1| 2 | 3 | 4
เมื่อเราอายุมากขึ้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังอันเนื่องจาก
แรงโน้มถ่วงของโรค แสงแดด จากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่นการเคี้ยว
การยิ้ม ทำให้เกิดรอยย่นขึ้นบนใบหน้า ความผิดปกติที่เกิดบางคนก็ยอมรับไม่ได้
บางคนก็เป็นมากและอยู่ในตำแหน่งซึ่งเห็นได้ง่ายหากเป็นสมัยก่อนก็ไม่มีแนวทางที่จะแก้ไข แต่หลายปีมีการพัฒนาวิธีการรักษารอยย่นหรือตีนกา แผลเป็นจากสิว
ออกมามากมายและได้ผลค่อนข้างดีหลักการรักษาแผลเป็นหรือรอยย่นมีทางเลือกดังนี้
- ผ่าตัดเอารอยแผลเป็นออก
- ฉีดสารบางอย่างเข้าใต้ผิวหนังที่เป็นแผลเป็น
- การขัดผิว
หากคุณเลือกวิธีการใช้สารที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบทความนี้ก็จะเป็นแนวทาง ให้คุณไว้พิจารณาเลือกวิธีการรักษา ประโยชน์จากการใช้วิธีฉีด
ก่อนฉีด |
หลังฉีด |
- สามารถแก้ไขรอยย่นที่ผิวหนัง
- ทำให้ดูหนุ่มสาวขึ้น
- สามารถแก้ไขรอยย่นที่เกิดจากการใช้งานมากเช่นรอยย่นรอบมุมปากและขอบตา
หรือรอยย่นเกิดจากแรงโน้มถ่วงเช่น รอยย่นที่คอ
สารที่จะใช้ฉีดมีอะไรบ้าง
- สารธรรมชาติ ได้แก่สารที่เตรียมจากสัตว์ คน หรือทางทางพันธุวิศวกรรม เช่น Zyderm/Zyplast, Resoplast, Dermalogen, Autologen,
Isolagen, AlloDerm, human placental collagen, recombinant human collagen (future),
Hylaform gel, Restylane
- สารซึ่งสังเคราะห์เช่นSilicone (illegal in US),
Artecoll, Gore-Tex, SoftForm, Endoplast-50, Profill
สารที่นิยมฉีดกันได้แก่
- Collagen เป็นสารที่นิยมฉีดมากที่สุด
ผู้ป่วยสามารถใช้ collagen จากตัวเองซึ่งไม่เกิดอาการแพ้ หรือจะใช้ collagen จากคนอื่นหรือที่เตรียมจากสัตว์แต่ก็จะเกิดอาหารแพ้เพิ่มขึ้น
การฉีดสารนี้ไม่ต้องการผ่าตัด หลังฉีดสามารถไปทำงานได้ตามปกติ
- Botox เป็นสารพิษซึ่งได้จากเชื้อโรค
สารนี้จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงจึงไม่เกิดรอยย่น ตำแหน่งที่นิยมฉีดได้แก่
รอยย่นหน้าผาก ตีนกาข้างตา แต่อาจจะฉีดที่ปาก คางหรือคอ
- Fat เป็นไขมันที่ได้จากตัวผู้ป่วย
มักจะไม่เกิดอาการแพ้ แต่หลังฉีดอยู่ได้ไม่นาน
- Silicone ไม่ค่อยนิยมฉีดเพราะจะทำให้ผิวหนังเป็นตุ่มๆ
วิธีการฉีด
ส่วนใหญ่จะฉีดสารไปชั้นไขมันใต้ผิวหนัง subcutaneous
tissue สารที่จะฉีดและยาชาจะเตรียมสำเร็จในหลอดฉีดยา
แพทย์จะฉีดสารดังกล่าวตามแนวของรอยย่น หรือฉีดเข้าใต้แผลหรือรอยบุ๋ม
ทำให้รอยตีนกา หรือรอยย่นหายไป ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ผลของการฉีด
สามารถฉีดที่ผู้ป่วยนอก หลังฉีดก็สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ
นอกเสียจากว่าต้องฉีดเป็นบริเวณกว้าง เช่นแก้มก็อาจจะต้องให้ยานอนหลับ
สารบางตัวอาจจะไม่ต้องให้ยาชา บางฉีดอาจจะเกิดอาการเจ็บเล็กน้อย บริเวณแก้ม
คาง และรอบตาจะเจ็บน้อยกว่าบริเวณริมฝีปาก
หลังฉีดยา 24 ชมจะมีอาการบวม และคันเล็กน้อยตรงตำแหน่งที่ฉีดยาซึ่งจะหายไปใน
2-3 วัน
หลังฉีดยา 2-3 วันไม่ควรไปกระกระแทกบริเวณที่ฉีด ไม่ควรจะดื่มสุรา
ไม่ควรออกกำลังกายหนัก
|