ฮีโมโกลบิน Hemoglobin (Hb) คืออะไร? ค่าต่ำหรือสูงบอกอะไร
Hemoglobin (Hb หรือ Hgb; ฮีโมโกลบิน)เป็นโปรตีนภายในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่รับออกซิเจนจากปอดและนำไปส่งให้อวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
เมื่อผลตรวจพบว่า Hb ต่ำหรือสูงสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงดูเครื่องหมาย H หรือ L ในใบผลตรวจแต่ควรถามต่อว่า“ค่าผิดปกติเพราะอะไร ต้องตรวจอะไรเพิ่ม และระดับนี้ควรกังวลเพียงใด?”
Hemoglobin (Hb) คืออะไร?
ฮีโมโกลบินเป็นโปรตีนที่อยู่ภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง และมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญ ฮีโมโกลบินชนิดหลักในผู้ใหญ่คือ HbA ประกอบด้วยสาย alpha-globin 2 สาย และ beta-globin 2 สาย
แต่ละสายมีส่วนที่เรียกว่า heme ซึ่งมีธาตุเหล็กอยู่ภายใน ทำให้สามารถจับออกซิเจนจากปอด แล้วนำไปปล่อยให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายใช้ในการสร้างพลังงาน
ดังนั้นหาก Hb ต่ำมาก ความสามารถของเลือดในการนำออกซิเจนจะลดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ใจสั่น เวียนศีรษะ หรือหอบเมื่อออกแรง
Hemoglobin เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจ Complete Blood Count (CBC) หรือการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
Hb เท่าไรเรียกว่าโลหิตจาง?
ภาวะโลหิตจาง (anemia) หมายถึงระดับ hemoglobin ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสม ตามอายุ เพศ การตั้งครรภ์ และปัจจัยบางอย่างของผู้ป่วย
ตามแนวทาง WHO ปี 2024 เกณฑ์ที่ใช้บ่อยสำหรับผู้ใหญ่อายุ 15–65 ปี ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่สูง มีดังนี้
| กลุ่ม | ถือว่ามีภาวะโลหิตจางเมื่อ Hb |
|---|---|
| ผู้ชาย อายุ 15–65 ปี | < 13.0 g/dL |
| ผู้หญิง อายุ 15–65 ปี ไม่ตั้งครรภ์ | < 12.0 g/dL |
| ตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 1 | < 11.0 g/dL |
| ตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 2 | < 10.5 g/dL |
| ตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 3 | < 11.0 g/dL |
หมายเหตุ: เด็ก ผู้สูงอายุบางกลุ่ม ผู้ตั้งครรภ์ และผู้ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงมีเกณฑ์ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม จึงไม่ควรนำตัวเลขของผู้ใหญ่ทั่วไปไปใช้กับทุกคน
นอกจากนี้ช่วงอ้างอิง (reference range) ของแต่ละห้องปฏิบัติการอาจแตกต่างกันเล็กน้อย จึงควรดูช่วงอ้างอิงในใบผลตรวจร่วมด้วย
Hb ต่ำ หมายความว่าอย่างไร?

Hb ต่ำหมายถึงมี ภาวะโลหิตจาง (anemia) แต่ไม่ได้บอกว่าสาเหตุคืออะไร
ดังนั้น Hb ต่ำจึงเป็น จุดเริ่มต้นของการค้นหาสาเหตุ ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าเป็นโรคขาดธาตุเหล็กเสมอไป
1. เสียเลือด
ตัวอย่างเช่น
- ประจำเดือนออกมากหรือนานผิดปกติ
- เลือดออกจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้
- แผลในกระเพาะอาหาร
- มะเร็งหรือโรคของทางเดินอาหารบางชนิด
- ริดสีดวงทวารที่มีเลือดออก
- อุบัติเหตุหรือการผ่าตัด
- ยาบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
การเสียเลือดเรื้อรังทีละน้อย อาจไม่มีอาการความดันต่ำ แต่สามารถทำให้ธาตุเหล็กในร่างกายลดลง จนเกิดโลหิตจางได้
2. ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ
- ขาดธาตุเหล็ก
- ขาดวิตามิน B12
- ขาดโฟเลต
- โรคไตเรื้อรัง
- โรคอักเสบหรือโรคเรื้อรัง
- โรคไขกระดูก
- ยาและเคมีบำบัดบางชนิด
ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ไตอาจสร้างฮอร์โมน erythropoietin (EPO) ลดลง รวมทั้งอาจมีภาวะขาดธาตุเหล็ก และการอักเสบร่วมด้วย
อ่านเพิ่มเติม: โลหิตจางในโรคไตเรื้อรัง (Anemia in CKD)
3. เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ
เรียกว่า hemolysis หรือภาวะเม็ดเลือดแดงแตก ตัวอย่างสาเหตุ ได้แก่
- โรคเม็ดเลือดแดงทางพันธุกรรมบางชนิด
- ธาลัสซีเมีย
- ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น
- โรคภูมิคุ้มกันที่ทำลายเม็ดเลือดแดง
- ยา การติดเชื้อ หรือสารบางชนิด
Hb ต่ำระดับไหนควรทำอะไร?
