด eosinophilic disorders และโรคทางโลหิตวิทยาบางชนิด
Basophil Basophilia พบได้เด่นใน chronic myeloid leukemia และ myeloproliferative neoplasm บางชนิด และพบได้ในภาวะภูมิแพ้หรือการอักเสบบางประเภท

Neutrophil สูง พบในโรคหรือภาวะอะไร?

ภาวะนิวโทรฟิลสูง (neutrophilia) เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยของ WBC สูง

สาเหตุสำคัญ ได้แก่:

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น pneumonia, pyelonephritis, appendicitis หรือ abscess
  • การอักเสบที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น gout attack, rheumatoid arthritis หรือ vasculitis
  • การผ่าตัด อุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ หรือ tissue injury
  • acute physiologic stress และการออกกำลังกายหนัก
  • ยา corticosteroid, G-CSF และ lithium
  • การสูบบุหรี่
  • โรคไขกระดูก เช่น chronic myeloid leukemia หรือ myeloproliferative neoplasm บางชนิด

หาก neutrophil สูง ควรดูว่ามี Band neutrophil หรือ immature granulocyte เพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะอาจสะท้อนว่าไขกระดูกกำลังปล่อย neutrophil ระยะอ่อนออกมาเพิ่มขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: Neutrophil คืออะไรและแปลผลอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม: Neutrophil สูง หรือ Neutrophilia

อ่านเพิ่มเติม: Band Neutrophil และ Left Shift

Lymphocyte สูง พบในโรคหรือภาวะอะไร?

ภาวะลิมโฟไซต์สูง (lymphocytosis) พบได้จากทั้ง reactive causes และโรคของระบบ lymphoid

ตัวอย่าง ได้แก่:

  • การติดเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น Epstein-Barr virus หรือ cytomegalovirus
  • โรคไอกรน (pertussis)
  • การติดเชื้อบางชนิดที่กระตุ้น lymphocyte
  • ภาวะ reactive หลังการติดเชื้อบางชนิด
  • โรคของเซลล์ lymphocyte เช่น chronic lymphocytic leukemia (CLL) และ lymphoproliferative disorders บางชนิด

หาก lymphocyte สูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะร่วมกับต่อมน้ำเหลืองโต ม้ามโต น้ำหนักลด หรือพบ lymphocyte ที่มีรูปร่างผิดปกติ ควรประเมินเพิ่มเติม ให้อ่าน Lymphocyte สูง

Monocyte สูง พบในโรคหรือภาวะอะไร?

ภาวะโมโนไซต์สูง (monocytosis) อาจพบได้ใน:

  • การติดเชื้อเรื้อรังบางชนิด เช่น วัณโรค
  • โรคอักเสบเรื้อรัง
  • โรคภูมิคุ้มกัน เช่น rheumatoid arthritis หรือ inflammatory bowel disease บางกรณี
  • ช่วงฟื้นตัวจากการติดเชื้อหรือภาวะ neutropenia บางชนิด
  • โรคไขกระดูก เช่น chronic myelomonocytic leukemia (CMML)

หาก monocytosis สูงต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุจาก infection หรือ inflammation ที่อธิบายได้ ควรประเมินโรคทางโลหิตวิทยาเพิ่มเติม

Eosinophil สูง พบในโรคหรือภาวะอะไร?

ภาวะอีโอซิโนฟิลสูง (eosinophilia) มีสาเหตุที่แตกต่างจาก neutrophilia อย่างชัดเจน

สาเหตุสำคัญ ได้แก่:

  • โรคภูมิแพ้ เช่น allergic rhinitis และ asthma
  • ปฏิกิริยาจากยา
  • การติดพยาธิบางชนิด โดยเฉพาะพยาธิที่มี tissue migration
  • โรค eosinophilic disorders เช่น eosinophilic gastrointestinal disease
  • โรค autoimmune หรือ vasculitis บางชนิด
  • โรคไขกระดูกและมะเร็งบางชนิด

การแปลผลควรดู จำนวน eosinophil จริง มากกว่าดูเปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียว

Basophil สูง พบในโรคหรือภาวะอะไร?

