การวินิจฉัยโรคมาลาเรีย พี.มาลาริอี
การวินิจฉัยโรคสามารถทำได้โดยการตรวจเลือดและย้อมวิธีพิเศษและส่องกล้อง
- ตรวจเลือดจะพบเชื้อในกระแสเลือดจะพบเชื้อมาลาเรียในระยะต่างๆดังนี้
ส่วนระยะอื่นของเชื้อโรคเช่น Merozoites
ระยะRing form
การตรวจเลือดของผู้ป่วยที่เป็นมาลาเรียจะพบเซลล์เม็ดเลือดแดงมีขนาดปกติหรือใหญ่เล็กน้อย
รอบตัวเซลล์ที่เหมือนขอบแหวนจะมีขนาดใหญ่ หัวแหวนจะมีขนาดใหญ่
ในเม็ดเลือดแดง 1 เซลล์อาจจะพบตัวเชื้อมาลาเรียได้หลายตัว
รูปที่1เป็นเม็ดเลือดแดงปกติ ส่วนรูปที่ 2-5
เป็นการแสดงการเจริญเติบโตของตัวเชื้อมาลาเรีย
A |
B |
รูป A จะพบเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีการติดเชื้อมาลาเรียอยู่ 1 เซลล์ ส่วนรูป B จะพบเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีการติดเชื้อมาลาเรียและมีเม็ดสีSchüffner's
dots
ระยะ Trophozoite
ตัวแก่ในระยวงแหวนเราเรียกระยะ Trophozoite ขอบวงแหวนจะมีขนาดใหญ่จะหนาและมีสีเข้มกว่าระยะแรก
หัวแหวนมีขนาดใหญ่ และสามารถพบจุดSchüffner's
dots
เซลล์ตัวแก่จะมีเม็ดสีเหลืองในตัวเซลล์
รูป 11-18
แสดงการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย ระยะเซลล์เหล่านี้มักจะตรวจไม่พบในการตรวจเลือด
รูปทั้งสองจะพบขอบแหวนมีการหนาตัวขึ้น และอาจจะพบจุดสีเหลืองในเซลล์
 |
 |
ระยะ Schizont
ในระยะนี้ไม่ค่อยพบในการตรวจเลือดเป็นเซลล์ตัวแก่ของ Trophozoite เรียก Scizont จะมีเม็ดสีเล็กๆ
6-14เม็ดเรียก merozoites เมื่อแก่เซลล์ก็จะแตกออก
ระยะ Gametocyte
เป็นเซลล์ระยะเพศของมาลาเรีย เซลล์จะมีรูปร่างวงกลมหรือวงรีอยู่เต็มเซลล์เม็ดเลือดแดง
รูป 24-25 เป็นเซลล์เพศ
 |
รูปแสดงเซลล์เพสมาลาเรียจากการย้อม
 |
 |
ลักษณะสำคัญของ
พี.มาลาอี
- สงแหวนอาจจะมีรูปเหลี่ยมหรือเป็นแผ่น
- เม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อจะมีขนาดไม่โต
- ตัวแก่จะมี merozoite 10 อัน
- หัวแหวนจะอยู่ด้านใน
วงจรชีวิต >แหล่งระบาด >ลักษณะทางคลินิก >การวินิจฉัย >การรักษา >โรคแทรกซ้อน >การป้องกัน |