หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

การป้องกันการติดเชื้อเอดส์จากการมีเพศสัมพันธ์

โรคเอดส์ยังเป็นปัญหาสำหรับประเทศไทย การติดเชื้อเปลี่ยนจากคนที่ติดยาเสพติดมาเป็นคนวัยรุ่น ซึ่งเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และไม่รู้จักป้องกันตัวเอง การป้องกันการติดเชื้อเอดส์จากการมีเพศสัมพันธ์จึงมีความสำคัญ บทความนี้จะเน้นเรื่องการป้องกันการติดเชื้อโรคเอดส์

หลักฐานว่าการใช้ยาสามารถป้องกันโรคเอดส์

ผลเสียของการให้ยาป้องโรคเอดส์หลังสัมผัสโรค

การป้องกันคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนหรือไม่

ความคุ่มค่าหมายเงินที่ลงทุนไปว่จะให้ผลดีคุ้มค่ากับเงินที่ลงไปหรือไม่ มีการศึกษาที่แสดงว่าคุ้มค่าดังนี้

เมื่อคุณมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน คุณจะทำอย่างไร

เมื่อท่านมีเพศสัมพันธ์กันคนที่เป็นโรคเอดส์ หรือกับคนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ หรือท่านไม่ทราบว่าเขาเป็นโรคหรือไม่ ให้ท่านทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

นอกจากโรคเอดส์แล้วยังต้องตรวจโรคอย่างอื่นหรือไม่

คำแนะนำสำหรับการให้ยาป้องกัน

ผู้ที่ได้รับยาป้องกันต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

ตารางแสดงแนวทางการให้ยาป้องกันการติดเชื้อ

ตารางแสดงอัตราการติดเชื้อโรคเอดส์

วิธีการได้รับเชื้อ
อัตราการติดเชื้อต่อ 10000 สัมผัส
การได้รับเลือดจากคนที่ติดเชื้อโรคเอดส์
9000
การใช้เข็มร่วมกันของผู้ที่ติดยาเสพติด
67
การมีเพศสัมพันธ์ทางทวาร(ผู้ถูกกระทำ)
50
ถูกเข็มตำ
30
การร่วมเพศทางช่องคลอด(ผู้ถูกกระทำ)
10
การมีเพศสัมพันธ์ทางทวาร(ผู้กระทำ)
6.5
การร่วมเพศทางช่องคลอด(ผู้กระทำ)
5
การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก(ผู้ถูกกระทำ)
1
การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก(ผู้กระทำ)
.5

อาการของผู้ได้รับเชื้อ

ร้อยละ
ไข้
96
ต่อมน้ำเหลืองโต
74
เจ็บคอ
70
ผื่น ตามลำตัว หน้า ปากเป็นแผล หลอดอาหารอักเสบ
70
ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
54
ท้องร่วง
32
ปวดศรีษะ
32
คลื่นไส้อาเจียน
27
ตับม้ามโต
24
น้ำหนักลด
13
ผื่นในปาก
12
อาการทางระบบประสาท
12

สรุปแนวทางปฏิบัติเมื่อคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ เช่นร่วมเพศกับคนอื่น

  1. เจาะเลือดตัวคุณเองก่อนเพื่อดูว่าตัวคุณเองเคยได้รับเชื้อมาก่อนหรือไม่
  2. หากไม่ทราบว่าคนที่คุณยุ่งเกี่ยวด้วยติดเชื้อหรือไม่ ก็ให้นำคนนั้นมาเจาะเลือดเช็คอย่างรีบด่วน
  3. หากทราบว่าเป็นโรคเอดส์หรือผลเลือดบอกว่าเป็นโรคนี้ และคุณพบแพทย์ก่อน 72 ชั่วโมงก็พิจารณาให้ยาป้องกัน หากคุณพบแพทย์หลังสัมผัสโรคเกิน 72 ชั่วโมงก็ไม่ต้องให้
  4. หากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงบ่อยๆ การให้ยาอาจจะให้ผลไม่ดี
   

fb google