ภาวะเบโซฟิลสูง (basophilia) พบไม่บ่อยเท่า neutrophilia หรือ lymphocytosis แต่มีความสำคัญเมื่อพบร่วมกับ WBC สูงมากหรือ neutrophilia

สาเหตุที่ควรนึกถึง ได้แก่:

  • chronic myeloid leukemia (CML)
  • myeloproliferative neoplasm บางชนิด
  • การอักเสบเรื้อรังบางภาวะ
  • ปฏิกิริยาภูมิแพ้บางประเภท

หาก basophil สูงอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยเฉพาะร่วมกับ immature myeloid cells หรือม้ามโต ควรพิจารณาโรคไขกระดูกมากขึ้น

WBC ต่ำ ต้องดูต่อว่าเม็ดเลือดขาวชนิดใดต่ำ

ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia) เช่นเดียวกับ WBC สูง คือยังไม่เพียงพอที่จะบอกความเสี่ยงหรือสาเหตุ จนกว่าจะทราบว่าเซลล์ชนิดใดลดลง

เซลล์ที่ต่ำ ความสำคัญ สาเหตุที่พบได้
Neutrophil ต่ำ เรียกว่า neutropenia และสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา โดยเฉพาะเมื่อจำนวนต่ำมาก เคมีบำบัด ยากดไขกระดูก การติดเชื้อไวรัส severe infection โรค autoimmune การขาด B12/folate/copper และโรคไขกระดูก
Lymphocyte ต่ำ เรียกว่า lymphopenia หรือ lymphocytopenia อาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในบางภาวะ การติดเชื้อบางชนิด corticosteroid ภาวะทุพโภชนาการ โรคภูมิคุ้มกัน และยากดภูมิคุ้มกัน
Monocyte ต่ำ มักไม่ใช้แยกเดี่ยว ๆ ในการประเมินผู้ป่วยทั่วไป ต้องดูร่วมกับ CBC และโรคพื้นฐาน อาจพบจากการกดไขกระดูกหรือการรักษาบางชนิด
Eosinophil ต่ำ มักไม่มีความสำคัญทางคลินิกเมื่อพบเดี่ยว ๆ พบได้จาก physiologic stress หรือ corticosteroid
Basophil ต่ำ โดยทั่วไปการต่ำเพียงอย่างเดียวมักไม่มีความสำคัญทางคลินิก อาจพบในหลายภาวะและมักไม่ใช้เป็นตัวชี้โรคเพียงลำพัง

ในผู้ที่ WBC ต่ำ สิ่งที่มีความสำคัญต่อความเสี่ยงการติดเชื้อมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ จำนวนนิวโทรฟิลจริง

อ่านเพิ่มเติม: Neutrophil ต่ำ หรือ Neutropenia

ทำไมต้องดู “จำนวนจริง” ไม่ใช่ดูแต่เปอร์เซ็นต์?

เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดขาวสามารถเปลี่ยนได้เพราะเซลล์ชนิดอื่นเพิ่มหรือลด ดังนั้นเปอร์เซ็นต์สูงไม่ได้หมายความว่าจำนวนเซลล์นั้นสูงจริงเสมอไป

จำนวนจริงคำนวณได้โดย:

จำนวนจริงของเซลล์ = WBC × เปอร์เซ็นต์ของเซลล์ชนิดนั้น ÷ 100

ตัวอย่างที่ 1: เปอร์เซ็นต์สูงและจำนวนจริงก็สูง

WBC = 12,000/µL และ Neutrophil = 75%

จำนวนนิวโทรฟิลจริง = 12,000 × 75 ÷ 100 = 9,000/µL

กรณีนี้มีทั้ง WBC สูงและ neutrophil สูง

ตัวอย่างที่ 2: เปอร์เซ็นต์สูง แต่จำนวนจริงอาจยังปกติ

WBC = 7,000/µL และ Neutrophil = 75%

จำนวนนิวโทรฟิลจริง = 7,000 × 75 ÷ 100 = 5,250/µL

แม้เปอร์เซ็นต์ neutrophil จะสูงกว่าช่วงอ้างอิงของบางห้องปฏิบัติการ แต่จำนวนจริงอาจยังอยู่ในช่วงปกติ

WBC ปกติ แต่เม็ดเลือดขาวบางชนิดผิดปกติได้ไหม?

ได้ เพราะ WBC เป็นยอดรวมของเม็ดเลือดขาวหลายชนิด หากเซลล์ชนิดหนึ่งเพิ่มแต่เซลล์อีกชนิดลด ยอดรวมอาจยังอยู่ในช่วงอ้างอิง

จึงไม่ควรสรุปว่าเม็ดเลือดขาวทั้งหมดปกติเพียงเพราะ WBC รวมปกติ แต่ควรดู Differential Count และจำนวนจริงของแต่ละชนิด เมื่อมีความผิดปกติหรือมีอาการที่เกี่ยวข้อง

Peripheral Blood Smear ช่วยอะไรเมื่อ WBC ผิดปกติ?

