siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

เจาะลึก: แอลกอฮอล์ทำลายตับได้อย่างไร? จากไขมันพอกตับสู่ตับแข็ง

ตับเปรียบเสมือน "ขุนพลเอก" ของร่างกาย ทำหน้าที่สำคัญกว่า 500 อย่าง ตั้งแต่การเผาผลาญสารอาหาร สร้างโปรตีนที่จำเป็น ไปจนถึงการกำจัดสารพิษออกจากกระแสเลือด ตับมีความสามารถในการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอย่าง "แอลกอฮอล์" อย่างต่อเนื่อง แม้แต่ขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุดก็อาจพ่ายแพ้ได้

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจกลไกการทำลายล้างของแอลกอฮอล์ต่อเซลล์ตับ และติดตามเส้นทางอันตรายของโรคตับจากแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นเป็น 3 ระยะ ซึ่งมักเริ่มต้นอย่างเงียบเชียบแต่จบลงด้วยความเสียหายที่ไม่อาจย้อนกลับได้


ด่านแรกของการต่อสู้: เมื่อตับเผชิญหน้ากับแอลกอฮอล์

เมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ตับคืออวัยวะหลักที่ต้องรับภาระในการเผาผลาญและกำจัดมันออกจากร่างกาย กระบวนการนี้เกิดขึ้นผ่านปฏิกิริยาเคมีหลายขั้นตอน แต่หัวใจสำคัญที่ก่อให้เกิดการทำลายล้างอยู่ที่สารตัวกลางที่เกิดขึ้น

  1. เปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็นสารพิษ: เอนไซม์ในตับจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นสารเคมีที่ชื่อว่า อะซีทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde)

  2. อะซีทัลดีไฮด์: ตัวร้ายตัวจริง: สารอะซีทัลดีไฮด์นี้ มีความเป็นพิษต่อเซลล์สูงมาก มันสามารถทำลายเซลล์ตับโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ และกระตุ้นให้เกิด ภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งสร้างสารอนุมูลอิสระที่ทำลาย DNA และโปรตีนภายในเซลล์

  3. เปลี่ยนสารพิษเป็นสารที่ปลอดภัยกว่า: ในภาวะปกติ ตับจะรีบเปลี่ยนอะซีทัลดีไฮด์ให้เป็นสารที่ไม่มีพิษชื่อว่า อะซิเตท (Acetate) ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานหรือขับทิ้งได้

ปัญหาคือ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากหรือบ่อยเกินไป ตับจะไม่สามารถกำจัดสารพิษ "อะซีทัลดีไฮด์" ได้ทัน ทำให้มันสะสมอยู่ในตับและเริ่มกระบวนการทำลายล้างเซลล์ตับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่โรคตับจากแอลกอฮอล์ใน 3 ระยะ ดังนี้


3 ระยะของโรคตับจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Liver Disease)

ระยะที่ 1: ภาวะไขมันพอกตับ (Alcoholic Fatty Liver Disease)

นี่คือระยะแรกสุดและพบได้บ่อยที่สุดในผู้ที่ดื่มหนักเป็นประจำ แม้จะดื่มหนักเพียงไม่กี่วันก็สามารถเกิดขึ้นได้

ไขมันพอกตับ

ระยะที่ 2: โรคตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Hepatitis)

หากยังคงดื่มต่อไป การสะสมของสารพิษอะซีทัลดีไฮด์และไขมันจะนำไปสู่การอักเสบอย่างรุนแรง

ตับอักเสบจากสุรา

อาการของโรคตับ

ระยะที่ 3: ภาวะตับแข็ง (Cirrhosis)

นี่คือระยะสุดท้ายและรุนแรงที่สุดของโรคตับจากแอลกอฮอล์

ตับแข็ง

 


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคตับจากแอลกอฮอล์

ไม่ใช่ทุกคนที่ดื่มหนักจะเกิดโรคตับแข็ง ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ:


การวินิจฉัยโรคตับจากแอลกอฮอล์

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยอาศัยหลายองค์ประกอบร่วมกัน:

  1. การซักประวัติ: โดยเฉพาะประวัติการดื่มแอลกอฮอล์อย่างละเอียด

  2. การตรวจร่างกาย: แพทย์จะมองหาสัญญาณของโรคตับเรื้อรัง เช่น ดีซ่าน, ท้องมาน, ฝ่ามือแดง, จุดแดงคล้ายแมงมุมที่ผิวหนัง (Spider nevi), และขนาดของตับและม้าม อาการตับแข็ง

  3. การตรวจเลือด: เพื่อประเมินการทำงานของตับ (ค่าเอนไซม์ตับ, บิลิรูบิน, โปรตีนอัลบูมิน) และดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (อาจพบภาวะโลหิตจาง, เกล็ดเลือดต่ำ)

  4. การตรวจทางรังสีวิทยา: เช่น อัลตราซาวนด์ช่องท้อง เพื่อดูโครงสร้างของตับและประเมินภาวะไขมันพอกตับหรือตับแข็ง

  5. การตรวจชิ้นเนื้อตับ (Liver Biopsy): ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและประเมินความรุนแรงของโรค


การป้องกันคือหัวใจสำคัญ

วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรก:

โรคตับจากแอลกอฮอล์เป็นภัยเงียบที่ร้ายแรง แต่สามารถป้องกันและจัดการได้หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ การตระหนักรู้และตัดสินใจหยุดดื่มคือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณสามารถมอบให้กับตับและสุขภาพโดยรวมของคุณได้

 


บทสรุป: ปกป้องตับของคุณก่อนจะสายเกินไป

การทำลายตับจากแอลกอฮอล์เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปและมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมีอยู่จริงและเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ดื่ม การตัดสินใจ "หยุดดื่ม" คือยาวิเศษที่ดีที่สุดในทุกระยะของโรค และเป็นวิธีเดียวที่จะหยุดยั้งวงจรการทำลายล้างนี้ได้ หากคุณกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มของตัวเองหรือคนใกล้ชิด การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพตับคือการลงทุนเพื่อชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว