aa


การวินิจฉัยโรคมาลาเรียพี.ฟาลซิปารัม

การวินิจฉัยโรคสามารถทำได้โดยการตรวจเลือดและย้อมวิธีพิเศษและส่องกล้อง

  1. ตรวจเลือดจะพบเชื้อในกระแสเลือดจะพบเชื้อมาลาเรียในระยะต่างๆดังนี้

ส่วนระยะอื่นของเชื้อโรคเช่น Merozoites

ระยะRing form

การตรวจเลือดของผู้ป่วยที่เป็นมาลาเรียจะพบเซลล์เม็ดเลือดแดงมีขนาดปกติ รอบตัวเซลล์ที่เหมือนขอบแหวนจะมีขนาดเล็ก หัวแหวนอาจจะมี 1หัว หรือสองหัว ในเม็ดเลือดแดง 1 เซลล์อาจจะพบตัวเชื้อมาลาเรียได้หลายตัว

รูปที่1เป็นเม็ดเลือดแดงปกติ ส่วนรูปที่ 2-10 เป็นการแสดงการเจริญเติบโตของตัวเชื้อมาลาเรีย

A

B

รูป A จะพบเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีการติดเชื้อมาลาเรียอยู่ 1 เซลล์ ส่วนรูป B จะพบเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีการติดเชื้อมาลาเรียอยู่หลายเซลล์

ระยะ Trophozoite

เซลล์มาลาเรียในระยะนี้เรามักจะไม่ค่อยได้พบในการตรวจเลือด ตัวแก่ในระยวงแหวนเราเรียกระยะ Trophozoite ขอบวงแหวนจะหนาและมีสีเข้มกว่าระยะแรก เซลล์ตัวแก่จะมีเม็ดสีเหลืองในตัวเซลล์

รูป 11-18 แสดงการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย ระยะเซลล์เหล่านี้มักจะตรวจไม่พบในการตรวจเลือด

รูปทั้งสองจะพบขอบแหวนมีการหนาตัวขึ้น และอาจจะพบจุดสีเหลืองในเซลล์

ระยะ Schizont

ในระยะนี้ไม่ค่อยพบในการตรวจเลือดเป็นเซลล์ตัวแก่ของ Trophozoite เรียก Scizont จะมีเม็ดสีเล็กๆ 8-24เม็ด เมื่อแก่เซลล์ก็จะแตกออก

ระยะ Gametocyte

เป็นเซลล์ระยะเพศของมาลาเรีย เซลล์จะมีรูปร่างเหมือนไส้กรอก เซลล์เม็ดเลือดแดงจะผิดรูปและมักจะมองไม่เห็น

รูป 27-28 เป็นเซลล์เพศเมียเรียก macrogametocytes ส่วนรูป 29-30 เป็นเซลล์เพศผู้เรียก microgametocytes
รูปแสดงเซลล์เพสมาลาเรียจากการย้อม

สรุปลักษณะที่สำคัญใน พี.ฟาลซิปารัม

  1. เม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อมักจะมีขนาดไม่ใหญ่
  2. วงแหวนมักจะเส้นเล็ก และอาจจะมีหลายวงใน 1 เซลล์เม็ดเลือดแดง
  3. วงแหวนบางวงอาจจะมีหัวแหวน 2 วง
  4. มักจะไม่พบตัวแก่ในการตรวจเลือด
  5. เซลล์เพศจะมีลักษณะเหมือนกล้วย

วงจรชีวิต >แหล่งระบาด >ลักษณะทางคลินิก >การวินิจฉัย >การรักษา >โรคแทรกซ้อน >การป้องกัน

เพิ่มเพื่อน