ตัวเลข Hb ช่วยให้ประเมินความรุนแรงเบื้องต้น แต่การดูแลไม่ได้ขึ้นกับตัวเลขเพียงอย่างเดียว ตารางต่อไปนี้ใช้เป็น แนวทางสำหรับผู้ป่วยในการทำความเข้าใจผลตรวจและตั้งคำถามกับแพทย์ ไม่ใช่คำสั่งรักษาด้วยตนเอง
| ระดับ Hb g/dL | ความหมายโดยทั่วไป | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
|
ชาย <13 หญิง <12 |
เข้าเกณฑ์ภาวะโลหิตจางในผู้ใหญ่ทั่วไป | ควรเริ่มค้นหาสาเหตุ โดยดู CBC, MCV, reticulocyte, ferritin/iron studies และประวัติการเสียเลือดหรือโรคประจำตัว |
| 10–12 | มีภาวะโลหิตจาง ระดับความสำคัญขึ้นกับสาเหตุ อาการ และโรคร่วม | ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะหากค่าลดลงต่อเนื่อง หรือมีอาการเหนื่อย ใจสั่น หรือซีด |
| <10 | โลหิตจางมีความชัดเจนมากขึ้น และควรหาสาเหตุอย่างจริงจัง | ควรประเมินอาการ ดูแนวโน้ม Hb และหาสาเหตุ เช่น ขาดธาตุเหล็ก เลือดออก โรคไต โรคเรื้อรัง หรือ hemolysis |
| <8 g/dL | เป็นระดับ Hb ต่ำมาก ซึ่งควรให้ความสำคัญ | ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะหากมีอาการ โรคหัวใจ โรคปอด หรือมีเลือดออก |
| <7 | เป็นระดับที่แนวทางการให้เลือดในผู้ใหญ่ ที่อาการคงที่หลายกลุ่มใช้เป็นจุด พิจารณา transfusion | ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ Hb ต่ำกว่า 7 ต้องได้รับเลือดโดยอัตโนมัติ |
หากมีเลือดออกมาก เจ็บหน้าอก หายใจเหนื่อยมาก ความดันต่ำ ชีพจรเร็ว หน้ามืด เป็นลม หรือมีสัญญาณว่าเลือดไปเลี้ยงอวัยวะไม่เพียงพอ ควรได้รับการประเมินทันที ไม่ควรรอให้ Hb ลดลงถึงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง
Hb เท่าไรจึงพิจารณาให้เลือด?
