การติดเชื้อ
Pneumocystis carinii Pneumonia หรือ Pneumocystis jiroveci pneumonia
(PCP)
Pneumocystis
เป็นเชื้อราและมีลักษณะเหมือนกับโปรโตซัวที่พบได้เสมอในสัตว์เชื้อที่เกิดโรคสัตว์เรียก Pneumocystis carinii แต่เชื้อที่ทำให้เกิดโรคในคนเราเรียก Pneumocystis jiroveci
เชื้อพวกนี้เป็นปรสิตที่อยู่ในเซลล์
ก่อนที่จะมีโรคเอดส์จะไม่ค่อยได้พบโรคนี้
แต่หลังจากการมีระบาดของโรคเอดส์ก็พบว่ามีอัตราการติดเชื้อ Pneumocystis 60-80%แต่หลังจากที่มีการให้ยาต้านไวรัสเอดส์และยาป้องกันการติดเชื้อ
Pneumocystis ก็ทำให้การติดเชื้อลดลง
การเกิดโรค
เชื่อว่ามีการเกิดโรคได้สองวิธีคือ
- เชื่อว่าคนเราได้รับเชื่อนี้ตั้งแต่เด็กโดยสามารถตรวจพบภูมิต่อเชื้อนี้ถึง2/3ของเด็ก และเมื่อร่างกายมีภูมิต้านทานลดลง เชื้อในร่างกายก็จะทำให้เกิดโรคเรียกวิธีนี้ว่า reactivation
- อีกวิธีหนึ่งคือติดเชื้อใหม่
อาการและอาการแสดง
อาการสำคัญของผู้ป่วยจะมีเหนื่อยง่ายไข้
ไอแห้งๆไม่มีเสมหะ
เหนื่อยง่ายหายใจลำบากเป็นอาการที่พบได้ร้อยละ
50ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อPneumocystis
น้ำหนักลด
เหงื่ออกกลางคืน อ่อนเพลีย
หากเป็นไม่มากจะตรวจร่างกายไม่พบอะไร แต่ในรายที่เป็นมาก ผู้ป่วยจะมีอาการหอบอย่างมากและเขียว โดยที่จะมีไข้เพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยมักจะถึงแก่กรรมแม้จะได้รับการรักษา
เจาะเลือดพบว่าค่า serum LDH (a liver enzyme)สูงขึ้น(มากกว่า
460 U)
การวินิจฉัย
เนื่องจากประวัติ การตรวจร่างกาย และผลการตรวจทางรัวสีไม่สามารถให้การวินิจฉัยได้จึงจำเป็นต้องตรวจเสมหะหรือเนื้อเยื่ยเพื่อการวินิจฉัย
 |
จะเห็น cyst ในเซลล์ |
- x-rayปอด,จะพบลักษณะมีรอยโรคทั้งสองข้าง
แต่ก็พบว่าปกติได้
- ตรวจเสมหะ sputum induction*, gallium
scan,
การส่องกล้องตรวจหลอดลม(bronchoscopy*.)
*
ต้องใช้วิธีพิเศษในการย้อม
การรักษา
ยาที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อคือ
- TMP/SMX
{(IV or oral) เช่น Bactrim, Septra, co-trimoxozole}ขนาดที่ให้
5มก/กก trimethoprim ให้วันละ 3
ครั้ง(ยาขนาดปกติจะมี TMP/SMX 80/400)ต้องให้ยา 3 สัปดาห์
- Pentamidine (IV); 4 mg per kg IVหยด 60 นาที
- Dapsone with or without
Trimethoprim (CT) (EA).
- Atovaquone for mild to
moderate PCP,
- Trimetrexate IV;
- Primaquine (BC) with
Clindamycin.
