
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
เมื่อผู้ป่วยกินยาแล้วแต่น้ำตาลยังสูง
แพทย์จะไม่ได้ดูแค่ “ยา” อย่างเดียว
แต่จะประเมิน 5 ปัจจัยหลัก ต่อไปนี้
การติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น
แผลเรื้อรัง
การติดเชื้อทางเดินหายใจ
สามารถทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นได้ แม้จะกินยาอยู่ก็ตาม
📌 เหตุผลคือ
การติดเชื้อทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (เช่น cortisol, adrenaline)
ซึ่งไปต้านฤทธิ์อินซูลินโดยตรง
👉 ดังนั้น แพทย์จึงมักค้นหาการติดเชื้อแฝงเสมอ เมื่อควบคุมน้ำตาลไม่ได้

แม้ไม่มีการติดเชื้อชัดเจน
แต่ภาวะอักเสบเรื้อรัง เช่น
ไขมันสะสมในช่องท้อง
สามารถทำให้ ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน
ส่งผลให้ยาที่ใช้ได้ผลน้อยลง
📌 นี่คือเหตุผลที่บางคนกินยาครบ แต่ค่าน้ำตาลไม่ลง
นี่คือหัวใจสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2
แม้ร่างกายจะมีอินซูลิน
แต่เซลล์ไม่ตอบสนอง → น้ำตาลเข้าเซลล์ไม่ได้ → ค่าน้ำตาลในเลือดสูง
ปัจจัยที่ทำให้ดื้ออินซูลิน ได้แก่:
น้ำหนักเกิน / อ้วนลงพุง
ขาดการออกกำลังกาย
นอนน้อย
ผู้ป่วยบางราย:
กินยาไม่สม่ำเสมอ
กินผิดเวลา
ได้ยาที่ไม่เหมาะกับสภาพร่างกายปัจจุบัน
จำเป็นต้องปรับขนาดหรือเปลี่ยนชนิดยา
📌 การเปลี่ยนแปลงยาควรทำโดยแพทย์เสมอ ไม่ควรปรับเอง
แม้กินยาดีแค่ไหน หากยังมีปัจจัยเหล่านี้:
ดื่มน้ำหวาน น้ำผลไม้
กินมื้อใหญ่ตอนเย็น
นั่งนาน ไม่ค่อยขยับตัว
ระดับน้ำตาลก็ยังคุมได้ยาก
การควบคุมเบาหวานไม่ใช่เรื่องของยาเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นผลรวมของ “ยา + พฤติกรรม + การดูแลร่างกายโดยรวม”
หากควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ควรประเมินทั้งเรื่องการติดเชื้อ การอักเสบ ภาวะดื้ออินซูลิน อาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาอย่างรอบด้าน
| ช่วงเวลาที่ตรวจ | ค่าที่เหมาะสม (mg/dL) | สำหรับผู้ป่วยที่คุมได้ยาก |
| ก่อนอาหารเช้า (Fasting) | 70 – 130 | ไม่ควรเกิน 140 |
| หลังอาหาร 2 ชม. | น้อยกว่า 180 | ไม่ควรเกิน 200 |
| ก่อนนอน | 100 – 140 | 110 - 150 |
หากค่าสูงกว่านี้เป็นประจำ แสดงว่าการควบคุมยังไม่ดี
| ค่า HbA1c (%) | การประเมินผล | ความหมายและความเสี่ยง |
| น้อยกว่า 7.0% | ✅ ควบคุมได้ดี | เป็นค่าเป้าหมายหลัก ช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้ดีที่สุด |
| 7.0% - 8.0% | ⚠️ พอใช้ | เริ่มมีความเสี่ยง ควรประเมินเรื่องอาหารและการออกกำลังกายใหม่ |
| มากกว่า 8.0% | ❌ ควบคุมไม่ดี | ความเสี่ยงต่อโรคไตและจอประสาทตาสูงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยา |
| มากกว่า 9.0% | 🚨 อันตราย | ควบคุมไม่ได้ เสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉินและโรคแทรกซ้อนรุนแรง |
📌 ค่า HbA1c สะท้อน “ค่าเฉลี่ยน้ำตาลย้อนหลัง 2–3 เดือน”
จึงถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดในการประเมินการควบคุมโรค
โดยหลักการทางการแพทย์:
🔸 หาก HbA1c > 7% ต่อเนื่องเกิน 3–6 เดือน
→ ถือว่า ควบคุมเบาหวานไม่ได้ (poor glycemic control)
และถ้า:
HbA1c > 8–9% ต่อเนื่องหลายเดือน
หรือมีภาวะแทรกซ้อนเริ่มเกิดขึ้น
จะถือว่าเป็น กลุ่มเสี่ยงสูง ที่ต้องปรับแผนการรักษาอย่างจริงจัง