การให้เม็ดเลือดแดง red blood cell transfusion ไม่ได้ใช้ Hb ตัวเลขเดียวในการตัดสินใจ
แพทย์จะพิจารณาร่วมกับ
- ผู้ป่วยมีเลือดออกอยู่หรือไม่
- การเสียเลือดเกิดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
- ความดันโลหิตและชีพจร
- มีเจ็บหน้าอกหรือภาวะหัวใจขาดเลือดหรือไม่
- มีหอบเหนื่อยหรือออกซิเจนไม่เพียงพอหรือไม่
- มีโรคหัวใจหรือโรคปอดอยู่เดิมหรือไม่
- Hb ลดลงเร็วเพียงใด
- ผู้ป่วยมีโรคเลือดเรื้อรังที่ต้องให้เลือดเป็นประจำหรือไม่
กรณีที่ 1: ผู้ใหญ่ที่อาการคงที่ ไม่มีเลือดออกเฉียบพลัน
แนวทาง AABB สำหรับผู้ใหญ่ที่นอนโรงพยาบาล และมีระบบไหลเวียนโลหิตคงที่ (hemodynamically stable) แนะนำกลยุทธ์ให้เลือดแบบ restrictive โดยทั่วไป พิจารณาให้เม็ดเลือดแดงเมื่อ Hb ต่ำกว่า 7 g/dL
ในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดเดิม หรือผู้ที่ได้รับการผ่าตัดบางประเภท แพทย์อาจใช้ระดับประมาณ 8 g/dL เป็นจุดประกอบการพิจารณา
คำสำคัญคือ “พิจารณา” ไม่ใช่ “ต้องให้”
กรณีที่ 2: เสียเลือดเฉียบพลัน
หากเกิดอุบัติเหตุ เลือดออกในทางเดินอาหาร ตกเลือดหลังคลอด หรือเสียเลือดจำนวนมากจากสาเหตุอื่น ไม่ควรรอให้ Hb ลดลงถึง 7 g/dL ก่อนจึงรักษา
ในช่วงแรกของการเสียเลือดเฉียบพลัน ค่า Hb อาจยังไม่ลดลงมาก แม้ว่าผู้ป่วยจะเสียเลือดจำนวนมากแล้ว ดังนั้นแพทย์จะประเมินจาก ปริมาณเลือดที่เสีย ความดัน ชีพจร การไหลเวียนเลือด ระดับความรู้สึกตัว และสภาพโดยรวมของผู้ป่วย ร่วมด้วย
กรณีที่ 3: ผู้ป่วย thalassemia ที่ต้องรับเลือดเป็นประจำ
ผู้ป่วย transfusion-dependent thalassemia (TDT) มีหลักการแตกต่างจากผู้ป่วยโลหิตจางทั่วไป
เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่โปรแกรมให้เลือดเป็นประจำแล้ว จะไม่ได้รอให้ Hb ลดลงถึง 7 g/dL ทุกครั้ง
สำหรับผู้ป่วย beta-thalassemia major ที่ได้รับเลือดเป็นประจำ โดยทั่วไปมีเป้าหมาย pre-transfusion Hb ประมาณ 9.5–10.5 g/dL เพื่อช่วยลดอาการจากโลหิตจาง ลดการขยายตัวของไขกระดูก ลดม้ามโต และช่วยให้การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เป็น thalassemia ทุกคน เมื่อ Hb ต่ำกว่า 10 g/dL จะต้องได้รับเลือด
ผู้ป่วย thalassemia ที่ไม่ต้องพึ่งการให้เลือดเป็นประจำ (non-transfusion-dependent thalassemia) ต้องประเมินจากชนิดของโรค อาการ ภาวะแทรกซ้อน การเจริญเติบโต และปัจจัยอื่นร่วมด้วย
สิ่งที่คนไข้ควรจำ
Hb ต่ำกว่าเกณฑ์ → ต้องหาสาเหตุ
Hb ต่ำมาก เช่น <8 g/dL → ควรได้รับการประเมินเร็ว
Hb <7 g/dL → เป็นระดับที่แพทย์มักเริ่มพิจารณาให้เลือดในผู้ใหญ่ที่อาการคงที่หลายกลุ่ม แต่ไม่ใช่กฎตายตัว
เสียเลือดเฉียบพลัน → อย่ารอ Hb ลงถึง 7 g/dL
ผู้ป่วย transfusion-dependent thalassemia → ใช้เป้าหมาย Hb ต่างจากผู้ป่วยทั่วไป
Hb ต่ำแล้วควรดูค่าอะไรต่อ?
ขั้นต่อไปคือหาว่า ทำไม Hb จึงต่ำ โดยเริ่มจากผล CBC และข้อมูลสำคัญต่อไปนี้
1. MCV — เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กหรือใหญ่?
Mean Corpuscular Volume (MCV) เป็นค่าที่บอกขนาดเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดง และช่วยจำแนกสาเหตุของโลหิตจาง
อ่านเพิ่มเติม: MCV คืออะไร ค่าสูงหรือต่ำหมายถึงอะไร
| MCV | ลักษณะ | ตัวอย่างสาเหตุ |
|---|---|---|
| ต่ำ | Microcytic anemia | ขาดธาตุเหล็ก, ธาลัสซีเมีย, โรคเรื้อรังบางราย |
| ปกติ | Normocytic anemia | โรคไตเรื้อรัง, โรคเรื้อรัง, เสียเลือด, hemolysis, โรคไขกระดูกบางชนิด |
| สูง | Macrocytic anemia | ขาดวิตามิน B12, ขาดโฟเลต, โรคตับ, แอลกอฮอล์, ไทรอยด์ต่ำ, ยา หรือโรคไขกระดูกบางชนิด |
2. Reticulocyte count — ไขกระดูกกำลังสร้างเม็ดเลือดเพิ่มหรือไม่?
Reticulocyte คือเม็ดเลือดแดงอายุน้อย จึงช่วยประเมินว่าไขกระดูกตอบสนองต่อภาวะโลหิตจางอย่างไร
Reticulocyte สูง อาจพบหลังเสียเลือดหรือมีเม็ดเลือดแดงแตก ส่วนค่าที่ต่ำหรือไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร อาจบ่งว่าการสร้างเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ เช่น ขาดสารอาหาร โรคไต หรือโรคไขกระดูก
3. Ferritin และ iron studies — ขาดธาตุเหล็กหรือไม่?
การประเมินภาวะขาดธาตุเหล็ก อาจประกอบด้วย ferritin, serum iron, transferrin หรือ TIBC และ transferrin saturation (TSAT)
Ferritin สะท้อนธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย แต่ ferritin สามารถสูงขึ้นจากการอักเสบได้ ดังนั้นจึงไม่ควรแปลผล ferritin โดยแยกจาก TSAT และสภาพทางคลินิก โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
อ่านเพิ่มเติม:ภาวะขาดธาตุเหล็กและโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
4. ค้นหาการเสียเลือด
ควรถามเรื่องประจำเดือน เลือดออกทางเดินอาหาร อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก รวมถึงเลือดออกเรื้อรังจากสาเหตุอื่น
โดยเฉพาะผู้ชายและผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน หากตรวจพบ iron deficiency ควรพิจารณาหาสาเหตุของการเสียเลือด โดยเฉพาะในทางเดินอาหารตามความเหมาะสม
ตัวอย่างการอ่านผล Hb
ตัวอย่างที่ 1: Hb 11.2 g/dL, MCV 71 fL
Hb ต่ำและเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็ก ควรคิดถึงภาวะขาดธาตุเหล็ก และธาลัสซีเมียเป็นสาเหตุสำคัญ
ขั้นต่อไปอาจดู ferritin/iron studies, RDW, จำนวนเม็ดเลือดแดง และประวัติส่วนตัวหรือครอบครัว
ตัวอย่างที่ 2: Hb 9.0 g/dL, MCV 90 fL ในผู้ป่วย CKD
เป็นโลหิตจางแบบ normocytic โรคไตเรื้อรังอาจเป็นสาเหตุ แต่ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากไตเพียงอย่างเดียว
ควรประเมิน iron status เลือดออก ภาวะอักเสบ และสาเหตุอื่นของ anemia ร่วมด้วย
ตัวอย่างที่ 3: Hb 7.5 g/dL ไม่มีเลือดออกและอาการคงที่
เป็น Hb ที่ต่ำมาก ควรได้รับการประเมินอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคน ต้องได้รับเลือดทันที
แพทย์จะพิจารณาอาการ โรคหัวใจหรือปอด สาเหตุของ anemia แนวโน้มของ Hb และประโยชน์เทียบกับความเสี่ยงของ transfusion
ตัวอย่างที่ 4: Hb 9 g/dL แต่กำลังอาเจียนเป็นเลือดและความดันต่ำ
สถานการณ์นี้แตกต่างจากโลหิตจางเรื้อรัง เพราะผู้ป่วยกำลังเสียเลือดและระบบไหลเวียนไม่คงที่
ไม่ควรรอให้ Hb ลดถึง 7 g/dL ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะประเมินและกู้ชีพตามภาวะของผู้ป่วยทันที
ตัวอย่างที่ 5: ผู้ป่วย beta-thalassemia major ที่รับเลือดประจำ Hb 9.4 g/dL ก่อนถึงวันให้เลือด
ไม่ควรนำเกณฑ์ Hb <7 g/dL ของผู้ใหญ่ทั่วไปที่อาการคงที่มาใช้ เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มีแผนให้เลือดเป็นระยะ และมีเป้าหมาย pre-transfusion Hb โดยทั่วไปประมาณ 9.5–10.5 g/dL
Hb ต่ำมีอาการอะไร?
โลหิตจางเล็กน้อยหรือเกิดช้า ๆ อาจไม่มีอาการ
เมื่อ Hb ลดลงมากขึ้นอาจพบ
- เหนื่อยง่าย
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- ใจสั่น
- หน้ามืดหรือเวียนศีรษะ
- ปวดศีรษะ
- ซีด
- เหนื่อยหรือหอบเมื่อออกแรง
- สมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลง
อาการไม่ได้ขึ้นกับ Hb อย่างเดียว ผู้ที่ Hb ลดจาก 14 เหลือ 8 g/dL อย่างรวดเร็ว อาจมีอาการมากกว่าผู้ที่มี Hb 8 g/dL จากโรคเรื้อรังมานานและร่างกายปรับตัวแล้ว
เมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาล?
หาก Hb ต่ำหรือสงสัยมีเลือดออก และมีอาการต่อไปนี้ ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หายใจเหนื่อยมากหรือหอบขณะพัก
- เป็นลมหรือหมดสติ
- หน้ามืดมากร่วมกับใจสั่น
- ความดันต่ำหรืออ่อนแรงมาก
- อาเจียนเป็นเลือด
- ถ่ายดำหรือถ่ายเป็นเลือดจำนวนมาก
- มีเลือดออกมากหรือเลือดออกไม่หยุด
- อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
Hb สูง หมายความว่าอย่างไร?
Hb สูงไม่ได้หมายความว่า “เลือดดี” หรือ “แข็งแรง” เสมอไป
สาเหตุแบ่งได้เป็นสองแนวใหญ่ ๆ คือ เลือดมีความเข้มข้นขึ้นเพราะน้ำในร่างกายลดลง และ ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นจริง
1. ขาดน้ำ
เช่น อาเจียน ท้องเสีย ดื่มน้ำน้อย เสียเหงื่อมาก หรือใช้ยาขับปัสสาวะในบางสถานการณ์
จำนวนเม็ดเลือดแดงอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง แต่ปริมาตรน้ำในเลือดลดลง ทำให้ Hb และ hematocrit ดูสูงขึ้น
2. ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยเรื้อรัง
เช่น
- สูบบุหรี่
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
- โรคปอดบางชนิด
- โรคหัวใจบางชนิด
- อยู่ในพื้นที่สูง
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea)
ผู้ที่ Hb สูงและมีอาการ กรนดัง มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ สะดุ้งเฮือก หรือมีอาการง่วงมากในเวลากลางวัน ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
3. ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดมากผิดปกติ
โรคสำคัญคือ polycythemia vera (PV) ซึ่งทำให้ไขกระดูกสร้างเซลล์เม็ดเลือดมากผิดปกติ
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หน้าแดง ตามัว คันหลังอาบน้ำอุ่น หรือเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
4. ยาหรือฮอร์โมนบางชนิด
เช่น erythropoiesis-stimulating agents (ESA/EPO), testosterone หรือ anabolic androgenic steroids บางชนิด
พบ Hb สูงควรทำอย่างไร?
- เปรียบเทียบกับ Hb และ hematocrit ครั้งก่อน
- พิจารณาว่าช่วงเจาะเลือดมีภาวะขาดน้ำหรือไม่
- ตรวจซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์
- ประเมินการสูบบุหรี่และการสัมผัสคาร์บอนมอนอกไซด์
- ถามเรื่องกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ประเมินโรคหัวใจและโรคปอดหากมีข้อบ่งชี้
- ทบทวนยา เช่น testosterone หรือ EPO
- หาก Hb/Hct สูงต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ แพทย์อาจพิจารณาตรวจ EPO และ JAK2 ตามความเหมาะสม
สรุปวิธีอ่านค่า Hb แบบง่าย
Hb ต่ำกว่าเกณฑ์ → เป็น anemia → หาสาเหตุ
ดู MCV → reticulocyte → ferritin/TSAT → ประวัติเลือดออกและโรคประจำตัว
Hb ต่ำมาก → ดูอาการและความเร่งด่วน ไม่ใช่ดูตัวเลขอย่างเดียว
Hb <7 g/dL → เป็นจุดพิจารณา transfusion ในผู้ใหญ่ที่อาการคงที่หลายกลุ่ม ไม่ใช่เกณฑ์บังคับ
เสียเลือดเฉียบพลัน → ประเมินและรักษาจากสภาพผู้ป่วย ไม่รอ Hb ลงถึง 7
Transfusion-dependent thalassemia → ใช้เป้าหมาย Hb ต่างจาก anemia ทั่วไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Hemoglobin
Hb ต่ำแปลว่าเป็นโลหิตจางหรือไม่?