- ในรายที่เป็นรุนแรงต้องให้Corticosteroids โดยต้องมีภาวะร่างกายขาดออกซิเจน โดยออกซิเจนในเลือดแดงเท่ากับหรือน้อยกว่า pO2 <70 mm/Hg หรือความแตกต่างระหว่างออกซิเจนในปอดและเลือดแดง arterialalveolar
O2 gradient >35 mm/Hgโดยควรจะให้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากให้ยาซัลฟา
ระยะเวลารักษาประมาณ 21 วันการรักษาอาจจะส่งให้เกิดผลข้างเคียงของยาเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อให้ร่วมกับยาต้านไวรัส จึงแนะนำว่าให้รักษา pcp เรียบร้อยจึงให้ยาต้านไวรัส แต่อาจจะเกิด immune recovery inflammatory syndrome
การเฝ้าติดตามการรักษา
การเฝ้าติดตามการรักษาเพื่อดูว่าเชื้อมีการเกิดซ้ำหรือเปล่าและเฝ้าดูผลข้างเคียงของยาที่ใช้รักษา
- ผลข้างเคียงของยา TMP/SMX ได้แก่
- ผื่น(20-85%) บางรายอาจจะเป็น steven johnson syndrome
- ไข้(30-40%)
- เม็ดเลือดขาวต่ำ(30-40%)
- เกร็ดเลือดต่ำ(15%)
- ตับอักเสบ(20%)
- ไตเสื่อม(1-5%)
เมื่อการรักษาไม่ได้ผล
หลังจากได้รับยา TMP/SMX ไปแล้ว 4-8 วันโดยไม่มีอาการแสดงว่าดีขึ้นถือว่าการรักษาล้มเหลวซึ่งเกิดจากผู้ป่วยทนต่อผลข้างเคียงของยาไม่ได้(1ใน3ของผู้ป่วย) ร้อยละ10เกิดจากโรคอาจจะรุนแรงมาก ควรจะรอ 3-5 วันจึงจะเปลี่ยนยา
การหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ Pneumocystis carinii Pneumonia
(PCP)
ต้องอย่าพักห้องเดียวกับผู้ที่ติดเชื้อนี้
การให้ยาป้องกันการติดเชื้อ Pneumocystis carinii Pneumonia
(PCP)
ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อ
HIV
ทุกคนควรจะได้รับยาป้องกันการติดเชื้อ
Pneumocystis เมื่อ
- CD4 <200 เซลล์
- เคยมีประวัติเป็นเชื้อราที่ปาก
- ผู้ที่มี
CD4-T lymphocyte น้อยกว่า 14%
- ผู้ที่เป็นโรคเอดส์
- CD4
อยู่ระหว่าง 200-250
และไม่สามารถตรวจปริมาณเซลล์
CD4 ได้มากกว่า้ 3 เดือน
ยาที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อ Pneumocystis carinii Pneumonia
(PCP)
- ยาที่นิยมใช้ป้องกันการติดเชื้อคือ
Trimethoprim-Sulfamethoxazole[TMP/SMX
] โดยให้ขนาด 1 เม็ดต่อวันก็สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่การให้ double strength
วันละครั้งก็มีประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อ toxoplasmosis และเชื้อแบททีเรียอื่น
- นิยมให้ยากินเพื่อป้องกันแต่ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถกินได้ให้ใช้ยาพ่น
- Aerosol Pentamidine (AP) (300mg/monthly) หรืออาจจะให้ยา
- dapsone,dapsone+pyrimethanin,
- atovaquone
- oral pyrimethamine plus sulfadoxine
- oral clindamycin plus primaquine
- หลังจากได้ยาต้านไวรัสเอดส์และระดับเซลล์
CD4 มากว่า 200 เป็นเวลา 3
ครั้งติดต่อกันก็สามารถหยุดยาป้องกัน
การป้องกันทุติยภูมิ
- สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อ
pcp
จะต้องได้รับยาป้องกันตลอดชีวิต
- ยกเว้นเมื่อได้รับยาต้านไวรัสเอดส์และระดับเซลล์
CD 4 มากกว่า 200 เป็นเวลา3ครั้งติดต่อกัน
- สำหรับผู้ที่ติดเชื้อนี้โดยที่ระดับ
CD4 มากว่า 200 จะต้องได้รับยานี้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องดูค่า CD4
ทบทวน 19 มค 2551
Treating Opportunistic Infections Among HIV-Infected Adults and
Adolescents
Recommendations from CDC, the National Institutes of Health, and the HIV Medicine Association/Infectious
Diseases Society of America
การตรวจเพื่อวินิจฉัยเบื้องต้น | ผู้ที่ติดเชื้อ
HIV ใหม่ | การป้องการติดเชื้อ
HIV | แนวทางการรักษา | การรักษา | การดูแลผู้ที่ติดเชื้อ
HIV | การติดเชื้อฉวยโอกาส | การฉีดวัคซีน |