ธาลัสซีเมีย (Thalassemia): ตรวจเลือดสงสัยเป็นพาหะ ร้ายแรงไหม และก่อนมีลูกต้องตรวจอะไร
หลายคนไม่เคยคิดว่าตัวเองเกี่ยวข้องกับโรคธาลัสซีเมีย จนกระทั่งไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่า Hemoglobin (Hb) ต่ำเล็กน้อย, MCV ต่ำ หรือ MCH ต่ำ แพทย์จึงบอกว่าอาจเกิดจาก “ขาดธาตุเหล็ก” หรือ “เป็นพาหะธาลัสซีเมีย” และแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม
คำถามที่ตามมามักเหมือนกันคือ “ธาลัสซีเมียคืออะไร ร้ายแรงไหม ต้องรักษาหรือไม่ แต่งงานได้ไหม ถ้ามีลูก ลูกจะเป็นโรคหรือเปล่า และมีวิธีป้องกันหรือไม่”
คำตอบสำคัญคือ ธาลัสซีเมียมีความรุนแรงแตกต่างกันมาก ตั้งแต่คนที่เป็นเพียงพาหะ มีสุขภาพปกติและไม่ต้องรักษา ไปจนถึงผู้ป่วยบางชนิดที่มีโลหิตจางรุนแรงและต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง
อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ MCV ต่ำไม่ได้แปลว่าเป็นธาลัสซีเมียเสมอ และไม่ได้แปลว่าขาดธาตุเหล็กเสมอ ต้องใช้ผล CBC, Ferritin และการตรวจฮีโมโกลบินร่วมกันก่อนจึงจะบอกได้ว่าเกิดจากอะไร
ตรวจเลือดพบ Hb ต่ำหรือ MCV ต่ำ ทำไมแพทย์จึงนึกถึงธาลัสซีเมีย
เม็ดเลือดแดงของผู้ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียบางชนิดจะมีขนาดเล็กกว่าปกติ จึงมักพบค่า MCV และ MCH ต่ำ จากการตรวจ CBC แม้เจ้าตัวจะไม่มีอาการและไม่เคยทราบว่าตนเองเป็นพาหะมาก่อน
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่พบบ่อยอีกอย่างหนึ่งของ MCV ต่ำคือ ภาวะขาดธาตุเหล็ก ดังนั้นเมื่อพบ MCV ต่ำ แพทย์จึงต้องพิจารณาอย่างน้อยสองเรื่องนี้ก่อน
| ผลตรวจ | สิ่งที่อาจนึกถึง | ควรดูอะไรต่อ |
|---|---|---|
| Hb ต่ำ + MCV ต่ำ | ขาดธาตุเหล็ก, ธาลัสซีเมีย หรือสาเหตุอื่น | Ferritin, Iron studies, CBC ตัวอื่น |
| MCV ต่ำ + Ferritin ต่ำ | สนับสนุนภาวะขาดธาตุเหล็ก | หาสาเหตุของการขาดธาตุเหล็ก |
| MCV ต่ำ + Ferritin ไม่ต่ำ | ควรพิจารณาธาลัสซีเมียมากขึ้น | Hb typing / hemoglobin analysis และการตรวจตามข้อบ่งชี้ |
หมายเหตุ: ผู้ป่วยคนหนึ่งสามารถเป็นพาหะธาลัสซีเมียและขาดธาตุเหล็กพร้อมกันได้ จึงไม่ควรใช้ผลตรวจเพียงค่าเดียวตัดสิน
อ่านต่อ: MCV ต่ำหมายความว่าอะไร

ธาลัสซีเมียคืออะไร
ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร้างสายโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินภายในเม็ดเลือดแดง
เมื่อสร้างโกลบินผิดปกติหรือสร้างได้น้อย เม็ดเลือดแดงอาจมีขนาดเล็ก มีฮีโมโกลบินน้อย และในผู้ป่วยบางชนิดเม็ดเลือดแดงจะถูกทำลายเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง
ความรุนแรงแตกต่างกันมากตามชนิดและจำนวนยีนที่ผิดปกติ คนบางคนไม่มีอาการเลยและพบเพียงจากการตรวจเลือด ขณะที่บางคนมีโลหิตจางรุนแรงตั้งแต่เด็ก
พาหะธาลัสซีเมีย กับผู้ป่วยธาลัสซีเมียต่างกันอย่างไร
