ลักษณะทางคลินิค

ระยะฟักตัวโดยทั่วไปใช้เวลา 10-14 วันคือระยะเวลาตั้งแต่ถูกยุงกัดจนกระทั่งเกิดอาการของมาลาเรียดังนั้นหากเกิดไข้หลังจากเข้าป่าในสัปดาห์แรกไม่น่าจะเกิดจากเชื้อมาลาเรีย นอกจากนั้นไข้ที่เกิดจากเชื้อ พี.ฟาลซิปารัมจะเกิดทุก 2 วัน ส่วนไข้ที่เกิดจากเชื้อ พี.ไวแวกซ์จะเกิดทุก 3 วัน

อาการและอาการแสดง

ในระยะ 2-3 วันแรก ไข้ยังจับไม่เป็นเวลา ประมาณปลายสัปดาห์ที่หนึ่งจะเริ่มจับไข้เป็นเวลา 2-3 วันแล้วแต่ชนิดของเชื้อ อาการของไข้จะมี 3 รยะ คือ

  • ระยะหนาวสั่นและเกร็ง ขณะนี้อุณหภูมิของร่างกายจะเพิ่มขึ้น ชีพขจรจะเร็วและเบา แรงดันโลหิตเพิ่ม ผิวเย็นซีด อาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปัสสาวะบ่อย รยะนี้อาจจะนาน 15-60 นาที
  • ระยะร้อน อุณหภูมิร่างกายจะสูง ชีพขจรแรง แรงดันโลหิตจะสูง ลมหายใจร้อนผิวจะแดง กระหายน้ำ มีอาการกระสับกระส่าย บางคนไม่ค่อยรู้ตัว ช่วงนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
  • ระยะเหงื่อออก ระยะนี้เหงื่อจะเริ่มออกที่ขมับก่อนแล้วจึงออกทั้งตัว อุณหภูมิและชีพขจรจะกลับสู่ปกติ ผู้ป่วยจะเพลียและหลับไป
  • ระยะพัก คือระยะที่ไม่มีไข้ ผู้ป่วยจะสบายดี

อาการสำคัญของมาลาเรีย

  • ไข้มากกว่า 40 องศา
  • หนาวสั่น
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • เหงื่อออก

ภาวะแทรกซ้อนของมาลาเรีย

ผู้ป่วยที่เป็นมาลาเรียชนิด พี.ฟาลซิปารัมอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรงซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับระบบใดระบบหนึ่งหรือเกิดพร้อมกันหลายระบบก็ได้ ภาวะแทรกซ้อนมักจะเกิดในคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันและได้รับการรักษาไม่เพียงพอ ภาวะแทรกซ้อนมักจะเกิดเมื่อมีการติดเชื้อมาลาเรียอย่างรุนแรงคือเม็ดเลือดแดงมีการติดเชื้อมากกว่า 5 % และร้อยละ10ของเม็ดเลือดแดงที่มีการติดเชื้อจะมีเชื้อมาลาเรียมากกว่า 2 ตัว ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ

  1. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับระบบประสาท
  • มาลาเรียขึ้นสมอง(Cerebral malaria) เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมาลาเรียและมีอาการทางสมองร่วมด้วยมักจะเกิดในผู้ที่ติดเชื้อมาลาเรียเป็นจำนวนมากสามารถตรวจพบเซลล์ Schizoite ในการตรวจเลือด ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะมาก ไข้สูง มีบุคลิกเปลี่ยนแปลง ซึมจนไม่รู้สึกตัว หรือชักจนหมดสติ อาจจะพบว่ามีอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจจะถึงแก่ความตายได้ง่าย หากได้รับการรักษาทันผู้ป่วยก็จะฟื้นอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่จะฟื้นใน 24-72 ชั่วโมง ถ้าเกิน 48 ชมแล้วผลมักจะไม่ดี
  • ภาวะไข้สูงจากมาลาเรีย มักจะพบร่วมกับมาลาเรียขึ้นสมอง ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ผิวหนังร้อน บางทีมีอาการเขียวไม่มีเหงื่อออกเลย เพ้อ ไม่รู้สึกตัว ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจจะหมดสติ
  1. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับระบบหัวใจและหลอดเลือด

หรือมาลาเรียที่มีอาการช็อค อาการนี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมักจะร่วมกับอาการ หมดสติ หน้าซีด ตาลึก เหงื่อออก ตัวเย็น หายใจหอบลึก ชีพขจรเร็ว แรงดันเลือดต่ำ ท้องร่วง  อาเจียน ภาวะนี้เกิดจากปริมาณเลือดที่ไหลเวียนลดลงอย่างทันที เนื่องจากมีภาวะเลือดข้น

  1. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับระบบหายใจ

ผู้ป่วยจะเกิดอาการหายใจวายทันที มีอาการหอบเหนื่อย มีอาการเขียว การถ่ายภาพรังสีทรวงอกจะพบมีการคั่งของเลือดในปอด นอกจากนั้นยังพบว่ามีการติดเชื้อในปอดเพิ่มขึ้น

  1. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับระบบทางเดินอาหาร

มีอาการตั้งแต่คลื่นไส้อาเจียนธรรมดาจนปวดมาก ท้องเดิน อาจจะมีมากเหมือนอหิวาตกโรค อุจาระอาจจะเป็นมูกหรือเลือดซึ่งเชื่อว่าเกิดจากผนังลำไส้ขาดออกซิเจน

อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับตับ พบได้บ่อยมาก ผู้ป่วยจะมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองวันที่ 3-4 ของไข้ ตับโตกดเจ็บ สมรรถภาพของตับจะเสื่อมลง เมื่อหายแล้วการทำงานของตับจะกลับสู่ปกติ

  1. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับระบบขับถ่ายปัสสาวะ

พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการมากและมีอาการช็อค แต่บางรายก็ไม่มีอาการช็อค อาการที่สำคัญคือผู้ป่วยจะปัสสาวะน้อยลงจนถึงไม่มีเลย ปัสสาวะน้อยกว่า 500 มล.ต่อวัน การทำงานของไตเสื่อมลง มีอาการของไตวาย หากรักษาไม่ทันอาจจะมีโรคแทรกซ้อนทำให้เกิดน้ำท่วมปอด

  1. มาลาเรียเรื้อรัง

หมายถึงการจับไข้อยู่นานหรือมีการจับไข้กลับไปกลับมาซ้ำหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการได้รับเชื้อใหม่หรือเชื้อเก่าที่ยังคงเหลือค้างอยู่ในร่างกาย ส่วนมากมักเป็นคนที่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อมาลาเรียอยู่บ้าง อาการไข้มักจะไม่นาน อาการอาจจะเหมือนมาลาเรียเฉียบพลันหรือไม่ก็ได้ อาจจะมีไข้แต่ไม่สูงมาก ปวดหัว ปวดท้อง อ่อนเพลีย หายเร็วเมื่อได้รับการรักษา

วงจรชีวิต >แหล่งระบาด >ลักษณะทางคลินิก >การวินิจฉัย >การรักษา >โรคแทรกซ้อน >การป้องกัน


Google