หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

ปวดศีรษะ

อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะส่วนใหญ่ซื้อยาแก้ปวดรับประทานก็บรรเทาอาการปวด สาเหตุของปวดศีรษะส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรง

อาการปวดศีรษะแบ่งออกเป็นสองชนิดได้แก่

Primary headaches

เป็นอาการปวดศีรษะที่พบบ่อยที่สุด อาการปวดศีรษะเกิดจากความผิดปกติของสมองที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ ได้แก่

อาการปวดศีรษะ Tension-type headaches

หรือที่เรียกว่าปวดศีรษะจากความเครียด อาการปวดศีรษะจะปวดเหมือนมีเข็มขัดรัดรอบศีรษะ ตำแหน่งที่ปวดมักจะอยู่บริเวณหน้าผาก แต่ก็ปวดร้าวมาบริเวณขมับทั้งสองข้างอาการปวดจออยู่ได้หลายวัน มักจะพบร่วมกับอาการอ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท สามารถทำงานได้ อาการปวดจะเป็นมากตอนสายำของวัน ตื่นเช้ามาอาการปวดจะเป็นน้อย เมื่อออกกำลังกายหรือจามไม่ทำให้อาการปวดศีรษะกำเริบ

อาการปวดศีรษะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อด้านหลังของคอ และกล้ามเนื้อรอบศีรษะมีการหดเกร็ง ส่วนเหตุที่ทำให้เกิดการหดเกร็งได้แก่ ความเครียด อ่อนเพลีย ความวิตกกังวล การทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน บางท่านอาจจะเกิดจากการดื่มสุรา หรือกาแฟมากไป

การดูแล ส่วนใหญ่ยาแก้ปวดธรรมดาก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การดื่มกาแฟให้ลดลง และดื่มน้ำให้มากขึ้น รับประทานน้ำตาลให้ลดลง อย่านอนหนุนหมอนสูงเกินไป(มากกว่า 2 ใบ) นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย

ปวดศีรษะ ไมเกรน Migraines

ลักษณะที่สำคัญของปวดศีรษะไมเกรนคือปวดศีรษะข้างเดียว ปวดแบบตุ๊บๆ อาการปวดศีรษะอาจจะเป็นต่อเนื่อง 3 วัน หากมีการเครื่องไหวหรือเสียงดังจะทำให้ปวดศีรษะเพิ่มมากขึ้น ประมาณ1ใน3ของผู้ป่วยจะมีอาการเตือนที่เรียกว่า aura ซึ่งเห็นแสงสว่างลักษณะซิกแซก มักจะเป็นกับตาข้างเดียว บางคนอาจจะตามองไม่เห็น หรือชาข้างหนึ่ง พูดไม่ชัด ปัจจัยที่กระตุ้นให้ไมเกรนกำเริมคือ ความเครียด หิว อาหารพวกช็อคโกแลต ไวน์แดง อ่อนเพลีย การขาดน้ำ

การดูแล ผู้ป่วยควรจะอยู่ในห้องมืด เงียบเพื่อนอนพัก ดื่มน้ำ และยาแก้ปวด หากไม่มากก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาอื่น

ปวดศีรษะ Cluster headaches

จะมีอาการปวดศีรษะข้างเดียวอาการปวดอาจจะเป็นทั้งวันหรือตลอดทั้งสัปดาห์ อาการจะเป็นๆหายๆ อาการอาจจะหายไปหลายเดือน มักจะเกิดกับผู้ชายที่สูบบุหรี่ นอกจากอาการปวดศีรษะแล้วอาจจะมีอาการตาแดง น้ำมูกและน้ำตาไหลข้างเดียวกับที่ปวดศีรษะ

ปวดศีรษะแบบ ถูกแทง

อาการปวดศีรษะนี้ไม่ทราบสาเหตุจะมีอาการปวดศีรษะเหมือนถูกของมีคมแทง ปวดแต่ละครั้งจะนาน 5-30 วินาที ปวดทั้งกลางวันและกลางคืน ตำแหน่งที่ปวดมักจะเกิดบริเวณหลังหู มักจะพบร่วมกับคนที่ปวดศีรษะไมเกรน มักจะหายก่อนที่จะรับประทานยา

อาการปวดศีรษะ Trigeminal neuralgia

อาการปวดศีรษะเนื่องจากปลายประสาทสมองคู่ที่ห้าอักเสบ ตำแหน่งที่ปวดคือ ใบหน้าบริเวณ ตา จมูก หนังศีรษะ หรือริมฝีปาก ลักษณปวดแสบร้อน

ลักษณะอาการปวด

Migrain

Cluster

Tension-type

ตำแหน่งที่ปวด

ปวดข้างใดข้างหนึ่งหรือ 2 ข้าง

ปวดข้างใดข้างหนึ่ง

ปวดทั้ง 2 ข้าง

ระยะเวลาที่ปวด

4-72 ชม.

30-90 นาที

2ชม.-วัน

ความรุนแรง

ปานกลางถึงมาก

รุนแรงมาก

ปวดไม่มาก

ลักษณะปวด

ปวดตุ๊บๆ

ปวดแสบๆ ปวดเหมือนมีดแทง

ปวดตึงๆ

อาการคลื่นไส้ อาเจียน

มีได้

ไม่มี

ไม่มี

ตาแดง น้ำตาไหล น้ำมูกไหล

อาจมีได้

มี

ไม่มี

ปวดศีรษะนอกจากนั้นยังพบอาการปวดศีรษะที่มีสาเหตุอื่นๆเช่น

อาการปวดศีรษะที่เกิดจากสาเหตุกระดูกและกล้ามเนื้อต้นคอ ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของกระดูกต้นคอเช่นกระดูกอักเสบ ข้อเสื่อม หมอนกระดูกทับเส้นประสาท หรือเกิดจากกล้ามเนื้อต้นคอมีอาการเกร็งเนื่องจากการที่อยู่ผิดท่าเป็นเวลานานๆ

อาการปวดศีรษะจากไซนัสอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ น้ำมูกไหลมักจะปวดรอบตา แก้มหรือบริเวณหน้าผาก เช้าๆตื่นมาไม่ปวดมาก สายๆจะปวดมากขึ้นเวลาเคลื่อนไหวศีรษะจะปวดมากขึ้น

อาการปวดศีรษะจากขากรรไกร ผู้ที่นอนกัดฟันกลางคืนหรือเคี้ยวอาหารที่เหนียวๆจะมีอาการปวด การวินิจฉัยทำได้โดยให้เคี้ยวจะทำให้ปวดศีรษะเพิ่มขึ้น

ปวดศีรษะจากต้อหินGlaucoma ผู้ที่มีความดันตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ และเป็นภาวะเร่งด่วนที่จะต้องรีบให้การรักษา ผู้ป่วยจะปวดศีรษะบริเวณหน้าผาก ตาแดง เห็นแสงเป็นวง

เนื้องอกสมอง ผู้ที่ปวดศีรษะจากเนื้องอกสมองมักจะมีอาการอ่อนแรงหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกและความจำ อาเจียน ชัก

อาการปวดศีรษะจากความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้ปวดศีรษะ โปรดจำไว้ว่าคนที่มีความดันโลหิตสูงจะไม่ปวดศีรษะเลยก็ได้

ปวดศีรษะจากเส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยปวดศีรษะทันทีและปวดมากและซึมลง อ่อนแรงแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง

อาการปวดศีรษะที่มาจากสาเหตูนอกสมอง

อาการปวดศีรษะเนื่องจากยา หรือสารเคมี

เช่น

  • ก๊าซ Carbon monoxide ซึ่งเกิดจากเครื่องทำความร้อนหรือในรถยนต์ที่การถ่ายเทอากาศไม่ดี
  • การดื่มสุรามากไป
  • ร่างกายขาดน้ำ

อาการปวดศีรธมาจากสาเหตุนอกศีรษะ เช่น

อาการปวดศีรษะเนื่องจากการออกกำลังกาย หรือมีเพศสัมพันธ์

หลังออกกำลังกายอย่างหนักเช่น การวิ่ง การมีเพศสัมพันธ์ การไอ การเบ่งถ่ายอุจาระอาจจะกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคไมเกรนอยู่ก่อน อาการปวดจะปวดด้านหลังศีรษะ และหายไปในเวลา 20นาที กลุ่มปวดศีรษะเหล่านี้มักจะไม่มีอาการอื่นๆ

อาการปวดศีรษะขณะออกกำลังกายชนิดไม่ร้ายแรง (Benign exertional headache)

พบในเพศชายบ่อยกว่าเพศหญิง และมักพบบ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น อาการปวดศีรษะมักจะเกิดขึ้นทันที และรุนแรงตั้งแต่แรก ลักษณะอาการปวดเหมือนมีอะไรมาแทงในศีรษะ หรือปวดตุ๊บ ๆ มักจะปวดทั่ว ๆ ไปทั้งศีรษะ หรืออาจเป็นเฉพาะที่ท้ายทอย หรือส่วนหน้าของศีรษะ มักปวดเท่า ๆ กันทั้ง 2 ข้าง อาการปวดจะคงอยู่หลายนาที บางครั้งแม้จะหยุดออกกำลังกาย ก็ยังปวดอยู่ ยังม่ทราบกลไกชัดเจนของอาการปวดชนิดนี้ ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติของระบบประสาท การรับประทานยาแก้ปวดมักทำให้อาการดีขึ้น

อาการปวดศีรษะขณะออกกำลังแบบไมเกรน (Effort migraine)

อาการปวดศีรษะชนิดนี้มักเป็นบริเวณหลังลูกตาข้างใดข้างหนึ่ง โดยมีลักษณะปวดตุ๊บ ๆ รุนแรง อาจตรวจพบลานสายตาผิดปกติทันทีหลังออกกำลังร่วมด้วย พบบ่อยในนักกีฬาที่ไม่ค่อยฟิต เมื่อแข่งขันในที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ๆ ได้รับสารน้ำไม่เพียงพอ หรือออกกำลังกายในที่ที่ร้อนเกินไป จากการตรวจร่างกายมักไม่พบความผิดปกติของระบบประสาทอื่น ๆ นอกจากความผิดปกติของลานสายตาดังกล่าวแล้ว โดยทั่วไปอาการปวดศีรษะชนิดนี้จะไม่ร้ายแรง และมักจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ถ้านักกีฬาคนนั้นมีความฟิตมากขึ้น และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

อาการปวดศีรษะที่ถูกทำให้รุนแรงขึ้นด้วยการออกกำลังกาย

หมายถึง บุคคลนั้นมีอาการปวดศีรษะเดิมอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม และเมื่อออกกำลังกายก็จะทำให้อาการปวดศีรษะเดิมนั้นเป็นมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์จะต้องซักประวัติเพื่อแยกออกจากอาการปวดศีรษะว่าเกิดจากอะไร อาจเป็นอาการปวดศีรษะก่อนมีประจำเดือน หรืออาการปวดศีรษะแบบไมเกรนชนิดอื่น ๆ แต่ในบางคน การออกกำลังกายกลับช่วยลดอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนบางอย่างได้ด้วย จึงอาจนำไปใช้รักษาได้

อาการปวดท้ายทอยจากการออกกำลังกาย ในผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

อาการปวดจะเหมือนกับอาการปวดศีรษะชนิดไม่ร้ายแรง แต่มักจะปวดบริเวณท้ายทอย และบางครั้งมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย ยิ่งออกแรงมาก หรือเคลื่อนไหวคอมากขึ้น ก็ยิ่งปวดมากขึ้น อาการปวดอาจคงอยู่หลายชั่วโมงหลังจากหยุดออกกำลังกายแล้ว การตรวจร่างกายจะไม่พบความผิดปกติของระบบประสาท การป้องกันทำได้โดยการประคองบริเวณกล้ามเนื้อคอ และรับประทานยาแก้ปวด

อาการปวดศีรษะเนื่องจากอุปกรณ์กดรัด (Pressure headache)

  • เช่น ในนักกีฬาว่ายน้ำที่ต้องสวมแว่นตาว่ายน้ำ หรือในนักกีฬายกน้ำหนัก ซึ่งอาจมีการกดของรากประสาทไขสันหลังบริเวณคอเกิดขึ้น (Weight Lifter’s Headache) จากกระดูกคอเสื่อม เคลื่อน หรือหมอนรองกระดูกคอปลิ้น การป้องกันและรักษาก็ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ รวมทั้งเทคนิคการฝึก
  • จัดการเรื่องความเครียด
  • รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้ความสนใจเกี่ยวกับท่าทางเวลายืนเดิน หรือนั่ง
  • นอนหนุนหมอนไม่เกิน 2 ใบ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

 

อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ ปวดศีรษะ ปวดศีรษะจากความเครียด สัญญาณอันตราย การตรวจวินิจฉัย ไมเกรน ปัจจัยที่กระตุ้น

   

fb google

ทีมงาน Siamhealth.net ได้นำเสนอข้อมูลทางสุขภาพสำหรับประชาชน และมีความยินดีอนุญาติให้นำข้อมูลไปประกอบการสอน หรือแนะนำประชาชนหรือทำแผ่นพับเพื่อประกอบการสอน แต่สงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำเนื้อหาหรือข้อมูลในเวปไปใช้ในสื่อ internet หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ กรุณาแจ้งขอจาก webmaster ก่อน หากตรวจพบว่ามีการระเมิดจะดำเนินตามกฎหมาย

ติดต่อโฆษณา About us | Disclaimer | ติดต่อ Web master หรือโทร 086-9869168

Quantcast