siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

KFRE คืออะไร ประเมินความเสี่ยงฟอกไตใน 2 และ 5 ปีได้อย่างไร

เมื่อทราบว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคไตระยะที่ 3 ผู้ป่วยจำนวนมากมักถามว่า “ไตจะเสื่อมจนต้องฟอกเมื่อไร” หรือ “มีโอกาสต้องฟอกไตมากน้อยเพียงใด” ค่า eGFR เพียงค่าเดียวไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ทั้งหมด

ผู้ป่วยสองคนอาจมีค่า eGFR อยู่ในระยะเดียวกัน แต่มีความเสี่ยงเกิดไตวายในอนาคตแตกต่างกันมาก เพราะความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับอายุ เพศ ปริมาณอัลบูมินที่รั่วออกมาในปัสสาวะ สาเหตุของโรคไต แนวโน้มการลดลงของ eGFR และโรคร่วมอื่น ๆ

แนวทาง KDIGO 2024 แนะนำให้ใช้สมการประเมินความเสี่ยง ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ G3–G5 เพื่อช่วยประมาณความเสี่ยงไตวายเป็นรายบุคคล และใช้ประกอบการวางแผนติดตาม การส่งต่อ และการเตรียมการรักษาล่วงหน้า ไม่ควรประเมินจากคำว่า “ไตระยะที่ 3” เพียงอย่างเดียว [1]

แพทย์อธิบายการประเมินความเสี่ยงไตวายด้วย KFRE จากอายุ เพศ eGFR และ UACR
KFRE ช่วยประมาณความเสี่ยงไตวายใน 2 และ 5 ปี เพื่อใช้ประกอบการวางแผนดูแลผู้ป่วย CKD ระยะ G3–G5

KFRE คืออะไร

KFRE ย่อมาจาก Kidney Failure Risk Equation เป็นสมการที่ใช้ประมาณโอกาสที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จะเข้าสู่ภาวะไตวายซึ่งต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือด การล้างไตทางหน้าท้อง หรือการปลูกถ่ายไต ภายในระยะเวลา 2 ปีหรือ 5 ปี [2]

สมการนี้พัฒนาขึ้นจากผู้ป่วย CKD ระยะที่ 3–5 และได้รับการตรวจสอบในประชากรมากกว่า 700,000 คน จาก 31 กลุ่มประชากรในกว่า 30 ประเทศ ต่อมายังได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมในประชากรหลายภูมิภาค รวมถึงสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [3] [4]

KFRE เหมาะกับใคร

โดยทั่วไป KFRE ใช้ในผู้ใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคไตเรื้อรังระยะ G3a, G3b, G4 หรือ G5 และยังไม่ได้รับการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต

  • G3a: eGFR 45–59 mL/min/1.73 m2
  • G3b: eGFR 30–44 mL/min/1.73 m2
  • G4: eGFR 15–29 mL/min/1.73 m2
  • G5: eGFR ต่ำกว่า 15 mL/min/1.73 m2 และยังไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไต

สมการที่พัฒนาสำหรับผู้ป่วย G3–G5 อาจไม่แม่นยำเมื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยระยะ G1–G2 จึงไม่ควรนำ KFRE ไปคำนวณในคนที่มี eGFR ตั้งแต่ 60 ขึ้นไป โดยไม่มีการประเมินอย่างเหมาะสม [1]

KFRE ใช้ข้อมูลอะไรบ้าง

KFRE แบบ 4 ตัวแปรเป็นรูปแบบที่ใช้ได้ง่ายในทางคลินิก โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานเพียง 4 รายการ ได้แก่

  1. อายุ เนื่องจากอายุมีความสัมพันธ์กับโอกาสเกิดไตวาย และผลลัพธ์สุขภาพด้านอื่น
  2. เพศที่ใช้ในสมการ ซึ่งเป็นตัวแปรจากประชากรที่ใช้พัฒนาแบบจำลอง
  3. ค่า eGFR เพื่อบอกระดับการทำงานของไตในขณะประเมิน
  4. ค่า UACR หรืออัตราส่วนอัลบูมินต่อครีอะตินีนในปัสสาวะ เพื่อบอกระดับความเสียหายและการรั่วของอัลบูมิน จากหน่วยกรองไต

หากไม่มีผลตรวจ UACR จะยังไม่สามารถคำนวณ KFRE แบบ 4 ตัวแปรได้อย่างครบถ้วน การตรวจปัสสาวะด้วยแถบตรวจทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนค่า UACR ได้โดยตรง

ผล KFRE แปลว่าอะไร

ผลการคำนวณจะแสดงเป็นร้อยละของโอกาสเกิดไตวาย ที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตภายในช่วงเวลาที่กำหนด ตัวอย่างเช่น

ความเสี่ยงไตวายใน 5 ปีเท่ากับ 8% หมายความว่า ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีลักษณะใกล้เคียงกันประมาณ 100 คน อาจมีประมาณ 8 คนที่เข้าสู่ภาวะไตวาย และได้รับการบำบัดทดแทนไตภายใน 5 ปี

ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยรายนั้นจะต้องฟอกไตภายใน 5 ปีอย่างแน่นอน และไม่ได้หมายความว่าไตจะหยุดทำงานในวันที่ครบ 5 ปี

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อ eGFR หรือ UACR เปลี่ยนไป การควบคุมความดัน เบาหวาน การใช้ยาปกป้องไตตามข้อบ่งใช้ การลดโซเดียม การหยุดสูบบุหรี่ และการหลีกเลี่ยงยาที่เป็นอันตรายต่อไต อาจช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตได้

ระดับความเสี่ยงที่ใช้ประกอบการวางแผนรักษา

KDIGO 2024 เสนอระดับความเสี่ยงที่สามารถใช้ช่วยกำหนด ช่วงเวลาของการส่งต่อ การดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ และการเตรียมการบำบัดทดแทนไต แต่ต้องพิจารณาร่วมกับ eGFR, UACR, สาเหตุของโรคไต ความเร็วในการลดลงของ eGFR อาการ โรคร่วม และบริบทของผู้ป่วยแต่ละราย [1]

การนำผล KFRE ไปใช้ประกอบการดูแลตามแนวทาง KDIGO 2024
ระดับความเสี่ยง การนำไปใช้ประกอบการดูแล สิ่งที่ผู้ป่วยควรเข้าใจ
ความเสี่ยงไตวายใน 5 ปี ประมาณ 3–5% ใช้ประกอบการพิจารณาส่งพบอายุรแพทย์โรคไต ร่วมกับข้อบ่งชี้ทางคลินิกอื่น ไม่ใช่เกณฑ์ส่งต่อแบบตายตัว และความเสี่ยงต่ำกว่านี้ก็อาจต้องส่งต่อได้ หากมีสาเหตุหรืออาการที่น่ากังวล
ความเสี่ยงไตวายใน 2 ปี มากกว่า 10% ใช้ประกอบการเริ่มดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์โรคไต นักกำหนดอาหาร เภสัชกร และพยาบาล เป็นช่วงที่ควรวางแผนควบคุมปัจจัยเสี่ยง และติดตามอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ความเสี่ยงไตวายใน 2 ปี มากกว่า 40% ใช้ประกอบการให้ความรู้เรื่องทางเลือกการบำบัดทดแทนไต การเตรียมเส้นเลือด การประเมินปลูกถ่ายไต และการวางแผนรักษาล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่าต้องเริ่มฟอกไตทันที การเริ่มบำบัดทดแทนไตยังต้องพิจารณาอาการ ภาวะแทรกซ้อน ผลตรวจ และความต้องการของผู้ป่วย

KFRE ไม่ใช่เกณฑ์ส่งต่อเพียงอย่างเดียว

แม้ความเสี่ยงไตวายใน 5 ปีประมาณ 3–5% จะช่วยประกอบการพิจารณาส่งต่อ แต่อาจจำเป็นต้องส่งพบอายุรแพทย์โรคไตก่อนถึงระดับดังกล่าว หากพบข้อบ่งชี้สำคัญ เช่น

