1 | 2 | 3 | 4
Botox
| ข้อแนะนำสำหรับผู้คิดจะฉีด |
-
ให้แนะนำว่าคนที่จะฉีด botox ให้ท่านเป็นแพทย์
-
แพทย์ต้องผ่านการอบรบแผนกนี้โดยเฉพาะ
-
ต้องถามถึงผลดี ผลเสีย และความเสี่ยง
-
หลีกเลี่ยงสุรา และให้อยู่ในท่ายืนหลังจากฉีดยาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
-
ต้องมั่นใจว่าระหว่างฉีดยาต้องทำอย่างปราศจากเชื้อ
|
สาร Botox เป็นสารที่ได้จากการผลิตของเชื้อกลุ่มเดียวกับเชื้อบาดทะยัก
เป็นเชื้อที่ไม่ต้องการออกซิเจน เชื้อที่ผลิตสารนี้เรียก Clostidium Botulinum สารพิษที่ผลิตออกมามีสองชนิดได้แก่ Botulinum toxin A และ Botulinum toxin B สารพิษทั้งสองเป็นชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ
สารพิษทั้งสองชนิดออกฤทธิ์โดยการป้องกันกระแสไฟฟ้าจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ
ผลก็คือกล้ามเนื้อจะมีการผ่อนคลาย relax ทางการแพทย์ได้นำ Botulinum toxin A มาใช้ในการรักษา ตาแข คนที่กระพริบตาบ่อย
กล้ามเนื้อคอมีการเกร็งมากเกินไป
การใช้ Botox ในการรักษา
การรักษาโดยการใช้ Botox ทำได้ง่าย โดยการฉีด toxin นี้ปริมาณเล็กน้อยไปยังกล้ามเนื้อที่เป็นปัญหาเพื่อให้กล้ามเนื้อนั้นคลายตัว
หลังฉีดก็กลับบ้านได้ หลังจากฉีดยา 3-7 วันจึงจะเห็นผล และจะอยู่ได้นาน 3-4
เดือนทำให้ต้องฉีดซ้ำ
เมื่อฉีดซ้ำไปเรื่อยๆกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวจะฝ่อลงทำให้ไม่ต้องฉีดบ่อย
บริเวณที่ฉีดยา
การฉีด toxin สามารถฉีดกล้ามเนื้อที่เป็นปัญหาเช่น
กล้ามเนื้อหางตา หรือตีนกา
|
 |
กล้ามเนื้อระหว่างหัวคิ้ว
|
 |
รอยย่นบริเวณหน้าผาก
|
 |
รอยย่นที่คอ
|
|
สำหรับรอยย่นรอบมุมปากไม่ควรจะฉีดเนื่องจากจะสูเสียหน้าในการเคี้ยวอาการ
นอกจากนั้นยังนำสารนี้มาฉีดบริเวณที่มีเหงื่อมากเพื่อทำให้ต่อมเหงื่อไม่ทำงาน
ผลข้างเคียงของการฉีด
ผลข้างเคียงมีน้อยจะมีอาการปวดบริเวณที่ฉีด อาจจะมีอาการปวดศีรษะแต่ไม่มาก
อาจจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อข้างเคียง เช่นหนังตาตก สำหรับท่านที่ฉีดโดยผู้ที่ไม่ชำนาญ
หรือฉีดมากเกินไปท่านจะไม่สามารถแสดงอารมณ์ออกทางใบหน้าได้เนื่องจากกล้ามเนื้อบนใบหน้าจะอ่อนแรง
การฉีด toxin botox ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐสำหรับการรักษารอยย่นระหว่างหัวคิ้ว
หน้าผาก
ผู้ที่ไม่สมควรได้รับการฉีด botox
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
- ผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับเนื้อและระบบประสาท เช่น myastenia gravis ,multiple sclerosis
- ผู้ป่วยที่ได้รับยาดังต่อไปนี้คือ aminoglycoside
,penicillamine,calcium chanel blocker
|