โดยทั่วไป Hb ต่ำกว่าเกณฑ์ตามอายุ เพศ และสภาวะของบุคคล ใช้เป็นหลักสำคัญในการวินิจฉัยภาวะโลหิตจาง แต่ต้องค้นหาสาเหตุต่อ
Hb ต่ำแปลว่าขาดธาตุเหล็กเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป Hb ต่ำอาจเกิดจากการเสียเลือด ขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลต โรคไต โรคเรื้อรัง ธาลัสซีเมีย hemolysis หรือโรคไขกระดูก
Hb ต่ำควรตรวจอะไรต่อ?
ควรดู CBC โดยเฉพาะ MCV และตามความเหมาะสมอาจตรวจ reticulocyte count, ferritin, serum iron, transferrin/TIBC และ TSAT รวมทั้งค้นหาการเสียเลือดและโรคประจำตัว
Hb 7 g/dL ต้องให้เลือดทุกคนหรือไม่?
ไม่ใช่ ในผู้ใหญ่ที่ hemodynamically stable Hb ต่ำกว่า 7 g/dL เป็นระดับที่แนวทางหลายฉบับ ใช้เป็นจุดพิจารณา transfusion แต่แพทย์ต้องดูอาการ การเสียเลือด โรคหัวใจ โรคปอด และสภาพโดยรวมร่วมด้วย
Hb 8–9 g/dL สามารถต้องให้เลือดได้หรือไม่?
ได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะหากผู้ป่วยกำลังเสียเลือด มีความดันต่ำ เจ็บหน้าอก มีภาวะหัวใจหรือระบบไหลเวียนผิดปกติ หรืออยู่ในกลุ่มโรคที่มีแนวทางเฉพาะ
ทำไมผู้ป่วย thalassemia บางรายให้เลือดตั้งแต่ Hb ประมาณ 9–10 g/dL?
ผู้ป่วย transfusion-dependent thalassemia ที่อยู่ในโปรแกรมให้เลือดเป็นประจำ มีเป้าหมาย Hb ต่างจากผู้ป่วยโลหิตจางทั่วไป โดย beta-thalassemia major มักตั้งเป้า pre-transfusion Hb ประมาณ 9.5–10.5 g/dL
ถ้าเสียเลือดมากแต่ Hb ยังปกติ แปลว่าไม่อันตรายหรือไม่?
ไม่ใช่ ในระยะแรกของการเสียเลือดเฉียบพลัน ค่า Hb อาจยังไม่ลดลงทันที แพทย์จึงต้องประเมินปริมาณเลือดที่เสีย ความดัน ชีพจร การไหลเวียนเลือด และอาการของผู้ป่วยร่วมด้วย
Hb สูงเกิดจากอะไร?
อาจเกิดจากขาดน้ำ สูบบุหรี่ อยู่บนพื้นที่สูง โรคปอด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ยาหรือฮอร์โมนบางชนิด หรือโรคไขกระดูก เช่น polycythemia vera
Hb เท่าไรจึงอันตราย?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ความเสี่ยงขึ้นกับระดับ Hb ความเร็วที่ Hb เปลี่ยนแปลง สาเหตุ อาการ การเสียเลือด และโรคหัวใจหรือโรคปอดที่มีอยู่เดิม
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization. Guideline on haemoglobin cutoffs to define anaemia in individuals and populations. Geneva: WHO; 2024. WHO
- Carson JL, Stanworth SJ, Guyatt G, et al. Red Blood Cell Transfusion: 2023 AABB International Guidelines. JAMA. 2023;330(19):1892-1902. AABB
- Centers for Disease Control and Prevention. Developing a Transfusion Plan for People with Beta Thalassemia. CDC
- National Heart, Lung, and Blood Institute. Anemia: Causes and Risk Factors. NHLBI
- National Heart, Lung, and Blood Institute. Anemia: Diagnosis. NHLBI
- Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO). KDIGO 2026 Clinical Practice Guideline for the Management of Anemia in Chronic Kidney Disease. Kidney International. 2026. KDIGO
📚 เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล (References)
- เอกสารอ้างอิงทางวิชาการข้อที่ 1