การตรวจสเมียร์เลือด (Peripheral Blood Smear) ช่วยให้เห็นรูปร่างและระยะการเจริญของเม็ดเลือดโดยตรง และมีประโยชน์เมื่อ CBC ผิดปกติมาก เครื่องตรวจขึ้น flag หรือสงสัยความผิดปกติของไขกระดูก

สิ่งที่อาจพบ ได้แก่:

  • Band neutrophil หรือ immature granulocyte เพิ่ม แสดงว่าไขกระดูกปล่อย neutrophil ระยะอ่อนออกมาเพิ่มขึ้น
  • Metamyelocyte หรือ Myelocyte ซึ่งพบได้เมื่อไขกระดูกถูกกระตุ้นมาก
  • Toxic granulation หรือ Döhle bodies ซึ่งพบได้ในภาวะอักเสบหรือการติดเชื้อรุนแรง
  • เซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือด (blast) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ควรได้รับการประเมินทางโลหิตวิทยา
  • รูปร่างผิดปกติของ lymphocyte หรือเม็ดเลือดชนิดอื่น
  • ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดร่วมด้วย

เมื่อ WBC สูงหรือต่ำ ควรประเมินอะไรต่อ?

1. ดู CBC ทั้งชุด

ดู WBC, Differential Count, Hemoglobin, Hematocrit และ Platelet พร้อมกัน หากมี ภาวะโลหิตจาง (anemia) หรือเกล็ดเลือดผิดปกติร่วมด้วย จะเพิ่มความสำคัญของการประเมินโรคไขกระดูกหรือโรคระบบอื่น

2. เปรียบเทียบกับผลเลือดครั้งก่อน

ช่วยบอกว่าค่าผิดปกติเกิดขึ้นใหม่ ชั่วคราว หรือมีต่อเนื่องมานาน

3. ซักประวัติ

ควรถามถึงการติดเชื้อ โรคอักเสบ โรคประจำตัว การใช้ยา chemotherapy, corticosteroid, G-CSF หรือยากดภูมิคุ้มกัน การสูบบุหรี่ การผ่าตัด และเหตุการณ์ stress ทางร่างกาย

4. ประเมินอาการปัจจุบัน

เช่น ไข้ หนาวสั่น ไอ เสมหะ ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้อง ผื่น คัน ต่อมน้ำเหลืองโต น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือเลือดออกง่าย

5. เลือกตรวจเพิ่มเติมตามสาเหตุที่สงสัย

  • สงสัยการติดเชื้อหรือการอักเสบ — พิจารณา CRP, ESR หรือการตรวจหาเชื้อตามอาการ
  • สงสัย urinary tract infection — urinalysis และ urine culture
  • สงสัย pneumonia — chest X-ray ตามข้อบ่งชี้
  • สงสัย bacteremia หรือ sepsis — blood culture ตามข้อบ่งชี้
  • สงสัยภูมิแพ้หรือพยาธิ — ประเมินตามอาการและชนิดของ eosinophilia
  • สงสัยโรคไขกระดูก — peripheral smear และการตรวจทางโลหิตวิทยาเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้

WBC สูงหรือต่ำรักษาอย่างไร?

WBC เป็นผลตรวจ ไม่ใช่โรค การรักษาจึงขึ้นกับสาเหตุและชนิดของเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติ

  • ติดเชื้อแบคทีเรีย → รักษาการติดเชื้อตามข้อบ่งชี้
  • การติดเชื้อไวรัส → รักษาตามชนิดของโรคและความรุนแรง
  • โรคภูมิแพ้หรือ inflammatory disease → รักษาโรคพื้นฐาน
  • ปฏิกิริยาจากยา → ประเมินยาที่เป็นสาเหตุและปรับยาตามคำแนะนำของแพทย์
  • neutropenia → การดูแลขึ้นกับระดับของ neutrophil สาเหตุ และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • โรคไขกระดูกหรือมะเร็งเม็ดเลือด → รักษาตามชนิดของโรคโดยอายุรแพทย์โรคเลือด

WBC สูงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุผลให้ใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะต้องทราบก่อนว่าเซลล์ชนิดใดสูงและมีหลักฐานของ bacterial infection หรือไม่

ผล WBC แบบไหนควรรีบพบแพทย์?

  • WBC ต่ำร่วมกับไข้ โดยเฉพาะเมื่อ neutrophil ต่ำมาก
  • ไข้สูง หนาวสั่น หายใจเร็ว ความดันต่ำ ซึม หรือสงสัยการติดเชื้อรุนแรง
  • WBC สูงมากผิดปกติ เช่นหลายหมื่นเซลล์ต่อไมโครลิตรโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • พบ blast หรือเซลล์เม็ดเลือดตัวอ่อนผิดปกติใน peripheral blood smear
  • มีภาวะโลหิตจางหรือเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับ WBC ผิดปกติ
  • มีต่อมน้ำเหลืองโตหรือม้ามโต
  • น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • WBC หรือ Differential Count ผิดปกติต่อเนื่องหลายครั้งโดยหาสาเหตุไม่ได้

