siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

ท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis): สาเหตุ อาการ และการรักษาหนองในแท้-หนองในเทียม

อาการแสบที่ปลายท่อปัสสาวะ หรือการมีสารคัดหลั่งคล้ายหนองไหลออกมา เป็นสัญญาณเตือนที่น่ากังวลและต้องรีบพบแพทย์ อาการเหล่านี้คือลักษณะเด่นของ โรคท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis) ซึ่งคือภาวะติดเชื้อที่เกิดขึ้นบริเวณ "ท่อปัสสาวะ" โดยเฉพาะ และมีความเชื่อมโยงกับ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections - STIs) อย่างใกล้ชิด

การทำความเข้าใจโรคนี้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ต้องรักษาตัวเองให้หายขาด แต่ยังต้องคำนึงถึงการรักษาคู่ครองเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและหยุดการแพร่กระจายของโรค


ท่อปัสสาวะอักเสบเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ:

1. หนองในแท้ (Gonococcal Urethritis - GU)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รู้จักกันดี

2. หนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis - NGU)

เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยกว่าหนองในแท้ และเกิดจากเชื้อโรคชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่เชื้อหนองในแท้ ได้แก่:

ในบางกรณีอาจเกิดจากการระคายเคืองทางกายภาพ เช่น จากการใส่สายสวนปัสสาวะ แต่พบได้น้อยกว่ามาก


อาการของท่อปัสสาวะอักเสบ

อาการในผู้ชายมักจะชัดเจนกว่า ในขณะที่ผู้หญิงจำนวนมากอาจมีอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการเลย (ซึ่งทำให้เป็นพาหะของโรคโดยไม่รู้ตัว)

อาการหลักที่ต้องสังเกต:

ข้อสังเกต: โดยทั่วไปท่อปัสสาวะอักเสบมักจะไม่มีไข้ หรืออาการปวดหน่วงท้องน้อยรุนแรง หากมีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมด้วย อาจมีการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมากร่วมด้วย


ภาวะแทรกซ้อนและอาการที่อาจพบร่วม

หากไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้อสามารถลุกลามและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้:


การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัย

  1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักประวัติความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์และตรวจดูลักษณะสารคัดหลั่ง

  2. การเก็บตัวอย่างจากท่อปัสสาวะ (Urethral Swab): แพทย์จะใช้ก้านสำลีขนาดเล็กเก็บหนองจากปลายท่อปัสสาวะไป ย้อมสีแกรม (Gram Stain) เพื่อส่องกล้องดูเชื้อ หากพบเชื้อลักษณะจำเพาะจะวินิจฉัยเป็นหนองในแท้ได้ทันที

  3. การส่งตรวจพิเศษ: อาจส่งตัวอย่างไปเพาะเชื้อ หรือตรวจด้วยเทคนิค PCR เพื่อยืนยันชนิดของเชื้อหนองในเทียม เช่น Chlamydia

แนวทางการรักษา

หากคุณมีอาการที่น่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อย่าซื้อยาทานเอง เพราะอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลและเกิดเชื้อดื้อยาได้

ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว