Ferritin, Serum Iron, TIBC และ TSAT คืออะไร? อ่านผลตรวจธาตุเหล็กอย่างไร
หลายคนได้รับผลตรวจเลือดแล้วพบว่า Hb ต่ำหรือ MCV ต่ำ แพทย์จึงสั่งตรวจเพิ่มเติม เช่น Ferritin, Serum iron, TIBC และ Transferrin saturation (TSAT) แล้วเกิดคำถามว่าแต่ละค่าต่างกันอย่างไร และค่าไหนบอกว่าร่างกายขาดธาตุเหล็ก
คำตอบสำคัญคือ การประเมินธาตุเหล็กไม่ควรดูค่าใดเพียงค่าเดียว เพราะแต่ละค่าบอกข้อมูลคนละด้าน และโรคบางชนิด เช่น การอักเสบเรื้อรังหรือโรคไตเรื้อรัง สามารถทำให้ผลตรวจดูแตกต่างจากภาวะขาดธาตุเหล็กทั่วไปได้
หลักจำง่าย ๆ คือFerritin บอกเหล็กที่สะสมอยู่ในคลัง,Serum iron บอกเหล็กที่กำลังหมุนเวียนในเลือด,TIBC สะท้อนความสามารถของเลือดในการจับและขนส่งเหล็กและ TSAT บอกว่าความสามารถในการขนส่งนั้นมีเหล็กจับอยู่กี่เปอร์เซ็นต์
ถ้า Hb ต่ำหรือ MCV ต่ำ ทำไมต้องตรวจธาตุเหล็กเพิ่ม
ภาวะขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุสำคัญของโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงขนาดเล็ก หรือ microcytic anemia แต่ MCV ต่ำไม่ได้หมายความว่าขาดธาตุเหล็กเสมอไป เพราะพบได้ในธาลัสซีเมียและโรคอื่น
ดังนั้นเมื่อสงสัยการขาดธาตุเหล็ก แพทย์จึงใช้ผลตรวจหลายตัวร่วมกัน เพื่อแยกว่า เหล็กสะสมหมดจริงหรือไม่ เหล็กในกระแสเลือดมีเพียงพอหรือไม่ และมีเหล็กพร้อมนำไปสร้างเม็ดเลือดแดงมากน้อยเพียงใด
1. Ferritin คืออะไร
Ferritin เป็นโปรตีนที่เก็บสะสมธาตุเหล็กระดับ ferritin ในเลือดจึงใช้เป็นตัวช่วยประเมินปริมาณธาตุเหล็กสำรองของร่างกาย
ถ้าเปรียบร่างกายเหมือนบ้านFerritin เปรียบเสมือน ธาตุเหล็กที่เก็บอยู่ในโกดังเมื่อเหล็กสะสมเริ่มลดลง ค่า ferritin มักเป็นหนึ่งในค่าที่ลดลงก่อนที่จะเกิดโลหิตจางชัดเจน
Ferritin ต่ำหมายความว่าอะไร
Ferritin ต่ำเป็นหลักฐานที่สำคัญมากของภาวะขาดธาตุเหล็กโดยทั่วไป ferritin ต่ำกว่าประมาณ 30 ng/mLสนับสนุนการขาดธาตุเหล็กอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ไม่มีค่าตัดเพียงตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น ในผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง แนวทางของ American Gastroenterological Association ใช้ ferritin ต่ำกว่า 45 ng/mL เป็นเกณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความไวในการค้นหาภาวะขาดธาตุเหล็ก
Ferritin ปกติหรือสูง แปลว่าไม่ขาดธาตุเหล็กหรือไม่
ไม่เสมอไป เพราะ ferritin เป็นโปรตีนที่เพิ่มขึ้นเมื่อร่างกายมีการอักเสบ การติดเชื้อ โรคตับ หรือโรคเรื้อรังบางชนิด
ดังนั้นผู้ป่วยบางรายอาจมีธาตุเหล็กที่นำไปสร้างเม็ดเลือดไม่เพียงพอ แต่ค่า ferritin ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสูง กรณีนี้ต้องดู TSAT และข้อมูลอื่นร่วมด้วย
2. Serum Iron คืออะไร
Serum iron คือปริมาณธาตุเหล็กที่หมุนเวียนอยู่ในเลือด โดยส่วนใหญ่จับอยู่กับโปรตีนที่เรียกว่า transferrin
หากเปรียบ transferrin เป็นรถที่ขนส่งเหล็กSerum iron คือจำนวนเหล็กที่กำลังถูกขนอยู่บนรถในขณะตรวจเลือด
Serum iron ต่ำพบในอะไรบ้าง
Serum iron ต่ำพบได้ใน
- ภาวะขาดธาตุเหล็ก
- การอักเสบเรื้อรัง
- โรคเรื้อรังบางชนิด
- โรคไตเรื้อรังบางราย
ดังนั้น Serum iron ต่ำเพียงค่าเดียวไม่สามารถวินิจฉัยว่าขาดธาตุเหล็กได้
Serum iron สูงพบในอะไรได้บ้าง
อาจพบในภาวะเหล็กเกิน เม็ดเลือดแดงแตก การได้รับธาตุเหล็กมาก หรือโรคบางชนิด จึงต้องแปลผลร่วมกับ ferritin และ TSAT Serum iron สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าค่า ferritin จึงไม่ควรใช้ค่า Serum iron เพียงตัวเดียว เพื่อประเมินปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย
3. TIBC คืออะไร
TIBC (Total Iron-Binding Capacity) คือค่าที่สะท้อนความสามารถโดยรวมของเลือดในการจับและขนส่งธาตุเหล็ก โดยสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับปริมาณโปรตีน transferrin
ถ้าเปรียบ transferrin เป็นรถขนธาตุเหล็ก TIBC เปรียบเหมือน ความจุรวมของรถทั้งหมดที่ร่างกายมีไว้สำหรับขนเหล็ก
ทำไมขาดธาตุเหล็กแล้ว TIBC มักสูง
เมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็ก ตับมักสร้าง transferrin เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสจับธาตุเหล็กที่มีอยู่น้อย ดังนั้น TIBC จึงมักสูงในภาวะขาดธาตุเหล็ก
TIBC ต่ำพบในอะไร
TIBC อาจต่ำหรืออยู่ในระดับปกติในภาวะ เช่น
- การอักเสบเรื้อรัง
- anemia of chronic disease / anemia of inflammation
- โรคตับบางชนิด
- ภาวะโภชนาการบางชนิด
4. Transferrin Saturation หรือ TSAT คืออะไร
Transferrin saturation (TSAT) บอกว่า transferrin ที่ใช้ขนส่งธาตุเหล็ก มีธาตุเหล็กจับอยู่จริงประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
คำนวณโดยประมาณจาก TSAT (%) = Serum iron ÷ TIBC × 100
ถ้าเปรียบ transferrin เป็นรถขนเหล็ก TSAT คือ เปอร์เซ็นต์ของที่นั่งบนรถที่มีเหล็กนั่งอยู่จริง
TSAT ต่ำหมายความว่าอะไร
TSAT ต่ำแสดงว่ามีธาตุเหล็กที่พร้อมนำไปใช้สร้างเม็ดเลือดแดงน้อย โดยทั่วไปค่า TSAT ต่ำกว่า 20% เป็นค่าที่ควรพิจารณาร่วมกับ ferritin และบริบททางคลินิก แต่ TSAT ต่ำไม่ได้แปลว่าธาตุเหล็กในคลังหมดเสมอไป ตัวอย่างสำคัญคือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือมีการอักเสบ ซึ่งอาจมี ferritin ปกติหรือสูง แต่ TSAT ต่ำ เพราะธาตุเหล็กถูกเก็บไว้แต่ไม่สามารถนำมาใช้สร้างเม็ดเลือดได้อย่างเพียงพอ
ค่าปกติของ Ferritin, Serum Iron, TIBC และ TSAT เท่าไร
ช่วงอ้างอิงแตกต่างกันตามวิธีตรวจ ห้องปฏิบัติการ เพศ อายุ และภาวะของผู้ตรวจ ดังนั้นควรใช้ช่วงอ้างอิงที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจเป็นหลัก
| การตรวจ | ช่วงที่พบได้ทั่วไปในผู้ใหญ่ | บอกอะไร |
|---|---|---|
| Ferritin | ชาย 30–400 ng/mL หญิง 13–150 ng/mL* |
สะท้อนปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย |
| Serum iron | ประมาณ 60–150 mcg/dL โดยขึ้นกับเพศและห้องปฏิบัติการ | เหล็กที่หมุนเวียนในเลือด |
| TIBC | ประมาณ 250–450 mcg/dL | ความสามารถในการจับและขนส่งเหล็ก |
| TSAT | ประมาณ 20–50% | สัดส่วน transferrin ที่มีเหล็กจับอยู่ |
หมายเหตุ: ตัวเลขเหล่านี้เป็นช่วงทั่วไปเพื่อช่วยให้เข้าใจผลตรวจ ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยตายตัว ให้ยึด reference range ของห้องปฏิบัติการ และแปลผลร่วมกับภาวะของผู้ป่วย
อ่าน Ferritin, Serum Iron, TIBC และ TSAT พร้อมกันอย่างไร
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของการตรวจ Iron studies เพราะรูปแบบของค่าหลายตัวช่วยบอกว่าสาเหตุของโลหิตจางน่าจะอยู่ในกลุ่มใด
| ภาวะ | Ferritin | Serum iron | TIBC | TSAT |
|---|---|---|---|---|
| ขาดธาตุเหล็ก | ↓ ต่ำ | ↓ ต่ำ | ↑ สูง | ↓ ต่ำ |
| Anemia of chronic disease / inflammation | ปกติหรือ ↑ สูง | ↓ ต่ำ | ปกติหรือ ↓ ต่ำ | ↓ ต่ำ |
| Iron-restricted erythropoiesis เช่นใน CKD | อาจปกติหรือ ↑ สูง | มักต่ำ | แปรผัน | ↓ ต่ำ |
| ภาวะเหล็กเกิน | มัก ↑ สูง | มัก ↑ สูง | ปกติหรือ ↓ | ↑ สูง |
ตารางนี้ใช้เพื่อให้เห็นแนวคิด ไม่ได้ใช้วินิจฉัยโรคจากตัวเลขเพียงชุดเดียว เพราะผู้ป่วยหนึ่งคนอาจมีหลายภาวะพร้อมกัน เช่น CKD ร่วมกับการขาดธาตุเหล็ก หรือการอักเสบร่วมกับการเสียเลือด
ตัวอย่างที่ 1: Hb ต่ำ + MCV ต่ำ + Ferritin ต่ำ
รูปแบบนี้สนับสนุน iron deficiency หรือภาวะขาดธาตุเหล็ก โดยเฉพาะเมื่อพบ
- Ferritin ต่ำ
- Serum iron ต่ำ
- TIBC สูง
- TSAT ต่ำ
แต่การวินิจฉัยยังไม่จบ คำถามสำคัญต่อไปคือ “ทำไมจึงขาดธาตุเหล็ก?”
ต้องพิจารณาสาเหตุ เช่น ประจำเดือนมาก เลือดออกจากทางเดินอาหาร รับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ การดูดซึมผิดปกติ การตั้งครรภ์ หรือการบริจาคเลือดบ่อย
ตัวอย่างที่ 2: Serum iron ต่ำ แต่ Ferritin ไม่ต่ำ
อย่ารีบสรุปว่าไม่ขาดธาตุเหล็ก และอย่าใช้ serum iron เพียงค่าเดียวในการวินิจฉัย
ถ้าพบ
- Serum iron ต่ำ
- TSAT ต่ำ
- Ferritin ปกติหรือสูง
- TIBC ต่ำหรือปกติ
ควรนึกถึง anemia of inflammation / chronic disease หรือภาวะที่เหล็กมีอยู่ในร่างกาย แต่ถูกนำมาใช้สร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่เพียงพอ
Ferritin สูงแปลว่าธาตุเหล็กเกินหรือไม่
ไม่เสมอไป
Ferritin สามารถสูงได้จาก
- การอักเสบ
- การติดเชื้อ
- โรคตับ
- โรคเรื้อรังบางชนิด
- มะเร็งบางชนิด
- ภาวะเหล็กเกิน
ดังนั้นเมื่อ ferritin สูง ควรดู TSAT, Serum iron และบริบททางคลินิก ร่วมด้วย
ตัวอย่างเช่น Ferritin สูงร่วมกับ TSAT สูง ทำให้นึกถึงภาวะเหล็กเกินมากกว่า Ferritin สูงแต่ TSAT ต่ำ ซึ่งอาจพบจากการอักเสบหรือ CKD
ผู้ป่วยโรคไตต้องอ่าน Ferritin และ TSAT ต่างจากคนทั่วไปหรือไม่
ต่างกันพอสมควร ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักมีการอักเสบร่วมด้วย ทำให้ ferritin สูงขึ้นได้ ดังนั้น ferritin ที่ดูเหมือนไม่ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าเหล็กพร้อมสำหรับการสร้างเม็ดเลือดเพียงพอเสมอไป
แนวทาง KDIGO 2026 ให้ความสำคัญกับการอ่าน Ferritin และ TSAT ร่วมกัน และแยกภาวะขาดเหล็กออกเป็นสองลักษณะสำคัญ
- Systemic iron deficiency — ทั้งเหล็กสะสมและเหล็กที่พร้อมใช้ลดลง จึงพบ ferritin ต่ำร่วมกับ TSAT ต่ำ
- Iron-restricted erythropoiesis — Ferritin อาจปกติหรือสูง แต่ TSAT ต่ำ เพราะเหล็กไม่สามารถถูกนำมาใช้สร้างเม็ดเลือดแดงได้เพียงพอ
Ferritin ต่ำแต่ Hb ยังปกติ เป็นไปได้หรือไม่
เป็นไปได้ ภาวะขาดธาตุเหล็กมักเกิดเป็นลำดับ โดยเหล็กที่สะสมในร่างกายลดลงก่อน ทำให้ ferritin ลดลง แต่ร่างกายอาจยังสามารถรักษาระดับ Hb ไว้ได้ในระยะแรก
เมื่อการขาดธาตุเหล็กรุนแรงขึ้น serum iron และ TSAT จะลดลง การสร้างฮีโมโกลบินลดลง จากนั้น Hb และ MCV จึงเริ่มลดลง
ดังนั้น ผู้ป่วยสามารถมี iron deficiency ได้ก่อนที่จะเกิด anemia
ถ้า Ferritin ต่ำ ต้องกินธาตุเหล็กเลยหรือไม่
Ferritin ต่ำสนับสนุนว่าร่างกายมีธาตุเหล็กสะสมต่ำ แต่การดูแลไม่ควรหยุดเพียงการให้ธาตุเหล็ก
สิ่งสำคัญกว่าคือ ต้องหาสาเหตุว่าทำไมร่างกายจึงขาดธาตุเหล็ก
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- ประจำเดือนออกมาก
- เลือดออกทางเดินอาหาร
- แผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้
- รับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ
- การดูดซึมผิดปกติ เช่น celiac disease
- หลังการผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้บางชนิด
- การตั้งครรภ์และช่วงที่ต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น
- บริจาคเลือดบ่อยหรือมีการเสียเลือดเรื้อรัง
โดยเฉพาะ ผู้ชายและผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ที่ตรวจพบ iron deficiency anemia โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ควรได้รับการประเมินหาการเสียเลือดจากทางเดินอาหารตามความเหมาะสม
สรุปการอ่าน Iron studies แบบง่าย
- Ferritin = เหล็กที่เก็บอยู่ในคลัง
- Serum iron = เหล็กที่กำลังหมุนเวียนอยู่ในเลือด
- TIBC = ความสามารถของเลือดในการจับและขนส่งเหล็ก
- TSAT = สัดส่วนความสามารถในการขนส่งที่มีเหล็กจับอยู่จริง
รูปแบบคลาสสิกของการขาดธาตุเหล็กคือ Ferritin ↓ + Serum iron ↓ + TIBC ↑ + TSAT ↓
ส่วนผู้ป่วยที่มีการอักเสบหรือโรคไตอาจพบ Serum iron ↓ + TSAT ↓ แต่ Ferritin ปกติหรือสูง จึงต้องใช้ผลหลายค่าร่วมกัน
จากผลตรวจนี้ควรอ่านเรื่องอะไรต่อ
- Hb ต่ำ →ภาวะโลหิตจางเกิดจากอะไร
- MCV ต่ำ → MCV ต่ำหมายถึงอะไร
- Ferritin ต่ำ → อ่านต่อเรื่อง Iron deficiency และ Iron deficiency anemia
- MCV ต่ำ แต่ Ferritin ไม่ต่ำ → อ่านต่อเรื่อง Thalassemia และ anemia of chronic disease
- Hb ต่ำ + eGFR ต่ำ →ภาวะโลหิตจางในโรคไตเรื้อรัง
คำถามที่พบบ่อย
Ferritin ต่ำหมายความว่าขาดธาตุเหล็กหรือไม่
Ferritin ต่ำสนับสนุนภาวะขาดธาตุเหล็กอย่างมาก แต่ต้องพิจารณาร่วมกับ Hb, MCV, Serum iron, TIBC และ TSAT รวมทั้งค้นหาสาเหตุที่ทำให้ขาดธาตุเหล็ก
Ferritin ปกติแปลว่าไม่ขาดธาตุเหล็กหรือไม่
ไม่เสมอไป เพราะ ferritin สามารถเพิ่มขึ้นจากการอักเสบ การติดเชื้อ โรคตับ และโรคเรื้อรังบางชนิด จึงอาจต้องดู TSAT และข้อมูลอื่นร่วมด้วย
Serum iron ต่ำแปลว่าขาดธาตุเหล็กหรือไม่
ไม่เสมอไป Serum iron ต่ำพบได้ทั้งในภาวะขาดธาตุเหล็ก และ anemia of inflammation/chronic disease จึงไม่ควรใช้ Serum iron เพียงค่าเดียววินิจฉัย
TIBC สูงหมายความว่าอะไร
TIBC สูงมักพบในภาวะขาดธาตุเหล็ก เพราะร่างกายสร้าง transferrin เพิ่มขึ้นเพื่อพยายามจับธาตุเหล็กที่มีอยู่น้อย
TSAT ต่ำกว่า 20% แปลว่าขาดธาตุเหล็กหรือไม่
TSAT ต่ำกว่า 20% บ่งว่าธาตุเหล็กที่พร้อมใช้สร้างเม็ดเลือดมีน้อย แต่ต้องอ่านร่วมกับ ferritin และบริบทของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มี CKD หรือการอักเสบ
Ferritin สูงแต่ TSAT ต่ำเกิดขึ้นได้หรือไม่
เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการอักเสบหรือโรคไตเรื้อรัง ซึ่งมีเหล็กสะสมอยู่แต่เหล็กถูกนำมาใช้สร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่เพียงพอ
เอกสารอ้างอิง
- Merck Manual Professional Edition. Iron Deficiency Anemia. Updated 2026.
- Merck Manual Professional Edition. Typical Normal Serum Values for Iron, Iron-Binding Capacity, Ferritin, and Transferrin Saturation.
- ARUP Consult. Iron Deficiency Anemia and Anemia of Chronic Disease/Inflammation Testing Algorithm. Updated 2024.
- American Gastroenterological Association. Gastrointestinal Evaluation of Iron Deficiency Anemia. Gastroenterology. 2020.
- KDIGO. 2026 Clinical Practice Guideline for the Management of Anemia in Chronic Kidney Disease. Kidney International. 2026.
📚 เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล (References)
- เอกสารอ้างอิงทางวิชาการข้อที่ 1
