
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
"หมอครับ ทำไมผมวัดความดันที่บ้านทีไรก็สูงเกินเกณฑ์ตลอด แต่พอมาตรวจที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าความดันปกติทุกที เครื่องวัดที่บ้านผมเสียหรือเปล่า? แล้วแบบนี้ผมต้องกินยาไหมครับ?"
นี่คือคำถามยอดฮิตที่ผมเจอเป็นประจำในเวชปฏิบัติ ภาวะนี้ทางการแพทย์เรียกว่า Masked Hypertension หรือ "ภาวะความดันโลหิตสูงแอบแฝง" (Masked Hypertension) คือ ภาวะที่วัดความดันที่โรงพยาบาลปกติ (<140/90 mmHg) แต่เมื่อวัดที่บ้านกลับสูง (≥135/85 mmHg) ซึ่งมีความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดใกล้เคียงกับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง และควรได้รับการประเมินและติดตามโดยแพทย์
“การวินิจฉัยควรยืนยันด้วยการวัดซ้ำหลายครั้ง หรือใช้ ABPM”ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายหากปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

บทความนี้จะสรุปแนวทางปฏิบัติที่อ้างอิงจากมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อให้คุณเข้าใจและจัดการกับภาวะนี้ได้อย่างถูกต้องครับ
“หมอครับ ทำไมผมวัดที่บ้านสูง แต่มาหาหมอปกติ?”
นี่คือคำถามที่พบบ่อย และคำตอบคือคุณอาจมีภาวะที่เรียกว่า
👉 Masked Hypertension (ความดันโลหิตสูงแอบแฝง)
📌 ขณะที่โรงพยาบาล:
คุณจะเข้าเกณฑ์ภาวะความดันแอบแฝง ก็ต่อเมื่อผลการวัดเข้าเงื่อนไข "ทั้ง 2 ข้อ" ดังนี้:
| สถานที่วัด | ค่าความดันตัวบน (Systolic) | ค่าความดันตัวล่าง (Diastolic) | สถานะ |
| วัดที่โรงพยาบาล (Office BP) | น้อยกว่า 140 mmHg | และ น้อยกว่า 90 mmHg | ปกติ |
| วัดที่บ้าน (Home BP) | ตั้งแต่ 135 ขึ้นไป mmHg | หรือ ตั้งแต่ 85 ขึ้นไป mmHg | สูง |
“เกณฑ์อาจแตกต่างเล็กน้อยตามแนวทางที่ใช้ แต่โดยทั่วไป Home BP ≥135/85 ถือว่าสูง”
จุดสำคัญ:หากคุณวัดที่บ้านได้เฉลี่ย 135/85 mmHg ขึ้นไป แม้ไปหาหมอแล้วได้ 120/80 mmHg หากเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ = Masked Hypertension คุณก็มีความเสี่ยงเท่ากับคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง และต้องได้รับการดูแลครับ
หมายเหตุ:
เกณฑ์อาจแตกต่างเล็กน้อยในแต่ละ guideline แต่ค่า ≥135/85 (ที่บ้าน) ถือว่าสำคัญ3.อันตรายของความดันแอบแฝง
งานวิจัยพบว่า
👉 ความเสี่ยง ใกล้เคียงกับโรคความดันโลหิตสูงจริงเพิ่มความเสี่ยง:
❗ ปัญหาใหญ่ของภาวะนี้คือ "มักไม่ถูกวินิจฉัย" เนื่องจากเวลามาตรวจตามนัด ค่าจะดูปกติ ทำให้คนไข้และแพทย์บางส่วนมองข้ามความเสี่ยงที่แท้จริง
หมอจะพิจารณาการรักษาโดยแบ่งระดับความรุนแรงตามค่าความดันที่วัดได้ (อ้างอิงค่าที่บ้านเป็นหลักสำหรับภาวะแอบแฝง):
| ระดับความรุนแรง | ค่าความดัน (mmHg) | แนวทางการรักษา |
| ระดับที่ 1 (เริ่มสูง) | 135/85 – 144/94 | ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3-6 เดือน หากไม่ดีขึ้นหรือมีความเสี่ยงสูง (เช่น เบาหวาน) จึงเริ่มยา |
| ระดับที่ 2 (สูงชัดเจน) | 145/95 – 159/104 | เริ่มยาทันที ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม |
| ระดับที่ 3 (สูงรุนแรง) | 160/105 ขึ้นไป | ต้องใช้ยาควบคุมทันที และตรวจหาภาวะแทรกซ้อนของอวัยวะอย่างละเอียด |
หากคุณวัดความดันที่บ้านแล้วพบค่าดังต่อไปนี้ แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ ก็ต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว:
ความดันสูงวิกฤต (Hypertensive Urgency/Emergency): เมื่อค่าความดันความดันโลหิต ≥180/110 mmHg
ร่วมกับอาการ:
👉 ไปห้องฉุกเฉินทันทีเพราะเสี่ยงต่อเส้นเลือดในสมองแตกหรือหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
หากมีอาการร่วม: เช่น ปวดศีรษะรุนแรง, ตาพร่ามัว, เจ็บหน้าอก, เหนื่อยหอบ หรือแขนขาอ่อนแรง ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที
วิชาการระบุว่าการวัดในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หมอแนะนำให้คุณทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อยืนยันวินิจฉัย:
พิสูจน์เครื่องวัด:
การวัดความดัน 24 ชั่วโมง (ABPM): ในบางรายที่วินิจฉัยยาก หมออาจแนะนำให้ติดเครื่องวัดความดันอัตโนมัติแบบพกพาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของความดันตลอดทั้งวันและคืน ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานทองคำในการวินิจฉัย
สมุดบันทึกความดัน (Blood Pressure Diary):
📌วิธีวัดความดันที่ถูกต้อง (สำคัญมาก) ใช้ “ค่าเฉลี่ย” ไม่ใช่ค่าครั้งเดียว
ในบางรายที่วินิจฉัยยาก หมอจะแนะนำให้ติดเครื่องวัดความดันอัตโนมัติแบบพกพาตลอด 24 ชั่วโมง (Ambulatory Blood Pressure Monitoring - ABPM) เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของความดันตลอดทั้งวันและคืน ซึ่งเป็นวิธี "มาตรฐานทองคำ" (Gold standard) ในการวินิจฉัยภาวะนี้ได้แม่นยำที่สุดครับ
👉 เป็น มาตรฐานทองคำ (Gold standard)
👉 คำตอบ: ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงโดยรวม
📌 แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าผู้ที่มีภาวะ Masked Hypertension มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงใกล้เคียงกับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจริงๆ ดังนั้น การนิ่งนอนใจจึงไม่ใช่ทางออกครับ แนวทางปฏิบัติมีดังนี้:
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Essential for All): ไม่ว่าความเสี่ยงจะมากหรือน้อย ทุกคนต้องเริ่มที่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle Modification) ซึ่งสามารถลดความดันได้จริง:
คุมอาหาร: ลดเค็ม (โซเดียมไมเกิน 2,000 มก./วัน), เน้นผักผลไม้ (DASH Diet)
ออกกำลังกาย: แอโรบิกสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
คุมน้ำหนัก, เลิกบุหรี่, ลดแอลกอฮอล์
การใช้ยาลดความดันโลหิต: หมอจะพิจารณาจ่ายยา หากคุณมีความเสี่ยงสูง เช่น:
ค่าน้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน)
ตรวจพบความเสียหายของอวัยวะเป้าหมาย (เช่น หัวใจโต, จอประสาทตาผิดปกติ)
มีประวัติโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองในครอบครัว
Masked HT ไม่ได้ต้องให้ยาทุกคนทันที
“การเริ่มยาจะพิจารณาจากความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม (CV risk) ไม่ใช่ค่าความดันเพียงอย่างเดียว”
ข้อควรรู้สำคัญ
ภาวะความดันแอบแฝง (Masked Hypertension) ไม่ได้น่ากลัวหากตรวจพบและจัดการอย่างถูกวิธี
ข้อควรรู้สำคัญ:
ห้ามซื้อยาลดความดันกินเอง เพราะอาจเป็นอันตรายหากระดับความดันไม่ได้สูงจริง
เครื่องวัดต้องได้มาตรฐาน วัดต้นแขน และมีการเทียบค่าอย่างถูกต้อง
ใช้ค่าเฉลี่ย 5–7 วันในการประเมิน ไม่ใช่ค่าครั้งเดียว
หากค่าเฉลี่ยที่บ้าน135/85 mmHg ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน CV risk โดยรวมและวางแผนการรักษาร่วมกันครับ
ด้วยความปรารถนาดี
นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร
อายุรแพทย์, แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
SiamHealth
Thai Hypertension Society (สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562.
European Society of Cardiology (ESC) / European Society of Hypertension (ESH). 2024 ESC/ESH Guidelines for the management of arterial hypertension.
American Heart Association (AHA). Understanding Masked Hypertension.
Journal of the American College of Cardiology (JACC). Cardiovascular Risk Associated with Masked Hypertension.
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว