| |
|
|---|
การแก้ไขรอยย่น แผลเป็นบนใบหน้าสามารถกระทำได้หลายวิธี เช่นการขัดผิว Microdermabation การใช้Laser ในการขัดผิว หรือการใช้สารฉีดเข้าใต้ผิวหนังซึ่งนิยมใช้กันคือ Botox Collagen Fat ไขมันนี้ได้จากตัวของผู้ป่วยเองดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องแพ้ และสามารถฉีดได้เป็นปริมาณมากทำให้การแก้ไขความผิดปกติได้ค่อนข้างดี หากต้องการฉีดเป็นปริมาณมาก(มากกว่า 10 มม.)
ข้อเสียของการฉีดไขมันคือไขมันจะถูกดูดซึมได้ค่อนข้างเร็วโดยประมาณใช้เวลา 6 เดือน และอาจจะต้องฉีดซ้ำอีกครั้ง
วิธีการฉีด
การฉีดจะต้องทำสองขั้นตอนคือการเตรียมไขมันที่จะฉีดทำได้โดยการดูดไขมันส่วนเกิน อาจจะที่หน้าท้อง แขน หรือสะโพก แล้วนำไขมันนั้นไปปั่นให้ตกตระกอน เก็บเฉพาะไขมัน ขั้นตอนที่สองนัดผู้ป่วยมาฉีด แล้วจึงนำไปฉีดส่วนที่ต้องการ เช่นเสริมแก้ม ริมฝีปาก คาง สำหรับใบหน้าอาจจะต้องใช้ปริมาณ 50-100 ซีซี ระยะเวลาในการฉีดประมาณ 15-60 นาที จะมีอาการบวมและแดงบริเวณที่ฉีด 48 ชั่วโมง แต่บางคนอาจจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะยุบบวม
หากฉีดบริเวณริมฝีปากจะมีอาการเจ็บกว่าบริเวณแก้มหรือรอบขอบตา
ข้อบ่งชี้ได้แก่
- ผู้ที่มีรอยแผลเป็นหรือรอยย่นบนใบหน้า
- สุขภาพดี
- อารมณ์ไม่แปรปรวน
- ต้องการปรับปรุงตนเอง
- ไม่ตั้งความคาดหวังสูงเกินไป
- ทราบว่ามีทางเลือกอื่น
ร่องแก้มก่อนฉีด |
ร่องแก้มหลังฉีด |
ริมฝีปากก่อนฉีด |
ริมฝีปากหลังฉีด |
ข้อดีของการใช้ไขมันในการฉีด
- ใช้ไขมันจากตัวเองจึงไม่เกิดอาการแพ้ และไม่ต้องทดสอบผิวหนังก่อนฉีด
- ทำไม่ลำบากสามารถทำที่ผู้ป่วยนอก และกลับบ้านได้
- ผลการรักษาอยู่ได้นานหลายเดือน
- หากแพ้ collagen ก็ใช้ไขมันแทนได้
- เจ็บไม่มาก
โรคแทรกซ้อน
- ที่สำคัญคือการติดเชื้อ
|