กลาก เกลื้อน
เป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนัง
หากเป็นที่ศีรษะเรียก tinea
capitis หากเป็นที่เล็บเรียก Tinea ungium หากเป็นที่ใบหน้าเรียก Tinea facii สำหรับชาวตะวันตกเรียก Ring worm ซึ่งเรียกตามลักษณะของผื่นคือเป็นผื่นวงแหวน
ตรงกลางผื่นจะไม่มีขุย ส่วนขอบผื่นจะเป็นขุย ขนาดของผื่นพบได้ตั้งแต่ขนาดเล็กจนกระทั่งใหญ่
สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อราซึ่งมักจะพบอยู่ในสุนัข แมว
มักจะเป็นในเด็กเชื้อสามารแพร่กระจายจากคนที่ป่วยหรือสัตว์ที่ติดเชื้อไปสู่คนอื่น
เชื้อพวกนี้จะอยู่บนเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เชื้อที่มักจะเป็นสาเหตคือ
- Trichophyton rubrum
- Microsporum canis
- Trichophyton mentagrophytes
อาการของโรค
เริ่มแรกจะเกิดผื่นแดงและคัน อาจจะเป็นรูปไข่หรือวงกลม
ตรงกลางผื่นจะมีสีปกติหรือสีแดง ส่วนขอบจะยกสูง สีแดงและเป็นขุย
ซึ่งเป็นบริเวณที่พบเชื้อเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่ทายา steroid ผื่นอาจจะมีตุ่มน้ำหรือตุ่มหนอง
ใครที่มีโอกาสเกิดเชื้อ
- เด็กซึ่งใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง
- ชาวนาชาวสวน
- ผู้ที่ทำงานกับสัตว์
การวินิจฉัย
โดยมากวินิจฉัยจากลักษณะของผื่น
แต่หากไม่สามารถบอกได้ก็สามารถขุดขอบแผลซึ่งมีเชื้ออยู่ นำไปย้อมด้วย KOH ซึ่งจะพบตัวเชื้อ
การรักษา
ใช้ครีมรักษาเชื้อราทาวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ผื่นมักจะหายใน 2
สัปดาห์ ยาที่ใช้ได้แก่
- Miconazole (Monistat)
- Clotrimazole (Mycelex)
- Ketoconazole (Nizoral)
- Terbinafine (Lamisil)
หลังจากผื่นหายให้ทาครีบหรือรับประทานยาต่ออีก 1
สัปดาห์เพื่อรักษาเชื้อที่ยังหลบซ่อนอยู่
สำหรับผู้ที่มีผื่นค่อนข้างมากหรือใช้ยาทาแล้วไม่ได้ผลก็ต้องใช้ยารับประทานรับประทานเพียงวันละครั้งเป็นเวลา
7 วัน ที่นิยมและได้ผลดีได้แก่
การป้องกัน
เนื่องจากเชื้อชอบที่อุ่น ชื้น
การป้องกันการติดเชื้อจะต้องทำให้ผิวแห้งอยู่เสมอและหลีกเลี่ยงสัตว์ที่เป็นโรค
การป้องกันที่สามารถทำได้
- ล้างมือเมื่อสัมผัสสัตว์ หรือไปขุดดิน
- ไม่สัมผัสกับคนที่เป็นโรค
- ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ
การปฏิบัติตนเมื่อเป็นกลากเกลื้อน
- รักษาความสะอาดของร่างกายให้ทั่วถึงอย่างสม่ำเสมอ
อาบน้ำฟอกสบู่และเช็ดตัวให้แห้งทุกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณซอก เช่น รักแร้ ขาหนีบ
ง่ามเท้า เป็นต้น
- ตัดเล็บมือ
เล็บเท้าให้สั้น
หมั่นล้างมือให้สะอาดและอย่าเกาเพราะจะทำให้เชื้อลุกลามไปที่อื่นได้
- ป้องกันการแพร่เชื้อ โดยแยกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม
ไม่ใช้ปะปนกันและควรซักทำความสะอาดตากแดดให้แห้งทุกครั้ง
- ควรมาทำการตรวจรักษาจากแพทย์ เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
- การรักษาเชื้อราที่ผิวหนัง โดยทั่วไปจะใช้ยาทาวันละ 2-3 ครั้ง
ติดต่อกันจนกว่าผื่นจะหาย
โดยทายาที่ผื่นและบริเวณใกล้เคียงโดยรอบหลังจากผื่นหายแล้วควรทายาต่ออีกประมาณ 2
สัปดาห์ และอย่าใช้มือเปื้อนยาขยี้ตา
สำหรับเชื้อราที่เล็บและหนังศีรษะการรักษายุ่งยากกว่า ต้องใช้ยารับประทาน
|