หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

โรคพยาธิตัวจี๊ด

เกิดจากพยาธิชื่อ Gnathostoma spirigerum

วงจรชีวิต

พยาธิตัวแก่จะอาศัยอยู่ในโพรงของก้อนเนื้องอกที่กระเพาะอาหารของโอสท์ธรรมดาได้แก่
หมู แมว สุนัข สัตว์ป่า ไข่พยาธิจะออกมากับอุจาระสัตว์ ไข่จะเจริญเป็นตัวอ่อนในน้ำ กุ้งไรจะกินตัวอ่อนระยะนี้เข้าไป ตัวอ่อนนี้จะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนระยะที่สองในกุ้งไร ปลา กบ งู นก จะกินกุ้งไรแล้วตัวอ่อนจะเจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่สาม ในสัตว์เหล่านั้น ตัวอ่อนระยะที่3(จะอาศัยในกล้ามเนื้อและมีซีสท์หุ้มเป็น)ระยะติดต่อ เมื่อโฮสท์รับประทานปลาหรือกบ ตัวอ่อนระยะที่3จะเจริญเป็นตัวแก่ในผนังกระเพาะอาหาร

นก งู กบเป็นsecond intermediate host เมื่อกินปลาหรือกบ ตัวอ่อนระยะที่3จะไม่เจริญเติบโตเป็นตัวแก่
แต่จะยังเป็นระยะที่3 และยังคงเป็นระยะติดเชื้อ เมื่อคนกินก็จะติดเชื้อได้ คนจะไดรับเชื้อนี้โดยการรับประทานปลาหรือสัตว์น้ำดิบๆเช่น
ปลาย่าง ส้มฟัก ที่มีตัวอ่อนระยะที่3 หรือดื่มน้ำซึ่งมีกุ้งไร
 

อาการและอาการแสดง

แนวผิวหนังอักเสบจากการไชของพยาธิ

อาการและอาการแสดงจะขึ้นกับว่าพยาธิไชไปที่ไหนก็เกิดอาการที่ตำแหน่งนั้น อาการอาจจะเกิดหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 24 ชั่วโมงอาการแรกจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไข้ คลื่นไส้ ลมพิษถ้าเกิดในอวัยวะที่สำคัญก็เกิดอาการได้มาก ถ้าไปในที่ไม่สำคัญอาจจะไม่เกิดอาการเลย

อาการทางผิวหนัง

ที่สำคัญคืออาการบวมเคลื่อนที่ เช่นบวมที่มือแล้วไปที่แขน ไหล่ หน้า ศีรษะ จะบวมๆแดงๆ 3-10 วัน

อาการทางตา

ถ้าพยาธิไชไปที่หนังตาจะทำให้หนังตาบวมจนตาปิด ถ้าเข้าไปในตาอาจจะทำให้ตาบอดได้

อาการในช่องท้อง

อาจจะทำให้เกิดการอักเสบของช่องท้อง คล้ายไส้ติ่งอักเสบ

อาการทางสมอง

ถ้าพยาธิไชเข้าสมองหรือน้ำไขสันหลังผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ ไข้ คอแข็ง ปวดเสียวอย่างมากตามเส้นประสาทซึม หมดสติ

การวินิจฉัย

ยังไม่มีการวินิจฉัยที่แน่นอน นอกจากจะได้ตัวพยาธิที่ไชออกจากผิวหนัง ในทางปฏิบัติจะอาศัย

การรักษา

   



fb google