คำว่า “เป็นธาลัสซีเมีย” ที่คนทั่วไปใช้ อาจหมายถึงสองภาวะที่แตกต่างกันมาก คือ เป็นพาหะ กับ เป็นผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
พาหะธาลัสซีเมีย
ผู้ที่เป็นพาหะได้รับยีนผิดปกติมาจากพ่อหรือแม่ แต่โดยทั่วไปยังสามารถสร้างฮีโมโกลบินได้เพียงพอ
- ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ
- ใช้ชีวิต เรียน ทำงาน และออกกำลังกายได้ตามปกติ
- อาจมี Hb ต่ำเล็กน้อย
- MCV และ MCH อาจต่ำกว่าปกติ
- ไม่กลายเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงเมื่ออายุมากขึ้น
- โดยทั่วไปไม่ต้องรักษาภาวะพาหะ
- สิ่งสำคัญคือทราบสถานะของตนเองก่อนมีบุตร
ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
ผู้ป่วยได้รับชุดยีนที่ทำให้การสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติมากกว่า จึงเกิดโลหิตจางในระดับต่าง ๆ
ความรุนแรงมีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก บางรายไม่ต้องให้เลือดเป็นประจำ ขณะที่บางรายต้องได้รับเลือดและการรักษาภาวะเหล็กเกินต่อเนื่อง
ธาลัสซีเมียร้ายแรงไหม
ขึ้นอยู่กับชนิดของธาลัสซีเมีย การเป็นพาหะไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรครุนแรง แต่ธาลัสซีเมียบางชนิดสามารถทำให้เกิดโลหิตจางรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้
ในประเทศไทย โรคที่ให้ความสำคัญในการป้องกันการเกิดชนิดรุนแรง ได้แก่กลุ่ม เช่น
- Hb Bart's hydrops fetalis ซึ่งเกิดจาก alpha-thalassemia ชนิดรุนแรงมาก ทารกอาจมีภาวะบวมน้ำและเสียชีวิตในครรภ์หรือหลังคลอด
- Homozygous beta-thalassemia ซึ่งอาจทำให้เกิดโลหิตจางรุนแรงและต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง
- Beta-thalassemia/Hb E disease ซึ่งพบได้ในประเทศไทยและมีความรุนแรงแตกต่างกันตั้งแต่ปานกลางจนถึงรุนแรง
ดังนั้นคำว่า “ธาลัสซีเมีย” เพียงคำเดียวจึงยังบอกไม่ได้ว่ารุนแรงแค่ไหน ต้องทราบว่าเป็น พาหะชนิดใดหรือเป็นโรคชนิดใด
Alpha-thalassemia และ Beta-thalassemia ต่างกันอย่างไร
ฮีโมโกลบินประกอบด้วยสายโกลบินหลายชนิด โรคธาลัสซีเมียจึงแบ่งตามสายโกลบินที่สร้างผิดปกติ
Alpha-thalassemia
เกิดจากความผิดปกติของยีนที่สร้าง alpha-globin ความรุนแรงขึ้นอยู่กับจำนวนยีนที่หายไปหรือผิดปกติ
บางคนเป็นเพียงพาหะและไม่มีอาการ บางรายเป็น Hb H disease ซึ่งมีโลหิตจางมากขึ้น และถ้าทารกไม่ได้รับยีน alpha-globin ที่ทำงานได้เลย อาจเกิด Hb Bart's hydrops fetalis ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงมาก
Beta-thalassemia
เกิดจากความผิดปกติของยีน beta-globin หากได้รับยีนผิดปกติจากพ่อหรือแม่เพียงฝ่ายเดียว มักเป็น beta-thalassemia trait หรือพาหะ
หากได้รับยีนผิดปกติที่สำคัญจากทั้งสองฝ่าย อาจเกิด beta-thalassemia disease ซึ่งความรุนแรงขึ้นกับชนิดของยีน
Hb E เกี่ยวข้องกับธาลัสซีเมียอย่างไร
