• ชั้นบนสุด 1 Stratum Corneum ชั้นบนสุด พร้อมหลุด ลอกไปซึ่งมีความหนาของเซลล์ 25-30 ชั้น เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว เซลล์ Keratinocytes จะทยอยตายและหลุดลอกออกไปในขณะที่เซลล์ใหญ่ก็เจริญมาแทนที่ ระหว่างเซลล์ Keratinocytes จะมีไขมันซึ่งทำหน้าที่เหมือนซีเมนต์เชื่อมเซลล์เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง นอกจากนั้นต่อมเหงื่อและต่อมไขมันก็จะหลั่งสารออกมา ทำให้ค่าความเป็นกรดที่ผิวหนังประมาณ acidic pH (4.5 to 6.5) ซึ่งจะป้องกันการลุกลามของเชื้อโรค หากค่าความเป็นกรดนี้เสียไปอาจจะเนื่องจากสบู่ด่างก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อ ผิวแห้ง คัน ผิวหยาบ
  • ชั้นที่ 2  Stratum Lucidum ชั้นนี้จะเกิด หนาขึ้นใน พื้นที่ผิวที่ มีการเสียด สีบ่อยๆเพื่อเพิ่มความหนาพบมากบริเวณปลายนิ้ว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
  • ชั้นที่ 3  Stratum Granulosum เป็นชั้นที่มี Keratin protein ทำหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำเซลล์ในชั้นนี้มี 3-5 ชั้นและเริ่มตาย
  • ชั้นที่ 4 Stratum Spinosum เปลี่ยนร่างจากเซลรูป columna ไปเป็นแบบ Polygonal มี8-10 ชั้นเริ่มต้นการ สร้าง keratin
  • ชั้นล่างสุด5 Stratum Basale ชั้นล่างสุด ติดกับdermis ผลิตเซลใหม่ ขึ้นไปทดแทน เซลเดิมที่ลอก หลุดไปเป็นเซลล์ชั้นเดียว เมื่ออายุมากการสร้างเซลล์จะน้อยลง ชั้นนี้มีการสร้าง melanin เพื่อป้องกันรังสี UV

เล็บและผม

เล็บและผมก็กำเนิดมาจากผิวหนัง เล็บสร้างมาจากเซลล์ผิวหนังที่ฐานของเล็บ แต่เซลล์จะตายเร็วแต่ไม่ลอกออกมีการสะสมของ keratin เป็นแผ่นแข็ง ส่วนผมก็เช่นกันแต่ keratin จะเป็นแท่ง

การเสื่อมของผิวหนัง

การป้องกันผิวหนัง

โรคผิวหนังที่พบบ่อย

มะเร็งผิวหนัง

การป้องกันผิวหนัง

การตรวจผิวหนัง

lotion

กิจกรรมเสริมความงาม

 

 



fb google