สรุปสำหรับคนที่ถือผล CBC อยู่ในมือ

  • WBC เป็นจำนวนเม็ดเลือดขาวทุกชนิดรวมกัน
  • WBC สูงหรือต่ำยังบอกไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร
  • ขั้นต่อไปคือดูว่า Neutrophil, Lymphocyte, Monocyte, Eosinophil หรือ Basophil ชนิดใดผิดปกติ
  • Neutrophil สูงกับ Eosinophil สูงมีสาเหตุต่างกัน จึงไม่ควรตีความคำว่า “WBC สูง” เหมือนกันทุกคน
  • ดูจำนวนจริงของเซลล์ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียว
  • ดู Hemoglobin, Hematocrit และ Platelet ร่วมด้วย
  • เปรียบเทียบกับ CBC ครั้งก่อนว่าความผิดปกติเพิ่งเกิดหรือเป็นมานาน
  • Peripheral Blood Smear ช่วยเมื่อผลผิดปกติมากหรือสงสัยโรคไขกระดูก
  • การรักษาขึ้นกับสาเหตุและชนิดของเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติ ไม่ใช่รักษาตัวเลข WBC โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ WBC

WBC สูงหมายถึงอะไร?

หมายถึงจำนวนเม็ดเลือดขาวรวมสูงกว่าช่วงอ้างอิง แต่ต้องดู Differential Count ต่อว่า Neutrophil, Lymphocyte, Monocyte, Eosinophil หรือ Basophil ชนิดใดเป็นตัวที่เพิ่มขึ้น

WBC สูงแปลว่าติดเชื้อหรือไม่?

ไม่เสมอไป หากสูงจาก neutrophil อาจสัมพันธ์กับ bacterial infection แต่ neutrophil ยังสูงได้จาก stress, corticosteroid, inflammation และ smoking ส่วน WBC ที่สูงจากเซลล์ชนิดอื่นมีสาเหตุแตกต่างกัน

WBC สูงเป็นมะเร็งหรือไม่?

ส่วนใหญ่ไม่ได้หมายถึงมะเร็งทันที แต่หากสูงมาก สูงต่อเนื่อง มีเซลล์ผิดปกติใน smear มีภาวะโลหิตจาง เกล็ดเลือดผิดปกติ ม้ามโต หรือต่อมน้ำเหลืองโต ควรประเมินโรคทางโลหิตวิทยาเพิ่มเติม

WBC ต่ำอันตรายไหม?

ขึ้นกับว่าเม็ดเลือดขาวชนิดใดต่ำ โดยเฉพาะ neutrophil หากลดลงมาก ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราจะเพิ่มขึ้น

WBC ปกติ แต่ Neutrophil หรือ Lymphocyte ผิดปกติได้ไหม?

ได้ เพราะ WBC เป็นยอดรวมของเซลล์หลายชนิด จึงอาจมีเซลล์บางชนิดเพิ่มและอีกชนิดลดจนยอดรวมยังอยู่ในช่วงปกติ

ควรดูเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนจริง?

ควรดูจำนวนจริงร่วมด้วย เพราะเปอร์เซ็นต์อาจสูงหรือต่ำเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือดขาวชนิดอื่น

WBC ผิดปกติต้องตรวจอะไรต่อ?

เริ่มจากดู Differential Count, Hemoglobin, Hematocrit, Platelet ผล CBC ครั้งก่อน และอาการ หากยังหาสาเหตุไม่ได้หรือผลผิดปกติมาก อาจต้องตรวจ Peripheral Blood Smear และการตรวจเพิ่มเติมตามสาเหตุที่สงสัย

เอกสารอ้างอิง

  1. MedlinePlus. White Blood Count (WBC). U.S. National Library of Medicine.
  2. MedlinePlus. Blood Differential. U.S. National Library of Medicine.
  3. Riley LK, Rupert J. Evaluation of Patients with Leukocytosis. American Family Physician. 2015;92(11):1004-1011.
  4. Merck Manual Professional Edition. Overview of Leukopenias.
  5. Merck Manual Professional Edition. Neutropenia.

Neutrophil คืออะไรและแปลผลอย่างไร

Neutrophil สูง หรือ Neutrophilia

Neutrophil ต่ำ หรือ Neutropenia

Band Neutrophil และ Left Shift

เรียบเรียงและทบทวนโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์, แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

ปรับปรุงล่าสุด: 4 ตุลาคม 2569

คำเตือนทางการแพทย์: ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการแปลผลจำนวนเม็ดเลือดขาว การวินิจฉัยต้องพิจารณา Differential Count จำนวนจริงของเม็ดเลือดขาวแต่ละชนิด อาการ การตรวจร่างกาย และผลตรวจอื่นร่วมกัน