Hemoglobin E (Hb E) เป็นฮีโมโกลบินผิดปกติที่พบได้บ่อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย
ผู้ที่เป็นพาหะ Hb E เพียงอย่างเดียวมักไม่มีอาการหรือมีความผิดปกติเพียงเล็กน้อย แต่เรื่องสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่มี Hb E มีคู่ที่เป็น พาหะ beta-thalassemia เพราะลูกอาจเกิดโรค beta-thalassemia/Hb E ได้
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่การทราบเพียงว่า “ฉันเป็นพาหะ” ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องทราบด้วยว่า เป็นพาหะชนิดใด และคู่ของเราเป็นพาหะอะไร
MCV ต่ำ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นขาดธาตุเหล็กหรือธาลัสซีเมีย
นี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการตรวจสุขภาพ
หลักคิดง่าย ๆ คือ
Hb/MCV ต่ำ → ตรวจภาวะขาดธาตุเหล็ก → ถ้าอธิบายไม่ได้จึงประเมินธาลัสซีเมียต่อ
การตรวจที่แพทย์อาจใช้ ได้แก่
- CBC และค่า MCV, MCH, RDW
- จำนวนเม็ดเลือดแดง (RBC count)
- Ferritin
- Serum iron, TIBC และ TSAT ตามความเหมาะสม
- Peripheral blood smear
- Hb typing หรือ hemoglobin analysis
- DNA analysis ในบางกรณี
อย่าใช้ MCV ต่ำเพียงค่าเดียววินิจฉัยธาลัสซีเมีย และอย่าใช้ MCV ต่ำเพียงอย่างเดียวเป็นเหตุผลในการซื้อธาตุเหล็กรับประทาน
Hb typing คืออะไร และบอกอะไรได้
Hb typing หรือ hemoglobin analysis เป็นการตรวจชนิดและสัดส่วนของฮีโมโกลบินในเลือด เช่น Hb A, Hb A2, Hb F และ Hb E
ผลตรวจช่วยวินิจฉัยหรือสนับสนุนการวินิจฉัย beta-thalassemia, Hb E และความผิดปกติของฮีโมโกลบินหลายชนิด
อย่างไรก็ตาม alpha-thalassemia บางชนิดอาจไม่สามารถวินิจฉัยได้จาก Hb typing เพียงอย่างเดียว ผู้ที่มี MCV/MCH ต่ำและมีรูปแบบผลตรวจที่สงสัยจึงอาจต้องตรวจ DNA เพิ่มเติม
ถ้า Hb typing ปกติ แต่ MCV ยังต่ำ เป็นธาลัสซีเมียได้ไหม
เป็นได้ โดยเฉพาะ alpha-thalassemia trait บางชนิด
ดังนั้น Hb typing ที่ดูปกติไม่ได้ตัด alpha-thalassemia ออกทั้งหมด หาก MCV หรือ MCH ต่ำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก และมีประวัติหรือบริบทที่สนับสนุน แพทย์อาจพิจารณาการตรวจยีน alpha-thalassemia
พาหะธาลัสซีเมียต้องรักษาหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ต้องรักษา ผู้เป็นพาหะส่วนใหญ่ใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป
ค่า MCV หรือ MCH ที่ต่ำจากพาหะอาจอยู่ต่ำเช่นนั้นตลอดชีวิต และไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้ตัวเลขกลับเป็นปกติ
สิ่งที่สำคัญกว่าการรักษาคือต้องรู้ชนิดของพาหะ เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงเมื่อวางแผนมีบุตร
พาหะธาลัสซีเมียกินธาตุเหล็กได้ไหม
ไม่ควรกินธาตุเหล็กเพียงเพราะ Hb, MCV หรือ MCH ต่ำ
ธาตุเหล็กมีประโยชน์เมื่อผู้ป่วยมี ภาวะขาดธาตุเหล็กจริง ซึ่งประเมินได้จาก Ferritin และ Iron studies ตามความเหมาะสม
ผู้เป็นพาหะธาลัสซีเมียสามารถขาดธาตุเหล็กร่วมด้วยได้ หากตรวจยืนยันว่าขาดก็สามารถรักษาภาวะขาดธาตุเหล็กได้ตามข้อบ่งชี้
ถ้าเป็นพาหะธาลัสซีเมีย แต่งงานได้ไหม
แต่งงานได้และใช้ชีวิตครอบครัวได้ตามปกติ
สิ่งที่ควรทำก่อนมีบุตรคือ ตรวจว่าคู่ของเราเป็นพาหะธาลัสซีเมียหรือมีฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดที่ทำให้ลูกเสี่ยงเป็นโรครุนแรงหรือไม่
ความเสี่ยงต่อลูกไม่ได้ขึ้นกับการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ ชนิดของยีนของทั้งพ่อและแม่
ก่อนแต่งงานหรือก่อนมีลูก ควรตรวจอะไร
หากทราบว่าตนเองเป็นพาหะ มีประวัติครอบครัวเป็นธาลัสซีเมีย หรือกำลังวางแผนมีบุตร สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
การประเมินอาจประกอบด้วย
- CBC โดยเฉพาะ Hb, MCV และ MCH
- การคัดกรอง Hb E ตามระบบของสถานพยาบาล
- Hb typing / hemoglobin analysis
- Ferritin หากต้องแยกภาวะขาดธาตุเหล็ก
- DNA analysis ในรายที่ผลคัดกรองหรือ Hb typing ยังไม่สามารถระบุความเสี่ยงได้ชัดเจน
หลักสำคัญคือ หากพบว่าคนหนึ่งเป็นพาหะ ต้องประเมินอีกฝ่ายต่อ เพื่อดูว่าทั้งคู่เป็น “คู่เสี่ยง” ต่อการมีบุตรเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงหรือไม่
ถ้าพ่อหรือแม่เป็นพาหะเพียงคนเดียว ลูกจะเป็นธาลัสซีเมียไหม
หากอีกฝ่ายไม่มีความผิดปกติของยีนที่ทำให้เกิดโรคร่วมกัน ลูกโดยทั่วไปจะไม่เป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงจากคู่นั้น แต่อาจได้รับยีนพาหะจากพ่อหรือแม่
อย่างไรก็ตาม ต้องทราบชนิดของพาหะให้ชัดเจน เพราะคำว่า “พาหะธาลัสซีเมีย” รวมความผิดปกติของยีนหลายชนิด
ถ้าพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ ลูกมีโอกาสเป็นโรคเท่าไร
ไม่สามารถตอบด้วยตัวเลขเดียวได้สำหรับธาลัสซีเมียทุกชนิด เพราะความเสี่ยงขึ้นกับชนิดของยีนที่พ่อและแม่มี
ตัวอย่างที่ช่วยให้เข้าใจได้คือ
Beta-thalassemia trait × Beta-thalassemia trait
ในการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง โดยหลักการถ่ายทอดแบบ autosomal recessive ลูกอาจมีโอกาสประมาณ
- 25% ไม่ได้รับยีนผิดปกติ
- 50% เป็นพาหะ
- 25% ได้รับยีนผิดปกติจากทั้งพ่อและแม่และเป็นโรค
ความเสี่ยงนี้เกิดใหม่ในการตั้งครรภ์ทุกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าหากลูกคนแรกปกติแล้วคนต่อไปจะปลอดภัยแน่นอน
Hb E trait × Beta-thalassemia trait
ลูกอาจได้รับ Hb E จากฝ่ายหนึ่งและ beta-thalassemia จากอีกฝ่าย กลายเป็น beta-thalassemia/Hb E disease ได้ โดยในการถ่ายทอดแบบทั่วไปมีโอกาสประมาณ 25% ต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้งที่จะได้รับยีนทั้งสองชุดนี้
Alpha-thalassemia 1 carrier × Alpha-thalassemia 1 carrier
คู่บางชนิดมีความเสี่ยงที่ลูกจะได้รับยีน alpha-globin ที่ผิดปกติรุนแรงจากทั้งสองฝ่าย และเกิด Hb Bart's hydrops fetalis ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงมาก
หมายเหตุ: ตัวอย่างข้างต้นใช้เพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น การประเมินความเสี่ยงของคู่จริงต้องใช้ผลตรวจของทั้งสองคนและระบุชนิดของยีนให้ชัดเจน
คำว่า “คู่เสี่ยงธาลัสซีเมีย” หมายความว่าอะไร
คู่เสี่ยง ไม่ได้หมายถึงพาหะทุกคู่ แต่หมายถึงคู่ที่ชนิดของยีนของทั้งสองฝ่ายสามารถรวมกันแล้วทำให้ลูกเกิดธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงได้
ดังนั้นเป้าหมายของการตรวจคู่สมรสคือไม่ได้เพียงตอบว่า “เป็นพาหะหรือไม่” แต่ต้องตอบต่อว่า ยีนของคนสองคนนี้เมื่อนำมารวมกัน มีโอกาสทำให้ลูกเป็นโรครุนแรงหรือไม่
ถ้าตั้งครรภ์แล้วเพิ่งพบว่าแม่เป็นพาหะ ต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนต่อไปคือประเมินพ่อของทารก ไม่ใช่สรุปทันทีว่าลูกจะเป็นโรค
หากผลของพ่อไม่ทำให้เกิดคู่เสี่ยงร่วมกับแม่ ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจทารกในครรภ์เพื่อโรครุนแรงจากคู่นั้น
แต่ถ้าพ่อและแม่เป็นคู่เสี่ยง ควรได้รับคำปรึกษาจากทีมสูติศาสตร์และพันธุศาสตร์ เพื่อประเมินว่าควรตรวจยืนยันชนิดของยีนและพิจารณาการวินิจฉัยทารกในครรภ์หรือไม่
ประเทศไทยมีการคัดกรองธาลัสซีเมียในระบบฝากครรภ์ ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ควร ฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก เพื่อให้มีเวลาตรวจคู่และวางแผนการตรวจต่อได้อย่างเหมาะสม
สามารถตรวจว่าทารกในครรภ์เป็นธาลัสซีเมียได้หรือไม่
ตรวจได้ในคู่ที่มีความเสี่ยง หลังจากยืนยันชนิดของยีนของพ่อและแม่แล้ว แพทย์สามารถพิจารณาการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดเพื่อดูว่าทารกได้รับยีนชุดใด
วิธีตรวจอาจรวมถึงการเก็บตัวอย่างจากรกหรือการตรวจน้ำคร่ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม แล้วนำเซลล์ทารกไปตรวจทางพันธุกรรม
การตรวจเหล่านี้เป็นการตรวจวินิจฉัยที่มีข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยง จึงควรตัดสินใจหลังได้รับคำปรึกษาจากแพทย์
ธาลัสซีเมียป้องกันได้หรือไม่
เราไม่สามารถเปลี่ยนยีนธาลัสซีเมียที่คนหนึ่งได้รับมาตั้งแต่เกิดได้ แต่สามารถ ลดโอกาสเกิดธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในลูกได้ด้วยการรู้สถานะของพ่อและแม่ก่อนมีบุตร
หลักสำคัญคือ
- ตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์หรือฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ถ้าคนหนึ่งเป็นพาหะ ให้ตรวจอีกฝ่าย
- ถ้าเป็นคู่เสี่ยง ต้องระบุชนิดของยีนให้ชัดเจน
- รับคำปรึกษาทางพันธุกรรม เพื่อทราบโอกาสของลูกและทางเลือกต่าง ๆ
- หากตั้งครรภ์แล้ว สามารถพิจารณาการวินิจฉัยทารกในครรภ์ตามข้อบ่งชี้
คู่ที่เป็นพาหะทั้งสองฝ่ายยังสามารถแต่งงานและมีลูกได้ การรู้ความเสี่ยงก่อนตั้งครรภ์ช่วยให้มีเวลาพิจารณาทางเลือกในการวางแผนครอบครัวอย่างเหมาะสม
ถ้าเป็นผู้ป่วยธาลัสซีเมีย มีอาการอะไรบ้าง
อาการขึ้นกับความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยชนิดไม่รุนแรงอาจมีเพียงโลหิตจางเล็กน้อย ส่วนผู้ป่วยชนิดรุนแรงอาจมี
- ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- ตัวเหลืองหรือตาเหลืองจากเม็ดเลือดแดงแตก
- ตับหรือม้ามโต
- การเจริญเติบโตช้าในเด็ก
- กระดูกเปลี่ยนแปลงในผู้ที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรงเป็นเวลานาน
- จำเป็นต้องได้รับเลือดเป็นระยะหรือเป็นประจำในบางชนิด
ทำไมผู้ป่วยธาลัสซีเมียบางรายจึงมีเหล็กเกิน
ภาวะเหล็กเกินสามารถเกิดได้จากหลายกลไก โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับเลือดเป็นประจำ เพราะเม็ดเลือดแดงที่ให้แต่ละถุงมีธาตุเหล็กจำนวนหนึ่งและร่างกายไม่มีวิธีกำจัดเหล็กส่วนเกินออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ผู้ป่วยธาลัสซีเมียบางชนิดยังดูดซึมธาตุเหล็กจากลำไส้เพิ่มขึ้นได้ด้วย
เหล็กที่สะสมมากเกินไปสามารถทำลายตับ หัวใจ และต่อมไร้ท่อ จึงต้องติดตามและอาจต้องใช้ยาขับเหล็กในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
ผู้เป็นพาหะต้องดูแลตัวเองอย่างไร
- ใช้ชีวิตและออกกำลังกายได้ตามปกติหากไม่มีโรคอื่นจำกัด
- เก็บผล CBC และผล Hb typing ไว้ เพื่อไม่ต้องตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น
- แจ้งแพทย์ว่าเป็นพาหะเมื่อพบแพทย์หรือเมื่อวางแผนตั้งครรภ์
- ไม่ซื้อธาตุเหล็กรับประทานจาก MCV ต่ำเพียงอย่างเดียว
- หากมี Hb ลดลงกว่าค่าเดิมมาก ต้องหาสาเหตุอื่น ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากพาหะ
- ก่อนมีบุตรควรให้คู่ได้รับการประเมินพาหะธาลัสซีเมีย
ถ้าเป็นพาหะ แต่ Hb ลดลงมากกว่าเดิม ต้องทำอย่างไร
ผู้เป็นพาหะอาจมี Hb ต่ำเล็กน้อยเป็นค่าประจำตัว แต่ถ้า Hb ลดลงจากเดิมอย่างชัดเจน ไม่ควรอธิบายทุกอย่างด้วยคำว่า “เป็นธาลัสซีเมียอยู่แล้ว”
ต้องพิจารณาสาเหตุอื่น เช่น
- ขาดธาตุเหล็ก
- เสียเลือด
- ขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลต
- โรคไต
- การอักเสบหรือโรคเรื้อรัง
- เม็ดเลือดแดงแตกมากขึ้น
สรุปสำหรับคนที่ตรวจพบ MCV ต่ำและสงสัยธาลัสซีเมีย
- อย่าเพิ่งตกใจ เพราะ MCV ต่ำไม่ได้แปลว่าคุณเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง
- แยกภาวะขาดธาตุเหล็กก่อนหรือร่วมกัน โดยดู Ferritin และผลตรวจที่เกี่ยวข้อง
- ถ้าสงสัยพาหะ แพทย์อาจตรวจ Hb typing และบางรายต้องตรวจ DNA
- ถ้าเป็นพาหะ ส่วนใหญ่ไม่ต้องรักษา และใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- อย่ากินธาตุเหล็กเพียงเพราะ MCV ต่ำ ต้องพิสูจน์ว่าขาดธาตุเหล็กจริง
- ก่อนมีลูกควรตรวจคู่ เพราะความเสี่ยงของลูกขึ้นกับยีนของทั้งพ่อและแม่
- ถ้าเป็นคู่เสี่ยง ควรได้รับคำปรึกษาทางพันธุกรรมและวางแผนการตั้งครรภ์
จากผลตรวจของคุณ ควรอ่านเรื่องไหนต่อ
- Hb ต่ำ → ภาวะโลหิตจางเกิดจากอะไร
- MCV ต่ำ → MCV ต่ำหมายความว่าอะไร
- สงสัยขาดธาตุเหล็ก → Ferritin, Serum Iron, TIBC และ TSAT
- ยืนยันว่าขาดธาตุเหล็ก → โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
- ต้องการเข้าใจค่า Hb → Hemoglobin คืออะไร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับธาลัสซีเมีย
MCV ต่ำแปลว่าเป็นธาลัสซีเมียหรือไม่
ไม่เสมอไป MCV ต่ำพบได้ทั้งจากภาวะขาดธาตุเหล็ก ธาลัสซีเมีย และโรคอื่น ต้องดู Ferritin, CBC และการตรวจฮีโมโกลบินร่วมกัน
พาหะธาลัสซีเมียร้ายแรงไหม
พาหะส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีโลหิตจางเพียงเล็กน้อย ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และไม่กลายเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงภายหลัง สิ่งสำคัญคือทราบสถานะก่อนมีบุตร
พาหะธาลัสซีเมียต้องกินยาหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ต้องรักษา และไม่ต้องรับประทานธาตุเหล็กเพียงเพราะ MCV ต่ำ ธาตุเหล็กควรใช้เมื่อมีหลักฐานว่าขาดธาตุเหล็กจริง
พาหะธาลัสซีเมียแต่งงานได้ไหม
แต่งงานได้ หากวางแผนมีบุตรควรตรวจคู่เพื่อดูว่าคู่เป็นพาหะชนิดที่ทำให้ลูกเสี่ยงเป็นธาลัสซีเมียรุนแรงหรือไม่
ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะ ลูกจะเป็นโรค 25% เสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป ตัวเลข 25% ใช้กับคู่ยีนบางรูปแบบ เช่น beta-thalassemia trait ทั้งสองฝ่าย ความเสี่ยงจริงต้องพิจารณาชนิดของยีนของพ่อและแม่แต่ละคู่
ถ้าแม่เป็นพาหะระหว่างตั้งครรภ์ ต้องทำอย่างไร
ขั้นแรกคือตรวจพ่อของทารก หากผลของทั้งสองฝ่ายเข้าข่ายคู่เสี่ยง แพทย์จะประเมินชนิดของยีนและให้คำปรึกษาเรื่องการวินิจฉัยทารกในครรภ์
Hb typing ปกติ ตัดธาลัสซีเมียได้ไหม
ไม่ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะ alpha-thalassemia บางชนิดอาจมี Hb typing ที่ไม่แสดงความผิดปกติชัดเจน หาก MCV/MCH ต่ำต่อเนื่องและไม่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก อาจต้องพิจารณาการตรวจ DNA
พาหะกับโรคธาลัสซีเมียเหมือนกันหรือไม่
ไม่เหมือนกัน พาหะส่วนใหญ่มักไม่มีอาการและไม่ต้องรักษา ส่วนผู้ป่วยธาลัสซีเมียบางชนิดมีโลหิตจางและอาจต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention. About Thalassemia. Updated 2024.
- NHS. Thalassaemia carriers.
- NHS. Thalassaemia diagnosis and screening in pregnancy.
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการคัดกรองและป้องกันโรคธาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์.
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. เลือกคู่ เลือกครรภ์ เลือกคลอด ลดเสี่ยงธาลัสซีเมีย. 2567.
📚 เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล (References)
- เอกสารอ้างอิงทางวิชาการข้อที่ 1