  • ไม่ทราบสาเหตุของโรคไต หรือสงสัยโรคไตที่ต้องตรวจเฉพาะทาง
  • eGFR ลดลงรวดเร็วหรือเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่คาด
  • มีอัลบูมินหรือโปรตีนรั่วในปัสสาวะระดับสูง
  • มีเลือดในปัสสาวะร่วมกับความผิดปกติอื่น
  • ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยากแม้ใช้ยาหลายชนิด
  • โพแทสเซียมผิดปกติซ้ำหรือควบคุมได้ยาก
  • สงสัยหลอดเลือดไตตีบ นิ่วอุดกั้น หรือโรคไตถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • มีภาวะแทรกซ้อนของ CKD ที่รักษาได้ยาก

ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเปราะบาง อาจมีโรคร่วมและความเสี่ยงจากสาเหตุอื่น ซึ่งต้องนำมาพิจารณาร่วมกับผล KFRE เพื่อเลือกแผนการดูแลที่สอดคล้องกับเป้าหมายของผู้ป่วย

ข้อจำกัดของ KFRE ที่ควรรู้

  • KFRE เป็นค่าประมาณจากข้อมูลของประชากร ไม่ใช่คำทำนายอนาคตของบุคคลอย่างแน่นอน
  • ผลคำนวณขึ้นอยู่กับความถูกต้องและช่วงเวลาของค่า eGFR และ UACR
  • ภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อ การใช้ยา หรือไตบาดเจ็บเฉียบพลัน อาจทำให้ eGFR เปลี่ยนชั่วคราวและทำให้การประเมินคลาดเคลื่อน
  • ความแม่นยำอาจแตกต่างกันระหว่างประเทศ ระบบบริการ และกลุ่มประชากร บางพื้นที่อาจต้องปรับเทียบสมการให้เหมาะกับประชากร
  • KFRE ประเมินความเสี่ยงของไตวาย ที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต แต่ไม่ได้ประเมินอาการ คุณภาพชีวิต หรือความเสี่ยงเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นทั้งหมด
  • ไม่ควรใช้ผลคำนวณเพียงอย่างเดียว เพื่อตัดสินใจเริ่มฟอกไต เตรียมเส้นเลือด หรือปรับยา

ผู้ป่วยโรคไตระยะ G1–G2 ประเมินความเสี่ยงอย่างไร

KFRE ซึ่งพัฒนาสำหรับผู้ป่วย G3–G5 อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มี eGFR ตั้งแต่ 60 ขึ้นไป ในระยะ G1–G2 แพทย์จะให้ความสำคัญกับสาเหตุของโรคไต ค่า UACR แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของ eGFR เบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ และปัจจัยเสี่ยงอื่น

แนวทาง KDIGO ระบุว่าสามารถพิจารณาใช้แบบจำลอง ที่ผ่านการตรวจสอบ ซึ่งออกแบบมาสำหรับทำนาย การลดลงของ eGFR อย่างมีนัยสำคัญ แต่ผลประเมินเป็นเพียงข้อมูลช่วยกำหนดความถี่ในการติดตาม และความเข้มข้นของการดูแล ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ให้เริ่มยาโดยอัตโนมัติ [1]

ความเสี่ยงไตวายและความเสี่ยงโรคหัวใจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ผู้ป่วย CKD มีความเสี่ยงโรคหัวใจ หัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น แต่ KFRE ออกแบบมาเพื่อประเมินความเสี่ยงไตวาย ไม่ได้ใช้แทนการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

แพทย์จึงยังต้องประเมินอายุ ความดันโลหิต ไขมัน เบาหวาน การสูบบุหรี่ ประวัติโรคหัวใจ eGFR และ UACR ร่วมด้วย เครื่องมืออย่าง PREVENT มีการนำการทำงานของไต เข้ามาร่วมในแบบจำลอง และสามารถเพิ่ม UACR เป็นข้อมูลเสริมได้เมื่อมีผลตรวจ อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาความเหมาะสมของเครื่องมือ กับประชากรและแนวทางที่ใช้ในประเทศไทย [6]

หากต้องการประเมิน KFRE ควรทำอะไรต่อ

  1. ตรวจสอบว่าได้รับการยืนยันว่าเป็น CKD ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนแล้วหรือไม่
  2. นำผลตรวจ eGFR ล่าสุดและผลเดิม ไปให้แพทย์ดูแนวโน้ม
  3. ตรวจ UACR หากยังไม่เคยตรวจ หรือผลเดิมไม่เป็นปัจจุบัน
  4. ให้แพทย์ประเมินว่า KFRE เหมาะกับระยะโรคไตและภาวะของผู้ป่วยหรือไม่
  5. แปลผลร่วมกับสาเหตุของโรคไต อัตราการลดลงของ eGFR อาการ และโรคร่วม
  6. ร่วมกันกำหนดแผนติดตาม การรักษา และการส่งต่อที่เหมาะสม

ควรใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงชนิดใด

เลือกเครื่องมือประเมินความเสี่ยงโรคไตให้ตรงกับกลุ่มผู้ใช้
กลุ่มผู้ใช้ เครื่องมือ ผลที่ประเมิน
ประชาชนหรือผู้มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งยังไม่ได้เป็น CKD ระยะ G3–G5 Thai CKD Risk Score ประเมินความเสี่ยงที่การทำงานของไตจะลดลง ในช่วง 10 ปีข้างหน้า [5]
ผู้ป่วย CKD ระยะ G3a–G5 ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไต KFRE แบบ 4 ตัวแปร ประเมินความเสี่ยงเกิดไตวายที่ต้องฟอกไต หรือปลูกถ่ายไตภายใน 2 และ 5 ปี

เครื่องคำนวณสำหรับผู้ป่วย CKD ระยะ G3a–G5

KFRE แบบ 4 ตัวแปรใช้ข้อมูลอายุ เพศ ค่า eGFR และค่า UACR เพื่อประมาณความเสี่ยงเกิดไตวายที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ภายใน 2 และ 5 ปี

เปิดเครื่องคำนวณ KFRE แบบ 4 ตัวแปรจาก MedCentral

เครื่องมือสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็น CKD ระยะ G3–G5

เปิดเครื่องมือ Thai CKD Risk Score คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

สรุป

การบอกว่าเป็น “โรคไตระยะที่ 3” ยังไม่เพียงพอที่จะตอบว่าโรคจะดำเนินเร็วเพียงใด KFRE ช่วยนำอายุ เพศ eGFR และ UACR มาประเมินร่วมกัน เพื่อประมาณความเสี่ยงเกิดไตวายภายใน 2 และ 5 ปี

ผล KFRE ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยวางแผนได้เร็วขึ้น ตั้งแต่การติดตาม การส่งพบอายุรแพทย์โรคไต การดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ไปจนถึงการเตรียมทางเลือกการบำบัดทดแทนไต แต่ต้องใช้ร่วมกับข้อมูลทางคลินิกและความต้องการของผู้ป่วย ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเพียงค่าเดียวตัดสินอนาคต

เอกสารอ้างอิง

  1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International. 2024;105(4S):S117–S314. อ่านแนวทาง KDIGO 2024
  2. Tangri N, Stevens LA, Griffith J, et al. A Predictive Model for Progression of Chronic Kidney Disease to Kidney Failure. JAMA. 2011;305(15):1553–1559. PubMed
  3. Tangri N, Grams ME, Levey AS, et al. Multinational Assessment of Accuracy of Equations for Predicting Risk of Kidney Failure: A Meta-analysis. JAMA. 2016;315(2):164–174. PubMed
  4. Wang Y, Nguyen FNHL, Allen JC, et al. Validation of the Kidney Failure Risk Equation for End-stage Kidney Disease in Southeast Asia. BMC Nephrology. 2019;20:451. PubMed
  5. Saranburut K, Vathesatogkit P, Thongmung N, et al. Risk Scores to Predict Decreased Glomerular Filtration Rate at 10 Years in an Asian General Population. BMC Nephrology. 2017;18:240. PubMed
  6. Khan SS, Matsushita K, Sang Y, et al. Development and Validation of the American Heart Association's PREVENT Equations. Circulation. 2024;149(6):430–449. PubMed

⚠️ คำเตือนทางการแพทย์ (Medical Disclaimer): บทความและข้อมูลสุขภาพบนเว็บไซต์นี้ จัดทำขึ้นโดยอายุรแพทย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษา การตรวจวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ภาวะโรคและความเจ็บป่วยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากท่านมีความกังวลหรือมีอาการผิดปกติ โปรดพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัย

เขียนและตรวจทบทวนโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 10492 ทบทวนเนื้อหาล่าสุด: