โรควัวบ้า
โรควัวบ้าป็นโรคที่เกิดกับระบบประสาทของวัว เมื่อคนได้รับเชื้อวัวบ้าก็จะติดโรควัวบ้า
Creutzfeldt-Jakob
Disease โรควัวบ้า
โรควัวบ้าBovine
Spongiform Encephalopathy (BSE) เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับระบบประสาทของวัว
เกิดจากสารโปรตีนตัวหนึ่งที่เรียกว่า
prion
โดยเกิดการระบาดในประเทศอังกฤษเมื่อปี
1986
พบวัวเสียชีวิตจากโรคนี้จำนวน
168000 ตัว เกิดจากวัวเหล่านี้ได้รับเนื้อและกระดูกป่นจากแพะที่ตายจากโรค
scrapie-containing sheep
ซึ่งมีสาร prion

โมเลกุลของprion |
สำหรับในคนพบว่ามีโรคที่ลักษณะคล้าย
BSE คือโรค
Creutzfeldt-Jakob
disease (CJD) หรือสมองฝ่อพบได้ไม่บ่อย
แต่เป็นแล้วเสียชีวิตทุกราย
เป็นโรคที่สมองฝ่อมักเป็นตอนอายุ
50-70 ปีและผู้ป่วยส่วนใหญ่เสียชีวิตในหนึ่งปี
อาการจะเริ่มด้วยความจำเสื่อม
พฤติกรรมเปลี่ยนไป
เครียด มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น
เมื่อโรคดำเนินต่อผู้ป่วยจะมีอาการอาการสับสน
ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว
ตาบอด
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
โคม่า
และเสียชีวิตในที่สุดพบประมาณ
1/1000000 คน
พบโรควัวบ้าในคนบ้างหรือไม่
ในประเทศอังกฤษพบโรค
new variant CJD ประมาณ 10
คนซึ่งต่างจาก
CJD
คือเกิดในคนที่อายุน้อยกว่า(อายุเฉลี่ย
28 ปี)จะมีอาการทางจิตใจ
เช่นสับสน
นอนไม่หลับ บุคลิกเปลี่ยน
กลัวง่าย
ส่วนอาการทางระบบประสาทเช่นเดินเซ
ความจำเสื่อมหรือกระตุกของแขนขาพบระยะหลังของโรค
ระยะที่เป็นโรคประมาณ
9 เดือนจึงเสียชีวิต
ส่วนของสมองที่มีรูพรุนคือส่วนของ
basal ganglia cerebellum และ thalamus
นอกจากนี้ยังได้นำ
prion ของ โรค BSE และ
prion จากโรค nv CJD
มาวิเคราะห์พบว่าโครงสร้างเหมือนกันทำให้เชื่อว่าคนเป็นโรครับประทานสาร
prion
จากผลิตภัณฑ์ของวัว
CJD
ที่เกิดในคนสมองจะมีลักษณะเป็นรูพรุนหรือฟองน้ำ
ซึ่งลักษณะนี้พบได้ในโรควัวบ้าที่เกิดกับ
วัว
แกะและแพะ
โรควัวบ้าพบในประเทศไหนบ้าง
นอกจากอังกฤษแล้วยังพบโรควัวบ้าที่ประเทศ
ฝรั่งเศส
โปรตุเกส
สวิตเซอร์แลนด์
สาธารณรัฐไอร์แลนด์
โอมาน อิตาลี
เดนมาร์ก
แคนาดา
เยอรมัน
คนเป็นโรควัวบ้าได้กี่วิธี
จากระบาดวิทยาคนสามารถเป็นโรควัวบ้าได้
3 วิธี
- Sporadic
Creutzfeldt-Jakob Disease หมายถึงคนเป็นโรควัวบ้าโดยที่ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร
- Inherited
Creutzfeldt-Jakob Disease ผู้ป่วยมักจะมีประวัติครอบครัวโดยมีการกลายพันธ์ของพันธุกรรมพบในประเทศ
ชิลี
- Creutzfeldt-Jakob
Disease Through Infection แม้ว่าโรคนี้จะมีสาเหตุจาก
prion
แต่สมาชิกในครอบครัวก็ไม่ต้องกลัวเพราะไม่สามารถติดต่อโดยการสัมผัส
ผู้ป่วยส่วนหนึ่งได้รับเชื้อจากการผ่าตัดเปลี่ยนแก้วตา
การผ่าตัดใส่
dura mater การฉีดฮอร์โมนที่เตรียมจากสมอง
ที่ประเทศอังกฤษเริ่มพบโรควัวบ้าในวัวตั้งแต่ปี
1986
โดยวัวเหล่าไดรับอาหารโปรตีนจากซากแพะที่เป็นโรค
scrapie-infected sheep ปี 1990-1994
พบว่ามีอัตราการเพิ่มของโรควัวบ้าในอังกฤษ
2
เท่านอนจากนั้นยังพบผู้ป่วยโรควัวบ้า
10
คนที่มีอายุน้อยกว่า
42 ปี 5
คนมีความสัมพันธ์กับเนื้อวัว
จึงเชื่อว่าเกิดจากการรับประทานเนื้อวัวที่เป็นโรค
อาการเริ่มแรกจะสังเกตว่าคนใกล้ชิดง่วงนอน
เบื่ออาหาร
เมื่อยล้า ผู้ป่วยจะแยกตัวออกจากสังคม
ไม่สนใจตัวเอง
ต่อมามีความจำเสียเช่นจำชื่อญาติสนิทไม่ได้
จำเบอร์โทรไม่ได้
ต่อไปจะซึมเศร้า
และสับสนอารมณ์จะหวั่นไหว
ผู้ป่วยจะพูดลำบากมีอาการนอนไม่หลับ
ผู้ป่วยจะมีอาการจะบังคับกล้ามเนื้อให้ประสานกันลำบาก
มือสั่น
ทรงตัวไม่ได้
หกล้มบ่อย และการตัดสินใจผิดไปและมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น
ผู้ป่วยมักจะมีปัญหาเรื่องนอนหลับทั้งวันและมีการกระตุกของแขนขา
(myoclonus )ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม
และซึมเศร้า
ตลอดการเจ็บป่วยจะไม่มีไข้
ระยะท้ายของโรคขึ้นผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
มีการกระตุกของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า
myoclonus ตาบอด
ไม่สามารถพูด
coma นอนบนเตียง
ไม่สามารถกลืนอาหารและเสียชีวิตบางรายเสียชีวิตตั้งแต่เริ่มเกิดอาการจนเสียชีวิตใช้เวลา
ปีครึ่ง- สอง
ปี
โรคนี้มีปัญหาในการวินิจฉัยยังไม่การทดสอบใดที่สามารถจะวินิจฉัยโรคได้
เมื่อแพทย์สงสัยโรคนี้แพทย์จะตรวจหาโรคที่รักษาได้
เช่น
สมองอักเสบ
[encephalitis]
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
[meningitis]
แพทย์จะตรวจตามขั้นตอน
- ตรวจร่างกายโดยละเอียด
- เจาะไขสันหลังเพื่อนำน้ำไขสันหลังมาตรวจ
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง electroencephalogram
(EEG)
- ตรวจ
Computerized tomography ของสมอง
การวินิจฉัยมักได้หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตโดยการตัดชิ้นเนื้อสมองตรวจ
หรือตรวจสมองทั้งอันซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ
ภาพแสดงสมองที่เหมือนฟองน้ำเป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ

สมองคนที่เป็นโรค CJD |

สมองคนที่เป็นโรค Kuru |

สมองของวัวที่เป็นโรค BSE |

สมองของแพะที่เป็นโรค |
การรักษาโรควัวบ้า
ยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผล
การรักษาเป็นแค่บรรเทาอาการเท่านั้น
สาเหตุของโรควัวบ้า
ไม่ใช่ทั้งเชื้อไวรัส
หรือเชื้อแบคทีเรีย
เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเรียก
prion ไม่มี DNA หรือ RNA
ทำลายได้ยาก
โปรตีน prion
อาจจะได้รับจากสัตว์
หรืออาจจะเกิดกลายพันธ์
[mutation]ได้เอง
- Spongiform
Encephalopathy Advisory Committee (SEAC) ของประเทศอังกฤษแนะนำว่าน้ำนมไม่ทำให้ความเสี่ยงของโรค
BSE เพิ่มขึ้น
- การได้รับฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
pituitary-derived hormones เช่น
ฮอร์โมนที่ช่วยในการเติบโต
Pituitary-derived growth hormone
และฮอร์โมนที่ใช้ในคลินิกที่มีบุตรยาก
pituitary derived gonadotrophins
จะทำให้เกิดโรค
CJD เพิ่ม
- การผ่าตัดเปลี่ยนแก้วตาจากคนที่เป็นโรคทำให้คนที่ได้รับแก้วตาเป็นโรควัวบ้าได้
- จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าการให้เลือดจะเพิ่มอัตราของการเกิดโรค
nv CJD
ก็ตามแนะนำว่าไม่ควรรับบริจาคเลือดกับกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเช่น
ผู้ที่เคยได้รับ Pituitary-derived
growth hormone,pituitary derived gonadotrophins
การติดต่อ
CJD ไม่ใช่โรคติดต่อทางอากาศ
การสัมผัสปกติ
เช่นการจับมือ
ก็ไม่ติดต่อ
ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยก็ไม่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่าปกติ
แต่อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส
สมอง
หรือน้ำไขสันหลัง
ในยุโรปพบโรควัวบ้าในผู้ป่วยอายุน้อยเชื่อว่าเกิดจากการรับประทานเนื้อวัวที่มีเชื้อนี้อยู่
การป้องกันโรค
เนื่องจากเชื้อโรคนี้ไม่สามารถถูกทำลายโดยวิธีการต้ม
นึ่งหรือการใช้วิธีใดๆดังนั้นผู้ที่ทำงานกับผู้ป่วยต้องป้องกันดังนี้
- ล้างมือ
หรือผิวหนังส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยก่อนดื่มน้ำ
หรือสูบบุหรี่
- ปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ
- สวมถุงมือเมื่อต้องจับผู้ป่วย
- ให้ใช้เสื้อผ้า
หรือกระโถนที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งทำลาย
แต่ถ้าไม่มีให้แช่
chlorine
เข็มข้นมากกว่า
1 ชั่วโมง
- สวมผ้ากันจมูก
หรือแว่นตาเมื่อต้องตรวจพิเศษและอาจจะมีการกระเด็นของเลือดหรือน้ำเหลือง
- เครื่องมือให้แช่
chlorine
เข้มข้นและอบ autoclave
- ผู้ทีสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ห้ามบริจาคเลือดหรืออวัยวะ
อวัยวะส่วนไหนของวัวที่เป็นโรคหากรับประทานแล้วมีโอกาสติดเชื้อได้สูง
เอาสาร
prion
จากวัวที่เป็นโรคฉีดเข้าสมองหนูแล้วดูว่ามีการเป็นโรคสมองฝ่อหรือไม่ผลสรุปพบว่า
ส่วนสมอง
ไขสันหลังspinal cord
และจอประสาทตา
retina
จะทำให้เกิดการติดเชื้อในสมองหนู
อวัยวะส่วนอื่นยังไม่พบว่าหลังจากฉีดแล้วหนูไม่ติดเชื้อดังตารางข้างล่าง
| Blood |
- Buffy Coat
- Clotted
blood
- Foetal Calf blood
- Serum |
|
| Cerebrospinal fluid |
|
|
| Fat |
- Midrum |
|
| Gastro intestinal tract |
- Abomasum |
|
- Colon: |
distal
proximal |
- Oesophagus |
|
- Omasum |
|
- Small intestine: |
distal
proximal |
- Rectum |
|
- Reticulum |
|
- Rumen: |
Oesophageal
groove
Pillar |
| Heart |
|
|
| Kidney |
|
|
| Liver |
|
|
| Lung |
|
|
| Lymph nodes |
- Mesenteric |
|
| |
- Prefemoral |
|
- Retropharyngeal |
|
| Muscle |
- Musculus (M.) |
semitendinosus
M.diaghragma
M.longissimus
M.masseter |
| Nerves |
- Cauda equina |
|
- Peripheral nerves: |
N.sciaticus
(proximal)
N.splanchnic
N.tibialis |
| Pancreas |
|
|
| Reproductive |
FEMALE
- Milk
-
Ovary
- Placental Cotyledon
- Placental
fluids:
Amniotic
fluid
Allantoic fluid
-
Udder
- Uterine caruncle |
MALE
- Epididymis
-
Prostate
- Semen
- Seminal Vesicle
-
Testis |
| Skin |
|
|
| Spleen |
|
|
| Trachea |
|
|
| Tonsil |
|
|
|